Loading...
  022271  การทำทานตู้วัด-ตู้รับบริจาคต่างๆ
นิรมิต
วันที่ 1 ม.ค. 2556 19:11 น.
อ่าน 887
 
 

กราบสวัสดีท่านวิทยากรและมิตรธรรมทุกท่าน

 มีความสงสัยว่า การกระทำกุศลขั้นทาน ด้วยการหยอดเงินใส่ตู้รับบริจาคต่างๆที่พบ

ได้ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า ตามย่านชุมชน หรือตู้ทำบุญของวัด กุศลสำเร็จเป็นกุศล

กรรมบถ เป็นทานมัย ทันทีที่หยอดเงินลงไปในตู้ หรือว่าเป็นแค่กุศลจิต และต้องรอให้

เงินที่หยอดลงไปนั้น ไปถึงมูลนิธิต่างๆ และได้แปรเป็นปัจจัยต่างๆที่ไปทำประโยชน์

เช่นอาคารเรียน ข้าวกลางวัน ฯลฯ เสียก่อน จึงจะครบองค์และจึงจะเป็นกุศลกรรมครับ ? 

-----------------------------------------

เช่นเดียวกับเงินที่ทำในตู้วัด หรือแม้แต่ภัทตาหารปัจจัยต่างๆที่ถวายแด่พระสงฆ์ ถ้า

พระสงฆ์ยังไม่รับประทานหรือฉันภัทตาหารที่เราถวาย กุศลเราก็ยังไม่สำเร็จเป็นกุศล

กรรมหรือ ?

 ------------------------------------------

แล้วไม่ทราบว่า การถวายเงินพระสงฆ์นั้น ด้วยไม่รู้พระวินัย อย่างที่ชาวพุทธทั้งหลาย

ทั่วๆไปทำกันอยู่ ด้วยกุศลเจตนาจริงๆ ที่จะถวายเงินเป็นปัจจัย ขณะนั้นก็เป็นกุศลจิต

มีกำลังที่สละทรัพย์ได้ และก็ไม่ได้มีความเห็นผิดใดๆ ทานนั้นจะชื่อว่า สำเร็จเป็นกุศล

กรรมหรือไม่ เพราะเหตุใด

------------------------------------------------

เช่นเดียวกับกรณีที่ถวายอาหารคาว ดิบ แด่พระภิกษุ ด้วยไม่ทราบว่าืวินัยท่านห้ามฉัน

หรือการถวายสังฆทานถังเหลืองอันประกอบด้วยของไม่ค่อยจะเป็นประโยชน์ บางอย่าง

ก็เป็นโทษ ที่นิยมต่อๆกันมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ ชื่อว่าเป็นกุศลที่สำเร็จกุศลกรรม

หรือไม่ อย่างไร   ขอบพระคุณครับ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
khampan.a
วันที่ 2 ม.ค. 2556 17:53 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    การขัดเกลากิเลส (เครื่องเศร้าหมองของจิตใจ)   ไม่เหมือนกับการทำความสะอาด

วัตถุสิ่งของ  เพราะเหตุว่าการขัดเกลากิเลสที่แต่ละบุคคลได้สะสมมาอย่างเนิ่นนานใน

สังสารวัฏฏ์    ต้องอาศัยการเจริญกุศล(ทำความดี) ทีละเล็กทีละน้อย  บ่อย ๆ เนือง ๆ  

สำหรับบุคคลผู้ที่ยังไม่มีปัญญาคมกล้าจนถึงขั้นที่จะสามารถบรรลุถึงความเป็นพระ

อริยบุคคลในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ ได้นั้น  โอกาสใดที่จะเจริญกุศลได้  ไม่ว่าจะเป็นใน

ด้านใด ๆ ก็ตาม  ก็ไม่ควรที่จะละเลยโอกาสนั้นไป  เพราะโอกาสของการได้ทำความดี  

ในชีวิตประจำวันนั้น  เป็นโอกาสที่หายาก  และในวันหนึ่ง ๆ อกุศลจิตเกิดบ่อยมากเป็น

ปกติอยู่แล้ว        ถ้าไม่มีโอกาสของกุศลจิตได้เกิดขึ้นบ้างเลย         นับวันอกุศลก็

จะสะสมพอกพูนหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ   ทำให้สังสารวัฏฏ์ยืดยาวต่อไปอีกอย่างไม่มีวัน

