Print 
ไม่เข้าเรื่องของการ. รู้รอบ
 
kajeerat
วันที่  30 ธ.ค. 2556
หมายเลข  24265
อ่าน  947

ได้ฟังท่านอาจารย์สุจินต์.   แสดงเรื่องการรู้รอบในพื้นฐานพระอภิธรรมแผ่นที่10 แต่ยังไม่เข้าใจค่ะ.   ขอความเมตตาจากท่านอาจารย์ทุกท่านด้วยค่ะ

กราบอนุโมทนาสาธุค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 19:58 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

รู้รอบ โดยอรรถ ความหมาย ก็คือ รู้ทั่ว
     การจะตรัสรู้ธรรม รู้ความจริง ก็ด้วยปัญญาที่เกิดความจริงรู้สภาพธรรมที่มีในขณะนี้โดยเริ่มจากากรฟัง การศึกษาพระธรรม ในส่วนต่าง ๆ และ ในเรือ่งของสภาพธรรมแต่ไมได้หมายความว่า จะต้องรู้พระธรรม ทุกบท ทุกข้อ  เพราะนั่นไม่ใช่ฐานะ แต่ เป็นฐานะของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น สาวกก็ศึกษาตามกำลังของปัญญา ค่อย ๆ อบรมปัญญาขั้นการฟัง  โดยเฉพาะในเรื่องสภาพธรรม ย่อมเป็นปัจจัยให้เกิดสติ  และปัญญารู้ความจริง ที่เป็นสติปัฏฐาน แต่ที่สำคัญก็ต้องอบรมปัญญาที่รู้ทั่ว รู้รอบ ในสภาพธรรมที่มีในขณะนี้ รู้ทั่วทางตา  หู  จมูก  ลิ้น  กาย และใจ   จึงจะสามารถดับกิเลส ถึงการบรรลุธรรมได้ ครับ ดังนั้นการรู้รอบ การรู้ทั่ว ไม่ใช่หมายถึง   รู้ทั่วรู้รอบในบทธรรมทุกข้อ แต่ หมายถึง รู้รอบรู้ทั่ว ในสภาพธรรมที่กำลังปรากกฎทาง ตา  หู  จมู  ลิ้น  กายและใจ  ทั้ง 6 ทวาร ครับ

     ชีวิตที่ดำเนินไปในแต่ละวัน  ไม่พ้นไปจากสภาพธรรมที่มีจริง  ตั้งแต่เกิด จนกระทั่งถึงจิตขณะสุดท้ายของภพนี้ชาตินี้  เป็นสภาพธรรมแต่ละอย่าง ๆ  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นในยุคใดสมัยใดก็ตาม   สภาพธรรมที่มีจริงนั้น  ไม่พ้นไปจากทางตา   ทางหู   ทางจมูก   ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ ไม้พ้น ๖ ทางนี้เลย  การที่จะเข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย    เพราะเหตุว่าธรรม  เป็นเรื่องที่ละเอียด  ลึกซึ้ง  ยาก กว่าที่จะค่อย ๆ เข้าใจขึ้นได้นั้น  ต้องอาศัยการฟัง  การศึกษา  มีความอดทนที่จะฟังที่จะศึกษา บ่อย ๆ  เนือง ๆ เมื่อมีความรู้ความเข้าใจ เพิ่มขึ้น ๆ ย่อมมีเหตุปัจจัยให้สติปัญญาเกิดขึ้นระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรม  ที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง   โดยที่ไม่มีตัวตนที่จะไปบังคับบัญชา  เพราะการรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงนั้น  ต้องเป็นปัญญาที่เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่   ไม่มีใคร  ไปทำรู้ให้เกิดขึ้นได้   แต่สามารถอบรมเจริญขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน   และการรู้นั้น ไม่ได้จำกัดที่จะรู้เฉพาะทางใดทางหนึ่ง  หรือ รูปใดนามใดโดยเฉพาะ  แต่ต้องทั่วทั้ง ๖ ทาง  และประการที่สำคัญ จะรู้รอบยังไม่ได้  ถ้าหากว่ายังไม่มีความรู้  ความเข้าใจในขั้นของการฟังเรื่องของสภาพธรรม    ดังนั้น จึงขาดการฟังพระธรรมไม่ได้เลย ครับ

เชิญอ่านคำบรรยายท่านอาจารย์สุจินต์ได้ที่นี่ ครับ
ข้อความบางตอนจาการสนทนาธรรมโดยท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์..

