Print 
เจตนาเจตสิกเกิดกับจิตทุกดวงจริงหรือเปล่าครับ
 
samroang69
samroang69
วันที่  14 ก.พ. 2556
หมายเลข  22491
อ่าน  678

ขอถามเรื่องเจตนาเจตสิกด้วยนะครับเพราะยังไม่เข้าใจ  เจตนาเจตสิกเกิดกับจิตทุกดวงแล้วในภวังค จิตและสภาพนึกคิดในขณะที่ฝันนั้น  มีเจตนาเจตสิกด้วยหรือไม่  แล้วเจตนาเจตสิกของพระอรหันต์มีหรือไม่  เป็นอย่างไร  แล้วถ้าคนไม่มีเจตนาเจตสิกจะเป็นเหมือนคนบ้าหรือไม่  แล้วคนที่เสียสติเป็นบ้ามีเจตนาเจตสิกด้วยหรือไม่  ถ้าทุกคนไม่มีเจตนาเจตสิกจะเป็นอย่างไร  หมายถึงที่ไม่ใช่พระอรหันต์ แล้วในสัตว์เดรัจฉานมีเจตนาเจตสิกด้วยหรือไม่ ต่างจากมนุษย์อย่างไร ขอรบกวนตอบด้วยนะครับ

ขอบคุณมากครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 14 ก.พ. 2556 21:59 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบนมัสการพระคุณเจ้าที่เคารพ ครับ   

     ก่อนอื่นก็ต้องเข้าใจก่อนว่า  เจตนา คือ อะไร?  เจตนาเป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นความจงใจ  ตั้ง ใจที่จะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด  เป็นสภาพธรรมที่ยังธรรมที่เกิดร่วมกับตนให้เป็นไปในอารมณ์นี้ คือ ความเป็นจริงของเจตนา  จะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม เจตนาเจตสิกก็เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ของตนๆ   ตามความเป็นจริงของธรรม  

    จากประเด็นคำถามที่พระคุณเจ้าตั้งไว้ คือ  เจตนาเจตสิกเกิดกับจิตทุกดวงจริงหรือเปล่า   คำตอบคือ  เจตนาเจตสิกเกิดกับจิตทุกดวง  ครับ

     เจตนาซึ่งเป็นกรรมนั้น มี ๒ ประเภทใหญ่ คือ สหชาตกัมมะ และ นานักขณิกกัมมะ  สหชาตกัมมะ เป็นเจตนาที่เกิดร่วมกับจิตทุกประเภท ไม่มีเว้นเลย ทุกขณะที่จิตเกิดขึ้นจะไม่ปราศจากเจตนาเลย ส่วนนานักขณิกกัมมะได้แก่ เจตนาที่เกิดร่วมกับกุศลจิตและอกุศลจิตที่เป็นเหตุให้ผลเกิดขึ้นในภายหลังได้

     ขณะที่เป็นภวังค์ก็มีเจตนา  ขณะที่เห็น ขณะที่ได้ยิน ขณะที่ได้กลิ่น  ขณะที่เป็นกุศล  ขณะที่เป็นอกุศล  เป็นต้น  ล้วนมีเจตนาเกิดร่วมด้วยทั้งนั้น   แม้แต่พระอรหันต์  ท่านก็มีเจตนา ไม่มีเจตนาที่เป็นไปกับด้วยกุศลและอกุศล  เนื่องจากว่า กุศล กับ  อกุศล ของพระพระอรหันต์ไม่มี  พระอรหันต์มีจิตเพียง ๒ ชาติ คือ วิบาก กับ กิริยา   ดังนั้นเจตนาของพระอรหันต์จึงเป็นเฉพาะชาติวิบาก กับ กิริยาเท่านั้น

     คำที่ส่วนใหญ่ได้ยินกัน คือ คำว่า ไม่ได้เจตนา หรือ ไม่มีเจตนา  เมื่อได้ศึกษาพระธรรมสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก ก็จะเข้าใจได้ว่า  ขณะนั้น  ไม่ได้ปราศจากเจตนา  มีเจตนาอย่างแน่นอน  แต่ไม่ได้มีเจตนาที่เป็นไปในการเบียดเบียนประทุษร้าย เป็นต้น  เช่น ขับรถเหยียบสัตว์ตาย โดยไม่เจต นา  เดินเหยียบมดตายโดยไม่เจตนา คือ ไม่มีเจตนาที่จะฆ่า ไม่มีเจตนาที่จะเบียดเบียน  นั่นเอง   

