Loading...
  022352  บทสวดเมตตาพรหมวิหาร
รดา
วันที่ 18 ม.ค. 2556 00:30 น.
อ่าน 1,198
 
 

     ถามผู้รู้ นะคะ ถ้าคุณๆมีเว็บไซด์ ที่ดิฉันพอจะ ไปดาว์โหลตเสียงสวดมนต์ เมตตา

มหาใหญ่ หรือ เรียกอีกทีว่า เมตตาพรหมวิหาร.

     ได้โปรดช่วยตอบทีเถอะค่ะ      ส่วนเว็บที่จะให้เข้าไปก๊อปบทสวดมาสวดตามนั้น

ดิฉันไปหามาแล้วมากมาย แต่ ๆ ละบทสวด สวดไม่เหมือนกัน   จึงไม่ค่อยจะแน่ใจว่า

บทสวดเมตตาพรหมวิหาร บทสวดบทไหน แน่นอนกว่า คือ ความหมายของดิฉันก็คือ

ต้องการให้ บทสวดในซีดี ตรงกับบทสวดที่พิมพ์ทิ้งไว้ให้ไปก๊อปกัน มาสวดตาม, ดิฉัน

ไปทำมาหลายที่แล้วบางครั้ง ต้องหยุดแล้วกลับไปฟังซีดี ในเว็บใหม่ บางทีก็ให้รีกลับ

ไปได้บางทีก็ไม่ให้ ก็เลย ต้องเข้ามาขอ ความรู้จากผู้รู้ในเว็บนี้    หวังว่า คงมีผู้รู้ ช่วย

กรุณาตอบไว้ให้ด้วยนะค่ะ

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
รดา
วันที่ 18 ม.ค. 2556 01:04 น.
 

เนื่องด้วยเป็นน้องใหม่นะคะ  ต้องการจะศึกษาธรรมะ เพื่อนำมาใช้กับชีวิตประจำวัน

ขอคำแนะนำด้วยว่า สมควรจะไปอ่าน หรือ ศึกษาพระธรรม ที่ไหนก่อน,  เพราะเท่าที่

เข้าไปฟังและอ่าน หน้าพระไตรปิฏก และ ซีดีธรรมะ, แล้วรู้สึกว่า ยังไม่เข้าใจในภาษา

ธรรมเท่าที่ควร ขอรบกวน ผู้สร้างเว็บไซด์ หรือ พี่ๆน้องๆผู้รู้ ช่วยแนะนำด้วยนะคะ

ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
paderm
วันที่ 18 ม.ค. 2556 08:04 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

      พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ประโยชน์เพื่อให้สัตว์โลกเจร้ญขึ้นในกุศลธรรม

โดยเฉพาะปัญญา ให้มีความเห็นที่ถูกตัองเพื่อละคลายกิเลส  ดังนั้นสิ่งที่สำคัญในการ

ได้พบพระพุทธศาสนาคือ การศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ  พระธรรมของพระพุทธเจ้าจึง

ไม่ได้มีไว้ให้ท่องจำ   กล่าวคำบาลีที่ไม่เข้าใจเพื่อที่ต้องการได้กุศล     แต่พระธรรมที่

พระพุทธเจ้าทรงแสดงมีให้ไว้ศึกษาให้เกิดปัญญาเกิดกุศลธรรม  โดยศึกษาตามภาษา

ของตนเองให้เข้าใจ ครับ

    ซึ่งแม้แต่บทสวดเรื่องใด เรื่องหนึ่ง มีเมตตา เป็นต้น ประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่จะสวดบท

เมตตาแต่อยู่ที่ ควรมีเมตตาในชีวิตประจำวัน อันเป็นกุศลที่ควรเจริญ สวดแต่ไม่เข้าใจ

เมตตาเจริญไม่ได้ก็ไม่ได้รับประโยชน์   แต่เมตตตาไม่ได้เกิดจากการสวด แต่เกิดจาก

การศึกษา ฟังพระธรรมเรื่องเมตตา เป็นสำคัญ เมื่อฟังธรรมเข้าใจเรื่องเมตตา   ก็จะทำ

ให้เกิดกุศลที่เป็นเมตตา แม้ไม่ได้สวดเลยครับ

      ดังนั้นแทนที่จะสวดเรื่องเมตตา ก็ศึกษาฟังพระธรรมเรื่องเมตตาให้เข้าใจ   จะเป็น

ประโยชน์และตรงตามพระพุทธประสงค์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรรม    ให้สาวกเกิด