 ....เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวัน ของยุคไหน สมัยไหนๆ  คือในสมัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้ายังไม่ปรินิพพาน  หรือว่าปรินิพพานไปแล้ว 2500 กว่าปี  หรือว่าจะ ถึง 3000 ปี  ในอนาคตถึง 4000ปี  50000ปี  ก็ตาม สติของผู้อบรมเจริญปัญญาที่จะดับกิเลส  ต้องระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏตามปกติทั่วทั้ง 6 ทวาร แล้วก็พิจารณา สังเกตุ ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรม  คลายความไม่รู้  ละคลายความยึดถือสภาพธรรมว่า  เป็นตัวตน   ซึ่งเหตุผลทั้งหมดจะสอดคล้องกันขณะที่สติปัฏฐานเกิด  ระลึกศึกษาจึงรู้ลักษณะของสภาพธรรม  ที่มีเหตุปัจจัยเกิดขึ้นปรากฏ  ตามความเป็นจริงว่า  บังคับบัญชาไม่ได้  ถ้ารู้อย่างนี้  จะคลายการยึดถือ สภาพธรรมว่าเป็นตัวตน โดยไม่เลือกรู้บางนามบางรูป  นี่เป็นความรู้ เมื่อรู้ก็ไม่เลือก  เพราะว่า  ไม่ว่าสภาพธรรมอย่างใดที่ปรากฏ  สภาพธรรมนั้นก็เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยทั้งสี้น  แต่ถ้าไม่รู้อย่างนี้   ก้จะมีการเจาะจง  เลือกด้วยความไม่รู้  หรือว่าพยายามหาทางหนึ่งทางใด  ที่จะรู้นามหนึ่งนามใด  โดยที่ว่าไม่รู้ตามความเป็นจริงว่าเป็น สภาพธรรมที่ปัญญาจะต้องรู้ทั่ว   จึงจะละคลายได้
-------------------------------------------------------------

เชิญคลิกอ่านที่นี่ ครับ
ความจริงแห่งชีวิตอนที่ ๑๒๓ จิตตสังเขป (อย่างไร คือ ความรู้ทั่ว)
ปัญญา ด้วยอรรถว่า ย่อมรู้ทั่ว 
รู้ทั่ว...ปกติ...เดี๋ยวนี้ ! 
กว่าจะรู้ชัด...ต้องรู้ทั่ว 
รู้รอบ...รู้ทั่ว...รู้ทุกอย่าง !
รู้ทั่วคืออย่างไร  

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 21:17 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ถ้าไม่ศึกษาพระธรรม ไม่ฟังพระธรรมให้เข้าใจสิ่งที่มีจริง ๆ ในขณะนี้
ย่อมไม่สามารถรู้ทั่วในสภาพธรรมที่กำลังปรากฏได้เลย 

     พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นเรื่องที่ละเอียด ลึกซึ้ง แสดงถึง
ความเป็นจริงของสภาพธรรมแต่ละอย่าง ๆ ตามความเป็นจริง ไม่ว่าจะทรงแสดงในส่วนใดก็ตาม ย่อมไม่พ้นไปจากสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้   สำคัญที่ความเข้าใจถูก เห็นถูกของผู้ที่ได้ฟัง ได้ศึกษาอย่างแท้จริง   ถ้าเป็นผู้ที่มี  ความละเอียดรอบคอบ ไม่ประมาทพระธรรมว่าง่าย ศึกษาด้วยความตั้งใจ  ความเข้าใจก็จะค่อย ๆ เจริญขึ้นไปตามลำดับ พระธรรม แม้จะยาก แต่ก็ไม่เหลือวิสัยที่จะเข้าใจได้

     สำคัญ คือ ไม่ขาดการฟัง ไม่ขาดการศึกษาพิจารณาไตร่ตรอง  ไม่ว่างเว้นจากการฟังพระธรรม และมีจุดประสงค์ที่ถูกต้องในการศึกษาว่า   เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมตามความเป็นจริง ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 30 ธ.ค. 2556 22:22 น.

รู้รอบ คือ รู้ทั่วทางตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
peem
วันที่ 1 ม.ค. 2557 18:43 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