Print 
เหตุใดมารจึงทราบ
 
นิรมิต
วันที่  28 ธ.ค. 2555
หมายเลข  22249
อ่าน  1,813

กราบสวัสดีท่านวิทยากรและมิตรธรรมที่เคารพทุกท่าน

พอดีได้ฟังธรรมบรรยายเทปเก่าๆของท่านอาจารย์สุจินต์ ได้มีการกล่าวถึงเรื่องของท่านพระเถระรูปหนึ่ง (ต้องขอโทษด้วยที่จำชื่อท่านไมไ่ด้) ที่ตอนท่านยังเป็นปุถุชนอยู่ท่านเจริญฌานและเสื่อมจากฌานหลายครั้ง เนื่องจากท่านมีอาพาธเรื้อรัง ทำให้เสื่อมจากฌานทุกครั้ง ท่านจึงคิดจะฆ่าตัวตายในขณะที่ฌานท่านยังไม่เสื่อม เพื่อที่ภพต่อไปจะได้เที่ยงแท้ว่าจะไปบังเกิดเป็นพรหมบุคคลเลยเกิดความสงสัยว่า มาร ทราบได้อย่างไรว่าถ้าท่านฆ่าตัวตาย ท่านย่อมจะบรรลุอรหัตผล เหตุใดมารจึงทราบได้ถึงความแก่รอบแห่งญาณของผู้จะบรรลุถึงอรหัตผลในขณะที่มารเป็นปุถุชนเท่านั้นเช่นเดียวกับกรณีอื่นๆ ดูเหมือนมารจะทราบหลายอย่างที่เกินวิสัยของปุถุชนธรรมดาแม้จะเป็นเทพชั้นปรนิมมิตวสวัสตีก็ตาม แต่ที่มารทราบ มองเผินๆเหมือนจะเกินวิสัยหรือไม่ อย่างไร

กราบขอบพระคุณครับ


  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 09:40 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

     จากที่ผู้ถามได้กล่าวมานั้น เป็นเรื่องของพระภิกษุที่ชื่อว่า ท่านพระโคธิกะ ซึ่ง ท่านอบรมปัญญา บวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา  ท่านได้ฌาน  และเสื่อมจากฌานหลายครั้ง  จึงมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย ในขณะที่ฌานยังไม่เสื่อม  มารเห็นว่า  ท่านพระโคธิกะ  จะฆ่าตัวตาย  ก็กลัวว่า ท่านจะดับกิเลสได้ รู้ว่าตนเอง ไม่สามารถยับยั้งได้นอกเสียจากพระพุทธเจ้า มารจึงเข้าไปกราบทูลว่า สาวกของพระองค์จะทำกาละ  สิ้นชีวิตเสียก่อน ให้พระพุทธองค์ทรงห้าม แต่พระพุทธองค์ไม่ทรงห้ามและท่านพระโคธิกะเอามีดมาและ ฆ่าตัวตาย แต่ท่านบรรลุพระอรหันต์ ก่อนจะสิ้นชีวิต และปรินิพพาน ครับซึ่งเหตุผลที่ผู้ถาม  ถามว่า  มารรู้ได้อย่างไรว่า ท่านพระโคธิกะ  ฆ่าตัวตาย จะเป็นพระอรหันต์ จากอรรถกถาอธิบายว่า มารคิดว่านี่คิดด้วยความคิดของตน ไม่ได้มีปัญญา แต่คิดว่า ผู้ที่ไม่เยื่อใยในชีวิต และ พิจารณาธรรม  ขณะที่จะฆ่าตัวตาย  ย่อมอาจบรรลุพระอรหันต์ได้ นี่คือ  การคาดคะเน  จึงกลัวที่จะท่านพระโคธิกะจะบรรลุ  เพราะมีความไม่เยื่อใยในชีวิต จึงให้พระพุทธเจ้าห้าม ครับ มารไม่ได้มีปัญญาหยั่งรู้อนาคต ไม่มีปัญญาที่จะรู้ว่าท่านพระโคธิกะ  จะบรรลุพระอรหันต์  แต่ด้วยเข้าใจว่าท่านพระโคธิกะ  อบรมปัญญาในศาสนานี้มาแล้ว  ก่อนฆ่าตัวตายจึงมีโอกาสที่จะบรรลุพระอรหันต์ได้  เพราะอาศัยความเพียร และ ความไม่เยื่อใยในชีวิต ออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 11:08 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
นิรมิต
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 14:20 น.

