Print 
เจตนาซึ่งเป็นกรรม
 
nano16233
วันที่  30 ธ.ค. 2555
หมายเลข  22261
อ่าน  3,423

"เรากล่าวว่าเจตนาซึ่งเป็นกรรม" หมายความว่าอย่างไร


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 30 ธ.ค. 2555 08:56 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบนมัสการพระคุณเจ้าที่เคารพ

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 103
                
[พระโมคคลีบุตรติสสเถระอ้างพระพุทธพจน์เล่าอดีตนิทาน]

     ลำดับนั้น  พระเถระ (ถวายวิสัชนา) ให้พระราชาทรงเข้าพระทัยเนื้อความนี้ด้วยพระสูตรนี้ว่า   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เรากล่าวเจตนาว่าเป็นกรรม  บุคคลคิดแล้ว  จึงกระทำกรรมด้วยกาย   วาจา ใจ ๑   ดังนี้. เพื่อแสดงเนื้อความนั้นนั่นแล   พระเถระจึงนำติดติรชาดกมา (เป็นอุทาหรณ์)  ดังต่อไปนี้. (อ่านต่อข้างล่างครับ)
     ขอถวายพระพร   มหาบพิตร !   ในอดีตกาล นกกระทาชื่อ ทีปกะเรียนถามพระดาบสว่า
     ข้าแต่ท่านผู้เจริญ !  นกเป็นอันมาก 
เข้าใจว่า ญาติของพวกเราถูกจับอยู่แล้ว จึงพากันมา นายพรานอาศัยข้าพเจ้า (นกต่อ) ย่อมถูกต้องกรรม เมื่อนายพรานอาศัยข้าพเจ้าทำบาปนั้น ใจข้าพเจ้า ย่อมสงสัย ว่า (บาปนั้นจะมีแก่ข้าพเจ้า หรือหนอ ?).
     พระดาบส  ตอบว่า ก็ท่านมีความคิด (อย่างนี้) หรือว่า ขอนกทั้งหลายเหล่านี้มา เพราะเสียง และเพราะเห็นรูปของเราแล้วจงถูกแร้ว หรือ จงถูกฆ่า
     นกกระทา เรียนว่า ไม่มี  ท่านผู้เจริญ (อ่านต่อนะ) ลำดับนั้น  ดาบสจึงให้นกกระทานั้นเข้าใจยินยอมว่า  ถ้าท่านไม่มีความ คิดไซร้ บาปก็ไม่มี แท้จริง กรรมย่อมถูกต้องบุคคลผู้คิดอยู่เท่านั้น หาถูกต้องบุคคลผู้ไม่คิดไม่

     ถ้าใจของท่าน ไม่ประทุษร้าย (ในการทำความชั่ว) ไซร้  กรรมที่นายพรานอาศัยท่านกระทำ  ก็ไม่ถูกต้องท่าน  บาปก็ไม่ติดเปื้อนท่าน  ผู้มีความขวนขวายน้อย ผู้เจริญ (คือบริสุทธิ์).

พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 272

     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เรากล่าวเจตนาว่าเป็นกรรม  บุคคลจงใจแล้ว จึงกระทำกรรมด้วยกาย  ด้วยวาจา  ด้วยใจ (และคำว่า)  ดูก่อนอานนท์  จริงอยู่เมื่อกายมีอยู่ ความสุขและทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้น  เพราะกายสัญเจตนาเป็นเหตุ (เพราะความจงใจทางกายเป็นเหตุ) ดูก่อนอานนท์  หรือเมื่อวาจามีอยู่ ความสุขและทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้น เพราะวจีสัญเจตนาเป็นเหตุ  ดูก่อน อานนท์ หรือว่าเมื่อใจมีอยู่  ความสุขและทุกข์อันเป็นภายในย่อมเกิดขึ้น    เพราะมโนสัญเจตนาเป็นเหตุ (และคำว่า) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กายสัญเจตนา ๓ อย่าง เป็นกายกรรมฝ่ายอกุศล  มีทุกข์เป็นกำไร  มีทุกข์เป็นวิบาก  วจีสัญเจตนา ๔ อย่าง  เป็นวจีกรรมฝ่ายอกุศล ฯลฯ    
     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  มโนสัญเจตนา  ๓ อย่าง  เป็นมโนกรรมฝ่ายกุศล  มีสุขเป็นกำไร  มีสุขเป็นวิบาก (และคำว่า)  ดูก่อนอานนท์  ถ้าโมฆบุรุษ  ชื่อว่า สมิทธิ นี้ถูกปาฏลิบุตรปริพาชกถามอย่างนี้ พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า  ดูก่อนท่านปาฏลิบุตร  ท่านกระทำกรรมเนื่องด้วยสัญเจตนา  ย่อมเสวยสุขเนื่องด้วยสุขเวทนา  ด้วยกาย  ด้วยวาจา  ด้วยใจ ฯลฯ