จบสิ้น  การให้ทาน ก็เป็นกุศลประการหนึ่ง   เป็นไปเพื่อขัดเกลาความตระหนี่ของ

ตนเอง   ขณะที่มีเจตนาที่จะสละวัตถุสิ่งของเพื่อประโยชน์สุขแก่บุคคลอื่น ขณะนั้น

เป็นบุญแล้วสำเร็จแล้ว เพราะมีเจตนาที่จะสละ

    ที่น่าพิจารณาคือ ผู้ที่มีความเข้าใจพระธรรม รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม ก็

น้อมประพฤติในสิ่งนั้น   และเว้นในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง     อย่างเช่นในกรณีถวายเงินแด่

พระภิกษุ หรือ ถวายอาหารดิบ  อย่างนี้ เป็นเหตุให้พระภิกษุท่านต้องอาบัติ    แม้ผู้

ถวายมีศรัทธามีจิตที่เป็นกุศลที่จะถวายก็ตาม  เป็นการให้ที่ไม่ฉลาด  ไม่ใช่การให้ของ

สัปบุรุษ    เมื่อรู้ว่าไม่ถูกต้อง  ก็สามารถที่จะกระทำให้ถูกต้อง        ด้วยความเข้าใจ

ที่ค่อย ๆ เจริญขึ้นได้    

    อีกประการหนึ่ง สำหรับสังฆทาน ไม่ได้อยู่ที่ถังสีเหลือง แต่อยู่ที่สภาพจิตที่มุ่งตรง

ต่อสงฆ์มีความเคารพยำเกรงต่อพระภิกษุผู้รับเสมอกันหมด   ไม่ใช่ว่าจะเป็นสังฆทานก็

ต่อเมื่อถวายของที่อยู่ในถังสีเหลือง  นอกจากนั้นของที่จะถวายก็จะต้องเป็นไปตาม

พระวินัยด้วย ไม่ได้จำกัดเฉพาะอาหารเท่านั้น  รวมถึงวัตถุที่สมควรแก่เพศบรรพชิต

ทุกอย่าง  ทั้งหมดที่จะกระทำให้ถูกต้องได้  ก็ต้องอาศัยความเข้าใจพระธรรมวินัย

 จากการได้ฟัง ได้ศึกษาด้วยความละเอียดรอบคอบนั่นเอง ครับ 

ขอเชิญคลิกเพื่อศึกษาเพิ่มเติมในส่วนอื่น ๆ ได้ที่นี่ครับ

เกี่ยวกับการรับเงินทองของพระ

จากหัวข้อ ตักบาตรและถวายเงินใส่ซองให้พระ

มีความเห็นอย่างไรกับการถวายสังฆทาน 

การทำบุญ3อย่าง

ถวายซาซิมิ 

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
paderm
วันที่ 2 ม.ค. 2556 17:55 น.
 

           ขอนอบน้อมแ่ด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  จากคำถามที่ว่า

มีความสงสัยว่า การกระทำกุศลขั้นทาน ด้วยการหยอดเงินใส่ตู้รับบริจาคต่างๆที่พบได้

ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า ตามย่านชุมชน หรือตู้ทำบุญของวัด  กุศลสำเร็จเป็นกุศล

กรรมบถ เป็นทานมัย ทันทีที่หยอดเงินลงไปในตู้ หรือว่าเป็นแค่กุศลจิต และต้องรอให้

เงินที่หยอดลงไปนั้น ไปถึงมูลนิธิต่างๆ และได้แปรเป็นปัจจัยต่างๆที่ไปทำประโยชน์

เช่นอาคารเรียน ข้าวกลางวัน ฯลฯ เสียก่อน จึงจะครบองค์และจึงจะเป็นกุศลกรรมครับ ? 