ขอกราบอนุโมทนาและขอขอบพระคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
นิรมิต
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 14:24 น.

ขอเรียนถามเพิ่มเติมครับ

หากว่าท่านพระโคธิกะ ไม่ได้บรรลุพระอรหันต์ในขณะนั้น แต่ทำกาละไปบังเกิดในพรหมโลก การฆ่าตัวตายของท่าน ก็ย่อมชื่อว่าปาณาติบาต ใช่ไหม ก็ถือเป็นอกุศลกรรมบถที่จะให้ผลได้ในอนาคต แม้ท่านจะไปบังเกิดเป็นพรหมด้วยรูปาวจรกุศล หรืออรูปาวจรกุศลก็ตาม แต่ปาณาติบาตนั้นที่ท่านกระทำ ก็ชื่อว่าปาณาติบาตใช่ไหมครับ

ขอบพระคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 17:46 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ความประพฤติเป็นไปของเทวปุตตมาร สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้ฟังได้ศึกษาพระธรรมด้วยความละเอียดรอบคอบแล้ว ก็จะสามารถพิจารณาได้ว่า  แม้จะได้เกิดเป็นเทวดา ซึ่งเป็นผลของกุศลกรรม  แต่เพราะได้เคยสะสมอุปนิสัยที่ดีไม่ดี  สิ่งที่ไม่ดีเหล่านี้ไม่สูญหายไปไหน  สะสมสืบต่ออยู่ในจิต เมื่อได้เหตุได้ปัจจัยก็เกิด  ขึ้นทำกิจหน้าที่  จึงทำให้เป็นผู้ ไม่อยากเห็นผู้อื่นได้ดี คอยขัดขวางทุกวิถีทาง มีแต่อยากจะเห็นผู้อื่นอยู่ในวัฏฏะ ต่อไป เทวปุตตมารจึงมีความประพฤติเป็นไปที่ไม่ดีต่าง ๆ มากมายหลากหลาย ตามที่ปรากฏในพระไตรปิฎก เป็นไปของธรรมฝ่ายที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น  มีความคิดที่วิจิตรหลากหลายตามการสะสม เต็มไปด้วยอกุศลไม่สามารถเข้าใจสภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏตามความเป็นจริงได้     

     จากข้อความที่แสดงถึงเรื่องของพระโคธิกะ นั้น ท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ก่อนที่จะสิ้นชีวิต เป็นผู้ห่างไกลจากกิเลสโดยประการทั้งปวง  ดับขันธปรินิพพานแล้วไม่มีการเกิดอีกในสังสารวัฏฏ์  การฆ่าตัวตาย  ไม่ได้เป็นปาณาติบาต  เพราะไม่ใช่ชีวิตของสัตว์อื่น  ที่จะเป็นปาณาติบาตได้ ต้องเป็นชีวิตของสัตว์อื่น  บุคคลอื่น ตามองค์แห่งปาณาติบาต มี ๕ ประการ คือ  สัตว์มีชีวิต, รู้ว่าสัตว์มีชีวิต, มีจิตคิดจะฆ่า, มีความพยายามในการฆ่า และสัตว์ตายด้วยความพยายามดังกล่าวนั้น  ครับ 

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
paderm
paderm
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 18:44 น.