ขออนุโมทนา ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ใฝ่รู้
วันที่ 30 ธ.ค. 2555 16:50 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 30 ธ.ค. 2555 17:34 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาัสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     กราบนมัสการพระคุณเจ้า ที่เคารพ ครับ
    ในคำสอนทางพระพุทธศาสนา พระผู้มีพระภาคเจ้าแสดงเรื่องกรรมไว้เป็นจำนวนมาก ทรงแสดงว่า กรรม คือ เจตนา  ความจงใจ ความตั้งใจ  ขณะใดที่ตั้งใจทำชั่ว ขณะนั้นเป็นกุศลกรรม ขณะใดที่ตั้งใจกระทำความดี ขณะนั้นเป็นกุศลกรรม  ดังนั้น กรรมจึงมีจริง

    กรรม คือ การกระทำ เป็นความจงใจ ความตั้งใจกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจ เมื่อกล่าวโดยสภาพธรรมแล้ว ได้แก่ เจตนาเจตสิก เจตนาที่เกิดร่วมกับกุศลจิตและอกุศลจิตเมื่อสำเร็จเป็นกรรมย่อมให้ผลตามโอกาสอันควร  เมื่อไม่ถึงโอกาสอันควร จึงยังไม่ให้ผล, คนที่ทำไม่ดี เมื่อกรรมไม่ดีนั้นให้ผลย่อมได้รับผลที่ไม่ดีตามเหตุ  แต่เนื่องจากแต่ละบุคคลในสังสารวัฏฏ์มีการกระทำกรรม  ทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดีไว้มากมาย  กรรมที่ทำไว้แล้วทุกขณะไม่มีการสูญหายไปไหน  เมื่อถึงโอกาสอันควรย่อมให้ผลตามควรแก่เหตุที่ได้กระทำไว้  เมื่อเป็นเช่นนี้จึงควรอย่างยิ่งที่จะสะสมแต่กรรมที่ดีเท่านั้น ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 31 ธ.ค. 2555 22:20 น.

เจตนาเจตสิกเกิดกับจิตทั้ง 4 ชาติ คือ ชาติกุศล ชาติอกุศล. ชาติวิบาก. ชาติกิริยา. ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เซจาน้อย
วันที่ 1 ม.ค. 2556 13:45 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาัสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Chalee
Chalee
วันที่ 4 ม.ค. 2556 13:30 น.

ขออนุโมทนาสาธุที่ได้อ่านเจอ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
คนรักธรรมะ
วันที่ 4 ม.ค. 2556 20:33 น.

ขออนุญาตเจ้าของกระทู้ค่ะ  

ขอรบกวนถามท่านผู้รู้อีกสักนิดนะคะ  เจตนาเจตสิก ที่เกิด ร่วมกับ กิริยาจิต เรา จะถือว่า เจตนานั้น เป็นกรรม ด้วย หรือไม่คะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
paderm
paderm
วันที่ 4 ม.ค. 2556 20:39 น.

เรียนความเห็นที่ 7 ครับ

เจตนาที่เป็นกรรม จะต้องเป็นเจตนาที่เกิดกับกุศลจิต หรือ อกุศลจิต แต่เจตนาเจตสิกที่เกิดกับกิริยาจิต และ วิบากจิต ไม่เป็นกรรม โดยนัยที่จะทำให้เกิดผล ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
คนรักธรรมะ
วันที่ 5 ม.ค. 2556 13:30 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาคุณ paderm ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
nano16233
วันที่ 6 ม.ค. 2556 10:59 น.

ขออนุโมทนา

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
Chalee
Chalee
วันที่ 8 ม.ค. 2556 10:26 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
panasda
วันที่ 31 ก.ค. 2556 10:18 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