Print 
พระมหากัปปินะ คิดที่จะไม่กระทำอุโบสถ [พระวินัยปิฎก มหาวรรค]
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  14 มิ.ย. 2556
หมายเลข  23051
อ่าน  1,215

พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ หน้าที่ ๓๘๔

เรื่องพระฉัพพัคคีย์สวดปาติโมกข์

      [๑๕๒]   ก็โดยสมัยนั้นแล  พระฉัพพัคคีย์สวดปาติโมกข์แก่บริษัทเท่าที่มีอยู่  คือเฉพาะบริษัทของตน ๆ  ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า   พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์แก่บริษัทเท่าที่มีอยู่  คือ เฉพาะบริษัทของตน ๆ รูปใดสวด  ต้องอาบัติทุกกฏ.

     ก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตอุโบสถกรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ผู้พร้อมเพรียงกัน.            

     ครั้งนั้น  ภิกษุทั้งหลายได้มีความปริวิตกว่า  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติอุโบสถกรรมแก่ภิกษุทั้งหลายผู้พร้อมเพรียงกัน ดังนี้  แล้วมีความดำริต่อไปว่าความพร้อมเพรียงมีเพียงเท่าไรหนอแล vมีเพียงอาวาสหนึ่ง  หรือทั่วทั้งแผ่นดินแล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า  พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เราอนุญาตความพร้อมเพรียงเพียงชั่วอาวาสเดียวเท่านั้น.

เรื่องพระมหากัปปินเถระดำริจะไม่ทำอุโบสถ

     [๑๕๓]  ก็โดยสมัยนั้นแล vท่านพระมหากัปปินะพักอยู่ ณ มัททกุจฉิมฤคทายวัน vเขตพระนครราชคฤห์  คราวหนึ่ง ท่านไปในที่สงัดหลีกเร้นอยู่ ได้มีความปริวิตกแห่งจิตเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า  เราควรไปทำอุโบสถ หรือไม่ควรไป  ควรไปทำสังฆกรรม  หรือไม่ควรไป  โดยที่แท้ เราเป็นผู้หมดจดแล้ว ด้วยความหมดจดอย่างยิ่ง  ที่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความปริวิตกแห่งจิตของท่านพระมหากัปปินะด้วยพระทัยของพระองค์  แล้วได้ทรงหายพระองค์ไปในคิชฌกูฏบรรพมาปรากฏอยู่ตรงหน้าท่านพระมหากัปปินะ  ณ มัททกุจฉิมฤคทายวัน  เปรียบเหมือนบุรุษมีกำลังเหยียดแขนที่คู่ หรือคู่แขนที่เหยียด ฉะนั้น แล้วพระองค์ประทับนั่งเหนือพุทธอาสนะที่เขาจัดถวาย ฝ่ายท่านพระมหากัปปินะถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.

     พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสดำนี้กะท่านพระกัปปินะผู้นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่า  ดูก่อนกัปปินะ  เธอไปในที่สงัดหลีกเร้นอยู่  ได้มีความปริวิตกแห่งจิตเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า    เราควรไปทำอุโบสถ    หรือไม่ควรไป  ควรไปทำสังฆกรรม หรือไม่ควรไป โดยที่แท้  เราเป็นผู้หมดจดแล้วด้วยความหมดจดอย่างยิ่ง vดังนี้มิใช่หรือ.

     ท่านพระมหากัปปินะทูลรับว่า เป็นอย่างนั้น  พระพุทธเจ้าข้า.

     พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า  ดูก่อนพราหมณ์ทั้งหลาย  ถ้าพวกเธอไม่สักการะ  ไม่เคารพ  ไม่นับถือ ไม่บูชา  ซึ่งอุโบสถ   เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครเล่าจักสักการะ  เคารพ  นับถือ บูชา  ซึ่งอุโบสถ  ดูก่อนพราหมณ์  เธอจงไปทำอุโบสถ จะไม่ไปไม่ได้ จงไปทำสังฆกรรม จะไม่ไปไม่ได้.

     ท่านพระมหากัปปินะรับสนองพระพุทธพจน์ว่า อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า.

     ลำดับนั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงชี้แจงให้ท่านพระมหากัปปินะเห็นแจ้ง  สมาทาน  อาจหาญ  ร่าเริงด้วยธรรมีกถา  แล้วได้ทรงหายพระองค์ไปในที่ตรงหน้าท่านพระมหากัปปินะ ณ มัททกุจฉิมฤดูทายวัน  มาปรากฏ ณ คิชฌกูฏบรรพต โดยรวดเร็ว  เปรียบเหมือนบุรุษมีกำลัง  เหยียดแขนที่คู้หรือคู้แขนที่เหยียดฉะนั้น.                                                       


เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