เรียนสนทนาเพิ่มเติมในความเห็นที่ 5 ครับ

สำหรับกรรมที่ได้ทำแล้ว มีปาณาติบาต เป็นต้น  ของบุคคลที่ยังมีกิเลส เป็น ปุถุชนแม้จะได้ฌาน เกิดพรหมโลกแต่หากในชาตินั้น ก่อนที่จะได้ฌาน ได้ทำบาปเป็นอกุศลกรรมไว้ มีการฆ่าสัตว์ เป็นต้น  แต่ ไม่ถึงอนันตริยกรรม มีการฆ่าบิดา มารดา กรรม คือการฆ่าสัตว์ ย่อมไม่เป็นเครื่องกั้นในการเกิดในพรหมโลก หากชาตินั้น อบรมฌาน และฌานไม่เสื่อม ย่อมเกิดในพรหมโลกได้  แต่ไม่ได้หมายความว่า การเกิดในพรหมโลกแล้ว กรรมที่ทำบาปไว้จะไม่ให้ผล เป็นแต่เพียงว่า ตราบใดที่ยังเกิดในพรหมภูมิ บาปที่จะทำให้เกิดในอบาย  เพราะ การฆ่าสัตว์ก็ยังไม่ให้ผล เพราะ คติ ที่เป็นภพภูมิที่เกิดห้ามไว้อยู่ แต่เมื่อยังเป็นพรหมปุถุชน  ยังไม่พ้นจากอบาย  การเกิดในพรหมโลก ก็เหมือนกับการยิงลูกศรไป แล้วก็ย่อมตกลงพื้น  เมื่อกุศลกรรมหมดแล้ว ก็สามารถกลับมาเกิดในภพภูมิต่างๆได้  และ ก็สามารถเกิดในอบายภูมิได้ โดยเฉพาะ กรรมที่เป็นอกุศลกรรมบถในอดีตชาติที่ได้ทำมา  เหมือนกับ สุนัขล่าเนื้อที่วิ่งไล่กัด ทันเมื่อไหร่ก็กัดให้ตายเมื่อนั้น ฉันใด  อกุศลกรรมที่ได้ทำของปุถุชน เมื่อได้โอกาสให้ผลเมือ่ไหร่ในชาติใดก็ทำให้ไปอบายภูมิ เพราะ กรรม มีการฆ่าสัตว์ เป็นต้นได้ ครับ ซึ่งในกรณีของท่านพระโคธิกะ หากว่า  เป็นการฆ่าสัตว์อื่น ที่ไม่ใช่ตนเอง ย่อมถึงกรรมที่เป็นปาณาติบาตหากไม่ปรินิพพาน ก็ยังมีโอกาสที่กรรมนั้นจะให้ผลได้ แต่ การฆ่าตนเองไม่เป็นปาณาติบาต  ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่ฆ่าสัตว์อื่น  จึงไม่ครบกรรมบถ ครับ กรรมนั้นจึงไม่สามารถให้ผลได้  แต่หากว่าท่านพระโคธิกะเป็นปุถุชน แล้ว ฆ่าตัวตาย หากจิตเศร้าหมองก่อนตาย เป็นอกุศลจิต  กรรมในอดีตที่เป็นอกุศลกรรมที่เคยทำมา ย่อมทำให้สามารถให้ผลในคราวนั้นเกิดในอบายได้  แต่ด้วยอำนาจของอกุศลกรรมอื่นๆ  ในอดีต ไม่ใช่เพราะการฆ่าตัวตาย ครับ ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
นิรมิต
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 19:51 น.

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ อ.คำปั่น  อยากจะขอรบกวนเรียนถามอีกข้อครับ

การฆ่าตัวตายนี่ โดยมากสำหรับปุถุชนแล้วก็เป็นไปด้วยอกุศลจิต มีโทสะ โลภะ เป็นต้น(ไม่ทราบโมหะเป็นปัจจัยให้ฆ่าตัวตายได้หรือไม่) ทีนี้ การฆ่าตัวตาย ด้วยกุศลจิต มีได้เหมือนกันใช่หรือไม่ อย่างเช่นการกระทำของพระโพธิสัตว์ ที่ทรงทิ้งตัวเองลงเป็นทานให้แก่แม่เสือที่กำลังคิดจะกินลูกของตัวเอง ก็ชื่อว่ากระทำด้วยกุศล ถูกต้องไหมครับ ?หรืออย่างการยอมตายเพื่อผู้มีพระคุณได้อยู่รอด เช่นเรื่องที่ปรากฏเล่ากันบ่อย  คือกำลังจะตกเขา ก็สลัดมือผู้ที่ช่วยไป เพราะมิฉะนั้นก็จะตกไปตามทั้งคู่ ผู้ที่อยู่ด้านล่าง จึงสลัดมือให้ตัวเองตกลงไปด้วยเจตนาว่าขอให้อีกคนอยู่รอดเถิด   อย่าได้ตกลงไปตายด้วยกันเลย

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เซจาน้อย
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 20:04 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
"กรรมยุติธรรมเสมอ"
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของอ.ผเดิม อ.คำปั่นและทุกๆท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
paderm
paderm
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 21:18 น.