ปัญญาเกิดกุศลอันเกิดจากการฟัง ศึกษาพระธรรม ครับ

        อย่างในสูตรเรื่องเมตตา เช่น กรณียเมตตาสูตร    แทนที่เราจะต้องท่องสวดกัน

ก็อ่าน ฟังเรื่องนี้ที่แปลเป็นภาษาไทยแล้วให้เข้าใจ   แม้แต่คำแรกที่ว่า      กิจอันใดที่

สาวกพึงทำ   แม้แต่คำนี้ ถ้าได้ศึกษาคือ กิจคือการเจริญอบรมปัญญาเพื่อถึงสันติ  คือ

พระนิพพานจะเห็นนะครับว่า เมื่อได้ศึกษาพระธรรมอย่างถูกต้อง ปัญญาย่อมเจจิญขึ้น

กุศลประการต่าง ๆ ก็เจริญขึ้นด้วย มีเมตตา เป็นต้น ครับ 

       และสำหรับเวปที่จะเป็นเบื้องต้นในการศึกษาพระธรรม ก็สามารถเข้ามาอ่าน สอบ

ถามในเวปนี้ได้    และ      สามารถรับฟังธรรมเบื้องต้นที่เวปนี้ได้ที่เมนู ฟังธรรม ครับ

ความเข้าใจที่เกิดขึ้นแต่ละขณะ   นั่นคือ    เบื้องต้นของการศึกษาพระธรรม 

     ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
khampan.a
วันที่ 18 ม.ค. 2556 12:51 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   เมตตสูตร หรือ กรณียเมตตสูตร   เป็นพระสูตรที่ว่าด้วยการเจริญเมตตา หรือ เมตตา-

ภาวนา    ซึ่งเป็นการมีไมตรีจิตเกื้อกูลปรารถนาดีต่อสัตว์ทั้งปวง   โดยไม่มีเวร ไม่มีการ

เบียดเบียนซึ่งกันและกัน   ปราศจากความโกรธความขุ่นเคืองใจ   และ เมตตา นี้เอง  

เป็นธรรมที่กำจัดความโกรธ ความขุ่นเคืองใจโดยเฉพาะ

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมไ้ด้ที่นี่ครับ

เมตตสูตร ...เสาร์ที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๓

       เมตตา เป็นสภาพธรรมที่ดีงาม บุคคลผู้ที่มีเมตตา ย่อมจะเป็นมิตรกับทุกคน ไม่ว่า

จะเป็นใครก็ตาม ไม่ได้มีการกระทำใด ๆ   ที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนเลย

แม้เพียงจิตที่คิดจะเบียดเบียนก็ไม่มี จึงไม่มีเวรกับใคร ๆ   เพราะขณะที่มีเมตตานั้นเป็น

กุศลธรรม เป็นธรรมฝ่ายดีเกิดขึ้น และประการที่สำคัญ เมตตา เป็นธรรมที่ควรอบรม

เจริญให้มีขึ้นในชีวิตประจำวัน เมื่ออบรมเจริญเป็นปกติแล้ว ย่อมเกื้อกูลให้กุศลธรรม

ประการอื่น ๆ เจริญขึ้นตามไปด้วย

       การที่จะมีเมตตา มีได้ทุกขณะเลย ในขณะที่ไม่รู้สึกโกรธ หรือว่าไม่รู้สึกขุ่นเคืองใจ

เพราะฉะนั้น  วันหนึ่ง ๆ ที่จะรู้ว่าตัวเองมีเมตตาเพิ่มขึ้นหรือไม่ ก็จะสังเกตได้ว่า  ขณะใด

ที่โกรธ ขณะนั้นไม่มีเมตตา ขณะใดที่ขุ่นเคืองใจ แม้เพียงเล็กน้อย ขณะนั้นก็ไม่มีเมตตา

ถ้ารู้ตัวอย่างนี้ ความโกรธก็จะลดลง แล้วเมตตาก็จะเพิ่มขึ้น        ถ้าจิตใจของเราทุกคน

เป็นเพื่อนกับคนอื่น เป็นมิตรกับคนอื่น ก็แสดงว่าเป็นผู้มีเมตตาแล้ว     ใครคิดที่จะเจริญ

