Loading...
  022584  อยู่กับปัจจุบัน
นิรมิต
วันที่ 7 มี.ค. 2556 20:43 น.
อ่าน 580
 
 

กราบสวัสดีท่านวิทยากรและมิตรธรรมที่เคารพทุกท่าน

 

อยากขออนุญาตกราบเรียนถามว่า ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าให้อยู่กับปัจจุบัน

ไม่ให้กังวลถึงอดีตและอนาคต ก็มีผู้คนตีความกันไปต่างๆ นาๆ จนจับใจความ

ไม่ได้ก็มี 

จึงอยากทราบว่า ข้อความและอรรถที่แท้จริง ทรงมุ่งหมายถึงอย่างไรครับ 

กราบขอบพระคุณครับ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
prachern.s
วันที่ 8 มี.ค. 2556 08:03 น.
 

ข้อความบางตอนจากภัทเทกรัตตสูตร มีว่า

                         บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว

                        ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง   สิ่งใดล่วง

                        ไปแล้ว   สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว   และ

                        สิ่งที่ยังไม่มาถึงก็เป็นอันยังไม่ถึง ก็บุคคล 

                        ใดเห็นแจ้งธรรมปัจจุบันไม่ง่อนแง่น   ไม่

                        คลอนแคลนในธรรมนั้น ๆ ได้  บุคคลนั้น 

                        พึงเจริญธรรมนั้นเนือง ๆ   ให้ปรุโปร่งเถิด….

พระสูตรนี้อรรถกถาท่านอธิบายมีข้อความว่า ไม่ควรคิดถึงด้วยอำนาจกิเลส คือ

ตัณหา ทิฏฐิเป็นต้น  ถ้าจะคิดถึงอดีตหรืออนาคตด้วยกุศลจิตก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ

 เช่น ในพระสูตรต่างๆมีชาดกเป็นต้น พระพุทธองค์ทรงแสดงอดีตชาติของพระองค์

และบุคคลต่างๆ  โดยน้อมเข้ามาให้เห็นความไม่เที่ยงของสังขารทั้งหลาย หรือการ

สะสมอุปนิสสัย เพื่อให้เห็นโทษ อย่างนี้มีประโยชน์ หรือแม้การคิดถึงอนาคต เช่น เรา

จะต้องมีความตาย ความพลัดพราก  พิจารณาแล้วไม่ประมาท เจริญกุศล  การคิดถึง

อนาคตอย่างนี้มีประโยชน์  แต่ถ้าอยู่กับปัจจุบันกับอกุศล การอยู่แบบนี้มีโทษครับ 

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสภาพจิตใจ ส่วนกาลเวลาไม่ใช่สาระครับ  

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
JANYAPINPARD
วันที่ 8 มี.ค. 2556 08:40 น.
 

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
Lamphun
วันที่ 8 มี.ค. 2556 09:31 น.
 

ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
j.jim
วันที่ 8 มี.ค. 2556 09:44 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
thorn
วันที่ 8 มี.ค. 2556 11:47 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 400


   ผู้ไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่เป็นอดีต 

ไม่บ่นถึงสิ่งที่เป็น
อนาคต

ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยสิ่งเป็นปัจจุบัน

ท่าน
เรียกว่า   ผู้สันโดษ.

ขออนุโมทนา

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
paderm
วันที่ 8 มี.ค. 2556 13:00 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

อยู่กับปัจจุบัน มีความหมายลึกซึ้ง คือ จะต้องอยู่ด้วยปัญญา อยู่ด้วยความเข้าใจถูก

หากไม่มีปัญญา แม้จะรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่  แต่ไม่รู้ความจริงว่าเป็นแต่เพียงสภาพ

ธรรม ก็ไม่ได้อยู่กับปัจจุบันด้วยปัญญา

การไม่คำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว หมายถึง ไม่คำนึงถึงสิ่งหรือเรื่องในอดีตด้วยอกุศล