เรียนความเห็นที่ 8 ครับ
โดยมาก เมื่อพูดถึงการฆ่าตัวตาย ก็ด้วยอกุศลจิตเป็นส่วนมาก เป็นสำคัญ แต่การสละชีวิต  เพื่อ ประโยชน์กับผู้อื่น ด้วยจิตที่เป็นกุศล ต่างกับการจะฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากปัญหาด้วยอกุศลจิต มี โทสะ เป็นต้น ส่วนการฆ่าตัวตาย ด้วยความไม่รู้ มีความไม่รู้เป็นเหตุก็ได้ แต่ ขณะฆ่า โดยมากก็เป็นด้วยจิตที่เป็นโทสะ ครับซึ่ง การสละชีวิตตนเอง ด้วยจิตที่เป็นกุศล ดังตัวอย่าง ที่พระโพธิสัตว์ เกิดเป็นกระต่ายสละชีวิตของตนเอง โดยการกระโดดเข้ากองไฟ  เพื่อให้พระอินทร์ที่แปลงกายมาเป็นพราหมณ์มาขออาหาร พระโพธิสัตว์จึงสละชีวิตตนเอง เพื่อให้ พราหมณ์ได้บริโภคอาหาร คือ ชีวิตตนเอง อันเป็นทานที่เหนือว่า  พระเวสสันดร ที่สละ บุตรภรรยา การสละชีวิตครั้งนี้ เป็นทานปรมัตถบารมี อันเป็นทานอันสูงสุด ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
นิรมิต
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 22:23 น.

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
Thanapolb
Thanapolb
วันที่ 22 ก.พ. 2556 23:57 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอเรียนถาม อ.ผเดิม และสนทนาด้วยคนครับ   เรื่องคนฆ่าตัวตาย

ปุถุชน ที่ฆ่าตัวตายด้วยโทสะและโมหะ หากถ้าจิตขณะสุดท้ายก่อนจุติ ก็อาจเป็นกุศลเพราะนึกถึงกุศลกรรมที่เคยทำไว้ เป็นไปได้บ้าง ใช่ไหมครับ ก็อาจเกิดในสุคติภูมิได้อย่างนั้นหรือครับ (และประจวบติดใจในความคิดเห็นที่ 7 ในสามบรรทัดสุดท้ายที่ท่านเขียนด้วยครับ) ขอความกระจ่างอีกทีครับ

เพราะผมเข้าใจมาตลอดว่า(เพราะเคยได้ยินมา อาจได้ยินมาผิดๆ) ว่าคนที่ฆ่าตัวตายถือว่าปฏิเสธความเป็นมนุษย์  ต้องไปเกิดในอบายภูมิ  และเกิด ตายอีกหลายชาติ จนกว่ากุศลจะเกิดก่อนจุติ จึงจะกลับมาเกิดในสุคติภูมิได้

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
paderm
paderm
วันที่ 23 ก.พ. 2556 14:05 น.

เรียนความเห็นที่ 13 ครับ
การสละชีวิต ที่เรียกว่า ฆ่าตัวตาย แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ขณะจิตสุดท้ายก็สามารถเกิดกุศลจิต ได้เช่น ผู้มีปัญญา ที่เป็นพระโพธิสัตว์ที่เกิดเป็นกระต่าย ก็สละชีวิต โดดเข้ากองไฟ ด้วยปัญญา ด้วยกุศลจิต ในการกระทำนั้น ซึ่ง ไม่จำเป็นจะต้อง ชวนจิตสุดท้ายจะเป็นอกุศล เป็นกุศลก็ได้ ครับ นี่สำหรับผู้มีปัญญา สะสมมามาก แต่ โดยมาก ก็มักเกิดอกุศลจิตก่อนตาย เพราะ ความเป็นผู้ที่เป็นปุถุชน ที่ปัญญาไม่มีกำลัง ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
Thanapolb
Thanapolb
วันที่ 26 ก.พ. 2556 12:59 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
jaturong
วันที่ 1 มี.ค. 2556 14:00 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
panasda
วันที่ 8 ส.ค. 2556 13:38 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
MAHAPOONYO
MAHAPOONYO
วันที่ 4 มิ.ย. 2557 10:29 น.

ขออนุโมทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