เมตตาจริง ๆ ก็ไม่ยากเลย คือ ไม่ต้องท่องเลย เพียงแต่ว่าให้ช่วยเหลือคนอื่น  เป็นมิตร

กับคนอื่น มีความหวังดีต่อผู้อื่น   ขณะนั้น เมตตาก็เจริญขึ้นแล้ว มีเมตตาแล้ว    โดยไม่

ต้องท่องคำบทสวดที่เกี่ยวกับเมตตาเลย  เพราะเมตตา ไม่ใช่เรื่องท่อง แต่เป็นสิ่งที่ควร

อบรมเจริญให้มีขึ้นในใจของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง ครับ

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

คำสั้น ๆ ...เมตตา

คำสั้น ๆ ...ให้อภัย

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
wannee.s
วันที่ 18 ม.ค. 2556 22:16 น.
 

เมตตา ไม่ได้อยู่ในตำรา   เมตตา คือความรู้สึกที่เป็นมิตร   เป็นเพื่อน  หวังดี. ไม่คิดร้าย.

ไม่แข่งดีกับเพื่อน. มีแต่คิดช่วยเหลือเกื้อกูล. เช่น. เห็นคนอื่นยกของหนัก เราก็ไปช่วยด้วย

จิตที่เป็นกุศลเป็นมิตรค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
นิรมิต
วันที่ 19 ม.ค. 2556 02:50 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
nopwong
วันที่ 19 ม.ค. 2556 09:26 น.
 

ขออนุโมทนา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
เซจาน้อย
วันที่ 19 ม.ค. 2556 19:47 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     "ไม่ว่าจะเป็น ณ สถานที่ใด   ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม

ไม่มีเครื่องกั้นเลยกับการที่จะมีเมตตา"

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของอ.ผเดิม อ.คำปั่นและทุกๆท่านครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
suppermarcro
วันที่ 20 ม.ค. 2556 11:22 น.
 

     สาธุครับ การปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องละเอียด เป็นเรื่องของจิต พี่ที่ทำงานด้วยกัน ชอบ

ฟังธรรม เปิดบทสวดต่าง บทแผ่เมตตา แล้วก็ท่องตาม มันก็ดีแต่ว่ามันไม่ถูกกาล เปิดฟัง

เสียงดัง ผมนั่งข้างๆ บางที่ก็ต้องใช้สมาธิบางอย่าง ก็ดีมันฝึกจิตเรา แล้วก็คิดว่าได้รู้ธรรม

ฟังธรรม(บางที่สิ่งที่เราทำมัน กระทบคนอื่น คนอื่นไม่พอใจ แบบนี้เราจะมีอกุศลบ้างมั๊ย

ครับ อย่างบางที คนมาจ่ายเงินค่าเราบอกแพงไป บอก 50 บาท ที่จริง 5-6 บาง แต่ก็

บอกว่าพูดเล่น กรณีนี้ถ้าขณะบอก 50 บาท จิตของคนจ่ายเงินตกใจ เราจะมีผลกรรมมั๊ย

ครับ เพื่อนเดินไม่ดูทางเล่นมือถือ เราเอามือ มาบังหน้าแล้วส่งเสียงดัง เพื่อนตกใจ เป็น

ต้น) ขอบทำความเข้าใจครับ ขอบคุณครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
paderm
วันที่ 20 ม.ค. 2556 14:50 น.
 

เรียนความเห็นที่ 8 ครับ

อกุศลมีหลายระดับ บาปมีหลายระดับ  อกุศล หรือ บาปที่มีกำลัง ที่จะทำให้ตกนรกได้

คือ การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ล่วงศีล 5 เป็นต้น แต่การกระทำที่เล็กน้อย เช่น พูดเล่น แหย่

เล่น ไม่เป็นกรรมที่มีกำลัง ไม่ถึงจะต้องไปอบาย แต่เป็นอกุศล ที่ไม่ควรสะสม ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
รดา
วันที่ 23 ม.ค. 2556 22:36 น.
 