ด้วยโลภะเป็นต้น แต่ การคำนึงนึกถึงอดีตด้วยกุศลจิต ย่อมสมควรในระดับหนึ่ง แต่

ไม่ได้รู้ลักษณะปัจจุบันที่มีลักษณะกำลังปรากฎ ส่วน การไม่คำนึงถึงอนาคต คือ ไม่

คำนึงนึกถึงเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึงด้วยอกุศล ด้วยโลภะ เป็นต้น แต่การนึกถึง ด้วย

กุศลจิตในเรื่องที่ยังมาไม่ถึงย่อมสมควรในระดับหนึ่ง แต่ ยังไม่สามารถระลึกถึง

ลักษณะที่กำลังปรากฎในปัจจุบัน

การอยู่กับปัจุบันที่เป็นปัญญาที่รู้ความจริงของสภาพธรรมที่มีในขณะนี้

ย่อมละความยึดถือว่ามีเรา มีสัตว์ บุคคล ไม่มีเราในอดีต ไม่มีเราในอนาคต

ไม่มีใครทั้งสิ้น เพราะปัจจุบันขณะ กำลังมีสภาพธรรมที่กำลังปรากฎให้รู้

ว่าเป็นแต่เพียงธรรม ไม่ใช่เรา นี่ คือ การอยู่กับปัจจุบันด้วยปัญญา ว่ามี

แต่ธรรมไม่ใช่เรา ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
นิรมิต
วันที่ 8 มี.ค. 2556 21:30 น.
 

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
khampan.a
วันที่ 8 มี.ค. 2556 22:45 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

  พระธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกของผู้ที่ได้ฟัง

ได้ศึกษาอย่างแท้จริง เป็นไปเพื่อประโยชน์โดยส่วนเดียว   ไม่ว่าจะทรงแสดงพระสูตร

ใด      ส่วนใดก็ตาม ไม่พ้นไปจากเพื่อให้เข้าใจสภาพธรรมที่มีจริง ๆ   ในขณะนี้ว่าเป็น

ธรรม ไม่ใช่เรา และ ธรรม ไม่สามารถบังคับบัญชาได้     เพราะเกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุ

ตามปัจจัย  พระธรรมจึงเป็นเครื่องเตือนทุกแง่มุม     เพื่อความเจริญขึ้นของกุศลธรรม  

ขัดเกลากิเลสอกุศลธรรม    ไม่มีคำสอนแม้แต่บทเดียวที่ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้เกิด

อกุศลแม้เพียงเล็กน้อย  สำคัญที่ความเข้าใจถูกเห็นถูกจริงๆ  เมื่อกล่าวถึงปัจจุบันแล้ว

 ก็คือ  ขณะนี้    ขณะนี้ มีสภาพธรรมเกิดปรากฏ   มีให้ศึกษาอยู่ตลอด  ไม่ต้องไป

แสวงหาที่ไหน   ความเป็นผู้อยู่ด้วยความเข้าใจธรรม    อยู่ด้วยกุศลธรรม   จึงเป็นสิ่ง

ที่สมควรที่สุด  ครับ 

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
wannee.s
วันที่ 9 มี.ค. 2556
 

ทุกอย่างที่เกิดและดับ แล้วไม่กลับมาอีกเลย ใหม่ตลอดเวลา ให้อยู่กับปัจจุบัน

คือ รู้ธรรมที่กำลังปรากฎ ที่เกิดแล้วดับ ขณะนี้ค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
nong
วันที่ 10 มี.ค. 2556 04:55 น.
 

.....ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสภาพจิตใจ ส่วนกาลเวลาไม่ใช่สาระ

.....อยู่กับปัจจุบันด้วยปัญญาว่า มีแต่ธรรมไม่ใช่เรา

....ความเป็นอยู่ด้วยความเข้าใจธรรม อยู่ด้วยกุศลธรรม จึงเป็นสิ่งที่สมควรที่สุด

....ให้อยู่กับปัจจุบัน...รู้ธรรมที่กำลังปรากฏ ที่เกิดแล้วดับ ขณะนี้ 

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 14  
orawan.c
วันที่ 21 พ.ค. 2556 22:15 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top