     การศึกษาพระธรรมด้วยความละเอียดรอบคอบ  ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง  ตรงตามความเป็นจริง  เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว เจตนาเจตสิกเป็นเจตสิกที่เกิดร่วมกับจิตทุกประเภท  ไม่มียก เว้น  ทุกครั้งที่จิตเกิดขึ้นจะต้องมีเจตนาเกิดร่วมด้วยทุกครั้ง  ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นเจตนาที่เกิดกับจิตประเภทใด  กล่าวคือ  ถ้าเกิดร่วมกับกุศลจิตก็เป็นกุศล  ถ้าเกิดร่วมกับอกุศลจิตก็เป็นอกุศล  ถ้าเกิดร่วมกับวิบากจิตก็เป็นวิบาก  ถ้าเกิดร่วมกับกิริยาจิตก็เป็นกิริยา  ความจริงเป็นอย่างไร  ก็ต้องเป็นอย่างนั้น ไม่มีใครไปเปลี่ยนแปลงได้  ตราบใดที่ยังมีเหตุให้สภาพธรรมเกิดขึ้นเป็นไป สภาพธรรมก็เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย  ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น  เจตนาก็เช่นเดียวกัน  เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย  เมื่อไม่มีเหตุที่จะทำให้ไม่มีเจตนาเกิดขึ้นเป็นไป  เจตนาก็ไม่เกิดขึ้นเป็นไป   นั่นก็หมายถึง  บุคคลผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์  ดับกิเลสจนหมดสิ้น  ดับขันธปรินิพพานแล้ว  ไม่มีสภาพธรรมใดๆเกิดขึ้นอีกเลย  จิตไม่เกิด  เจตสิกไม่เกิด  รูปไม่เกิด  เป็นผู้สิ้นทุกข์โดยประการทั้งปวง ครับ

กราบอาราธนาินิมนต์พระคุณเจ้าคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

พระอรหันต์ มีเจตนาหรือไม่ 

เจตนาเจตสิกเป็นกัมมปัจจัย
                                  
กรรมคือเจตนา

เจตนาเจตสิก -- สัพพจิตตสาธารณเจตสิก 

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 15 ก.พ. 2556 09:29 น.

          ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบนมัสการพระคุณเจ้าที่เคารพ ครับ   

     จิตเมื่อเกิดขึ้นจะต้องมีเจตสิกเกิดร่วมด้วยเสมอ  เพราะฉะนั้น  ขณะที่จิตเกิดในชีวิตประจำวัน ขณะที่ฝัน  ที่เป็นกุศลจิต  อกุศลจิต  ขณะที่หลับสนิท  ก็เป็นภวังคจิต  ขณะนั้นจะต้องมีเจตสิกเกิดร่วมด้วยเสมอ  รวมทั้งเจตนาเจตสิกด้วย  ที่เกิดร่วมในขณะนั้น