 - กุศลในขั้นทาน คือ เจตนาที่สละ เป็นอโลภะเจตสิกที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ซึ่ง จะต้อง

มีกุศลจิตที่คิดจะสละให้ประการหนึ่ง นั่นคือ ผู้ให้ มีไทยธรรม คือ ของที่จะให้ และ มี

ผู้รับ กรรมจึงจะครบสำเร็จในการให้ ซึ่งสำหรับในกรณีของตู้บริจาคมูลนิธิต่างๆ นั้น

ตู้รับก็เป็นเหมือนตัวแทนของผู้รับ ที่ผู้รับได้มอบหมาย หรือ จะกล่าวว่า เป็นตัวแทน

ของผู้รับโดยตรง ดังนั้น เมื่อมีเจตนาสละ และ บริจาคไปในตู้ ก็เหมือนกับการให้กับ

ผู้รับแล้ว ขณะนั้นทานสำเร็จแล้ว เมื่อมีผู้ให้ มีเจตนาสละ มีกุศลจิต มีการให้ไทยธรรม

ของที่จะให้ และ มีผู้รับในขณะนั้น

****************************************

จากคำถามที่ว่า

เช่นเดียวกับเงินที่ทำในตู้วัด หรือแม้แต่ภัตตาหารปัจจัยต่างๆที่ถวายแด่พระสงฆ์ ถ้า

พระสงฆ์ยังไม่รับประทานหรือฉันภัทตาหารที่เราถวาย กุศลเราก็ยังไม่สำเร็จเป็นกุศล

กรรมหรือ ?

     -ในกรณีของพระภิกษุ การถวายอาหาร ขณะที่คิดมีจิตสละ และ ได้ถวาย และ

พระภิกษุได้รับ ก็ชื่อว่า มีผู้ให้ไทยธรรมและผู้รับ ครบองค์แล้ว แม้พระจะไม่ฉัน จะ

ไปแจกจ่าย หลังจากที่ท่านแบ่งของๆท่านแล้ว ก็เป็นอันทานสำเร็จแล้ว เพราะ มี

การรับทานนั้นแล้ว ครับ

 *********************************

จากคำถามที่ว่า

แล้วไม่ทราบว่า การถวายเงินพระสงฆ์นั้น ด้วยไม่รู้พระวินัย อย่างที่ชาวพุทธทั้งหลาย

ทั่วๆไปทำกันอยู่ ด้วยกุศลเจตนาจริงๆ ที่จะถวายเงินเป็นปัจจัย ขณะนั้นก็เป็นกุศลจิต

มีกำลังที่สละทรัพย์ได้ และก็ไม่ได้มีความเห็นผิดใดๆ ทานนั้นจะชื่อว่า สำเร็จเป็นกุศล

กรรมหรือไม่ เพราะเหตุใด

  - กุศลกรรมมีกำลังอ่อน เพราะ อาศัยความไม่รู้ เป็นปัจจัยให้เกิดกุศล การสละ สิ่งที่

ไม่เป็นไประโยชน์กับพระภิกษุ แม้เป็นกุศล แต่มีกำลังอ่อนมาก จึงเป็นปัจจัยถ้า กุศล

กรรมนี้ให้ผล ในชาติที่เกิดเป็นมนุษย์ ก็ทำให้ บ้าใบ้ บอดหนวก พิการแต่กำเนิด ได้ ครับ

 *******************************

จากคำถามที่ว่า

เช่นเดียวกับกรณีที่ถวายอาหารคาว ดิบ แด่พระภิกษุ ด้วยไม่ทราบว่าืวินัยท่านห้ามฉัน

หรือการถวายสังฆทานถังเหลืองอันประกอบด้วยของไม่ค่อยจะเป็นประโยชน์ บางอย่า

งก็เป็นโทษ ที่นิยมต่อๆกันมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่  ชื่อว่าเป็นกุศลที่สำเร็จกุศลกรรม

หรือไม่ อย่างไร

  - โดยนัยเดียวกัน ตามที่กล่าวมา เป็นกุศลกรรมที่มีกำลังอ่อนมาก ครับ

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
เซจาน้อย
วันที่ 2 ม.ค. 2556 19:27 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของอ.คำปั่น อ.ผเดิมและทุกๆท่านครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
wannee.s
วันที่ 2 ม.ค. 2556 20:57 น.
 

กุศลในขั้นทาน คือ เจตนาที่สละ เป็นอโลภะเจตสิกที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

อนุโมทนา ค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
นิรมิต
วันที่ 2 ม.ค. 2556 21:20 น.
 

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนา อ.คำปั่น และ อ.ผเดิม เป็นอย่างสูงครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
daris
วันที่ 5 ม.ค. 2556 08:18 น.
 

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
nopwong
วันที่ 5 ม.ค. 2556 08:38 น.
 

ขออนุโมทนา

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : กุศล  ทาน  บุญ 

Back to Top