            ขอความพระคุณ ในคำตอบของทุกๆท่านคะ  ขอบคุณที่ชี้ให้เห็นหนทางเดิน

ในโลกนอกวัด ดิฉันจะนำไปปฏิบัติ ตามคำแนะนำค่ะ      พึ่งจะทราบว่า การสวดมนต์

ไม่ได้ช่วยอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ทีการกระทำของเราใช่ไหม ค่ะ

ที่โพสท์คำของคุณ + คำถามไว้นี่ ก็มิใช่ลบหลู่ผู้ตอบนะคะ เพียงแต่ว่า อยากจะเข้าใจ

ให้ถูกต้อง ถึงแม้ว่า คำตอบคือว่า ถูกต้องแล้ว    แต่ดิฉันก็ยังคงจะขอสวดมนต์ต่อไป

เพราะเข้าใจว่า การสวดมนต์ก็คือ การอยู่กับตัวเองเป็นส่วนตัว(ในบางครั้งเท่านั้น)

ไม่ทราบว่าเข้าใจถูกไหม ขอรบกวนผู้รู้ ช่วย อธิบาย ให้กับน้องใหม่ด้วยนะคะ  ส่วนการ

ไปฟังธรรม , ขอรับรองว่า จะเข้าไปฟังแน่นอนค่ะ

เพราะตอนนี้ เจอปัญหามากมายในที่ทำงาน พยายามมองให้เป็นธรรมดา ว่านั้นคือ

ธรรมะ ที่เราต้องเข้าไปทำความเข้าใจ  แต่ก่อนจะเข้าใจ  ก็มึนไปหลายรอบเหมือนกัน

คะ  กว่าจะทำใจให้ไปทางธรรมะ ทัน  ..ดิฉันเป็นน้องใหม่ ศึกษาและฟังธรรมมาก็มาก

อยู่  แต่ไม่มีโอกาสจะได้เข้าไปที่วัดหรือสถานที่ฝึกฝนไหนๆได้เลย พยายามฟังธรรม

และ ฝึกฝนตัวเอง เพื่อที่ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง แต่บางก็ทำใจทัน บางก็ไม่ทัน กว่า

จะรู้ตัวว่าทำผิดไป  ก็ ผ่านไปหลายนาที แล้วค่ะ  ขอรบกวน ผู้รู้ แนะนำน้องใหม่ด้วย

นะค่ะ

ที่ทำงานทำงานร่วมกับบุคคลที่เป็น ญ มากมาย หลายเชื้อชาติ หลายศาสนา ทำความ

เข้าใจยากมากมาย , รบกวนแนะนำด้วยนะคะ.

ว่าสมควรจะวางการกระทำ ของตัวเรา ไว้แค่ไหน ....?

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
paderm
วันที่ 24 ม.ค. 2556 09:21 น.
 

เรียนความเห็นที่ 10 ครับ

สำหรับประเด็นเรื่องการสวดมนต์นั้น ไม่ได้ห้ามไม่ให้สวดมนต์ แต่ ควรศึกษาพระธรรม

ให้เข้าใจ ก็จะสามารถเข้าใจคำสอน ระลึงถึงคำสอนได้ แม้ไม่ได้สวดมนต์ครับ

ส่วนการอยู่กับเพื่อนงาน ไม่ให้มีปัญหา ปัญหาเกิดจากอกุศลของตนเองที่เกิดขึ้น

วิธีการแก้ ก็แก้ที่ใจของตนเอง ให้มีปัญญาเพิ่มขึ้น ย่อมทำให้คิดถูก ด้วยการฟังพระธรรม

ศึกษาพระธรรมไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้คิดถูกมากขึ้น เมื่อพบเจอเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน

แต่ ไม่ควรลืมว่า เมื่อยังเป็นปุถุชน ยังเกิดกิเลสได้เป็นธรรมดา แและ ยังจะต้องทุกข์ใจ

ต่อไปได้เป็นธรรมดา ก็อยู่กับปัญหา กับอกุศลที่เกิดขึ้น และ อบรมปัญญาไปด้วย

ก็จะสามารถละปัญหา คือ กิเลสได้ในที่สุด แต่อีกยาวนานมาก ครับ ขออนุโมทนา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
รดา
วันที่ 25 ม.ค. 2556 01:16 น.
 

ขอบพระคุณ

คุณๆทุกท่านที่ตอบ ข้อข้องใจของดิฉัน ดิฉันคิดว่า เข้าใจถูกแล้ว หลังจากได้อ่านคำตอบ

ของความเห็นที่ 11 ขอบพระคุณค่ะ   ...

เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ขออนุโมทนา

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : -

Back to Top