     สรุปได้ว่า จิตทุกขณะไม่ปราศจากเจตนาเจตสิกที่จะต้องเกิดร่วมด้วย  ดังนั้น ในความละเอียดของสภาพธรรม จิต มี 4 ชาติ คือ กุศลจิต อกุศลจิต วิบากจิต และ กิริยาจิต จิตทั้ง 4 ชาติ มี เจตนาเจตสิกเกิดร่วมด้วย  แต่เจตนาเจตสิกที่เรียกว่าเป็นความตั้งใจ  จงใจ  ต่างก็ทำกิจหน้าที่ไปในแต่ละชาติ  แต่ละประเภทของจิต  เพราะตามกฎของสภาพธรรม  เจตสิกที่เกิดร่วมด้วยกับจิตประเภทอะไร เจตสิกนั้นก็เป็นชาตินั้น  เป็นประเภทนั้น  เช่น  กุศลจิต  เจตนาเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย  ก็เป็นประเภทกุ ศลชาติ  ถ้าเจตนาเจตสิกที่เกิดร่วมด้วยกับจิตของพระอรหันต์ที่เป็นกิริยาจิต เจตนาเจตสิกนั้นก็เป็นกิริยาชาติ  ซึ่ง เจตนา ความตั้งใจ จงใจ ที่จะเป็นกรรม ให้ผลถัดไป คือ เจตนาเจตสิกที่เกิดกับจิตที่เป็นกุศลจิต อกุศลจิต  ส่วนเจตนาเจตสิกที่เกิดกับวิบากจิต ที่เป็นภวังคจิต ทำหน้าที่เกิดร่วมด้วยในขณะนั้น ไม่ได้มีหน้าที่จะตั้งใจ จงใจที่จะทำกรรมอะไร เพราะเหตุว่า ในขณะนั้น  เป็นเพียงการรับผลของกรรม ภวังคจิตเกิดขึ้น เป็นการรับผลของกรรมในชาติก่อน  มีอารมณ์ของชาติก่อน  ขณะที่ไดรับผลของกรรม ไม่ได้มีเจตนาตั้งใจทำกรรม   แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเจตนาเจตสิก   แต่เจตนาเจต สิกที่เกิดขึ้น  ทำกิจหน้าที่ เกิดร่วมกับวิบากจิต  และ  เจตสิกอื่นๆที่เกิดร่วมด้วย  เพียงดำรงภพชาติความเป็นบุคคลนี้เท่านั้น   ส่วนเจตนาเจตสิกที่เกิดร่วมกับกิริยาจิตของพระอรหันต์  พระอรหันต์มีความตั้งใจ  มีเจตนาเจตสิก  ขณะที่ท่านทำความดี  ท่านทำกิจหน้าที่ เช่น บิณฑบาต  ก็มีเจตนาเจต สิกเกิดร่วมด้วย   เจตนาในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  แต่เจตนาเจตสิกนั้น   ไม่เป็นไปในกุศล อกุศล ที่จะทำให้ผลต่อไปเป็นกรรมที่จะทำให้ผลในอนาคต  แต่เป็นเจตนาเจตสิกที่เกิดกับกิริยาจิต  อันที่จะให้ผลในอนาคต ดังนั้น มีเจตนาตั้งใจ จงใจได้  แต่ไม่จำเป็นจะต้องให้ผลในการทำ มีเจตนานั้น
     ส่วนพระอรหันต์ก็มีวิบากจิต  ขณะเห็น ได้ยิน และ ขณะที่เป็นภวังคจิต ซึ่งก็มีเจตนาเจตสิก โดยนัยเดียวกันที่ว่า เจตนาเจตสิกที่เกิดกับจิตชาติวิบาก ไม่ให้ผลของกรรม เพียงทำหน้าที่รับผลของกรรมในขณะนั้น ครับ ส่วนคำถามที่ว่า ถ้าคนไม่มีเจตนาเจตสิกจะเหมือนคนบ้าไหม   คนบ้า ก็คือ สมมติบัญญติสิ่งมีชีวิต เมื่อเป็นสิ่งมีชีวิตก็จะต้องมีจิตเกิดขึ้น เมื่อมีจิตเกิดขึ้นก็ต้องมีเจตสิกเกิดร่วมด้วย   เพราะฉะนั้น ไม่มีใครที่ไม่มีเจตนาเจตสิกสำหรับสิ่งมีชีวิต   เพราะเจตนาเจตสิกเกิดร่วมกับจิตเสมอ เพียงแต่ว่า ที่สมมติว่าเป็นคนบ้า  เพราะเหตุที่เกิดอกุศลจิต  ที่เป็นโมหมูลจิตบ่อยๆ  มากไปด้วยความไม่รู้  มากไปด้วยความไม่มีสติ  จึงทำให้เป็นคนบ้า  แต่ก็มีเจตนาที่จะทำกิจต่างๆ  เจตนาที่จะเดิน เป็นต้น ครับ  

     และจากคำถามที่ว่า  แล้วในสัตว์เดรัจฉาน  มีเจตนาเจตสิกด้วยหรือไม่  ต่างจากมนุษย์อย่างไร   เจตสิกของสัตว์เดรัจฉานก็มีเช่นกัน  เพราะขึ้นชื่อว่าสัตว์มีชีวิต  ย่อมจะมีจิตและจะต้องมีเจตสิกเกิดร่วมด้วย  โดยสภาพธรรมของเจตนาเจตสิกของสัตว์แต่ละประเภทไม่ต่างกันเลย ไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะไม่ว่าเกิดกับใคร  เพียงแต่ว่าเจตนาเจตสิกของใครที่เกิดขึ้น เกิดกับจิตประเภทอะไร  ชาติไหน  เจตนาเจตสิกของมนุษย์ที่เกิดกับกุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา  ย่อมตั้งใจ ขวนขวายในการทำความดี ได้มากกว่าสัตว์เดรัจฉาน นี่คือความแปลกกันเพียงบางส่วน ครับ                                     ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 15 ก.พ. 2556 09:50 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Boonyavee
วันที่ 15 ก.พ. 2556 19:34 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
nong
วันที่ 16 ก.พ. 2556 06:03 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
samroang69
samroang69
วันที่ 16 ก.พ. 2556 19:40 น.

                  แจ่มชัดมากครับ ขอขอบคุณทั้งสองท่านที่ช่วยตอบปัญหา

                                           อนุโทนาด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 16 ก.พ. 2556 21:27 น.
ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
pavee
pavee
วันที่ 16 ก.พ. 2556 23:01 น.

ขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