Print 
พระพุทธองค์ทรงเป็นนักเล่านิทาน ?
 
Nop.p
วันที่  23 ธ.ค. 2555
หมายเลข  22218
อ่าน  2,641

ในพระสุตตันตปิฎก มีพระสูตรหลายๆสูตร ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมโปรดชนทั่วๆไปต่างกาลต่างเวลาสถานที่  ต่างชั้นวรรณะ ต่างสติปัญญา ของชุมชนทั่วชมพูทวีป เพื่อทำความสว่างแจ้งในธรรมแก่ชนเหล่านั้น พระพุทธองค์จึงทรงยกตัวอย่างชี้ให้เห็น  เป็นบุคคลาธิฐานบ้าง  ธรรมมาธิฐานบ้าง  แล้วแต่สถาณะการณ์...จึงได้ชื่อว่า  นิทานธรรมบท  นิทานชาดกบ้าง  พระเจ้า 10 ชาติบ้าง พระเจ้า 500ชาติบ้าง ซึ่งมีอยู่หลายร้อยเรื่องที่กล่าวถึง สัตว์ บุคคล สิ่งของ สถานที่ ธรรมชาติฯ
(ในความคิดผมตามหลักกาลามสูตร)
-นิทานก็คือนิทานใช่หรือไม่ ? (แต่งขึ้นตามสถานะการณ์นั้นๆ)
-ในพระไตรปิฎกใช่ว่าจะเป็นพุทธวจนะทั้งหมดใช่หรือไม่ ?
-ผู้ศึกษาควรจะเชื่่อตามพระไตรปิฎกทั้งหมดหรือไม่ ?
-อันบุคคลหมายรวมทั้งพระอริยะต่างกันด้วยสติปัญญาใช่หรือไม่ ?
-พระอริยเจ้าจนถึงพระอรหัตเจ้าทั้งหลาย ยังมีความขัดแย้งกันทางด้านความคิดเห็นใช่หรือไม่?
-การสังคยานาครั้งแรกจนถึงมีการจารึกเป็นตัวอักษรไม่มีการผิดพลาดเลยหรือไม่ ?


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 23 ธ.ค. 2555 22:17 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

-นิทานก็คือนิทานใช่หรือไม่? (แต่่งขึ้นตามสถานะการณ์นั้นๆ)
พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ในส่วนที่เป็นเรื่อราวที่กล่าวกับบุคคลต่างๆ ไม่ใช่เรียกว่า นิทาน ครับ แต่ เรียกว่า พระสูตร ส่วนที่พระองค์ทรงตรัสในเรื่องอดีตชาติของพระองค์ เรียกว่า ชาดก ไม่ใช่ นิทาน อีกเช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้น แต่เป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นแล้ว นานมาแล้ว ครับ

-ในพระไตรปิฎกใช่ว่าจะเป็นพุทธวจนะทั้งหมดใช่หรือไม่ ?
พระไตรปิฎก เป็นพระธรรมที่แสดงโดยผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง นั่นคือพระพุทธเจ้าที่ล้วนแล้วแต่เป็นพุทธวจนะ ทั้งสิ้น ครับ

-ผู้ศึกษาควรจะเชื่่อตามพระไตรปิฎกทั้งหมดหรือไม่ ?
ผู้ศึกษา ชื่อก็บอกแล้วว่าศึกษา เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านเรื่องใด ไม่ว่าจะเป็นพระไตรปิฎกวิชาการทั้งโลกก็ต้องพิจารณาเหตุผลในสิ่งที่ได้อ่าน จึงเชื่ิอด้วยปัญญา ไม่ใช่เชื่อเพราะ สิ่งนั้นเป็นพระไตรปิฎก  แต่เพราะเกิดปัญญาความเข้าใจถูก จึงเชื่อ ครับ

-อันบุคคลหมายรวมทั้งพระอริยะต่างกันด้วยสติปัญญาใช่หรือไม่ ?
บุคคลทั้งหลาย ก็หมายรวมสัตว์โลกทั้งหมด ทั้งที่เป้นปุถุชน และ พระอริยเจ้า ที่เรียกว่าปุถุชน เพราะหนาด้วยกิเลส ที่เรียกว่าพระอริยเจ้า เพราะ เป็นผู้ประเสริฐ ซึ่งแตกต่างกันตามระดับปัญญา ถูกต้อง ครับ

-พระอริยะเจ้าจนถึงพระอรหัตเจ้าทั้งหลายยังมีความขัดแย้งกันทางด้านความคิดเห็นใช่หรือไม่?
พระอริยเจ้า และ พระอรหันต์ทั้งหลาย ย่อมไม่ขัดแย้งกัน ในหนทางข้อฏิบัติ และที่เกี่ยวกับสัจจะความจริง เพราะ ประจักษ์ความจริงตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง เช่นกัน ความคิดจึงคล้อยตามกัน ครับ 

-การสังคยานาครั้งแรกจนถึงมีการจารึกเป็นตัวอักษรไม่มีการผิดพลาดเลยหรือไม่ ?
ประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่จะรู้ว่าผิดพลาด หรือ ไม่ผิดพลาด แต่ผู้ที่ศึกษา ย่อมจะต้องศึกษาเรื่องนั้นก่อน และ ตัดสินด้วยการพิจารณา และ ไตร่ตรองตามความเป็นจริงว่าตรงตามสัจจะ ความจริงหรือไม่ ถ้าขัดแย้งก็ไม่ตรง ถ้าไม่ขัดแย้งก็ตรง เพราะฉะนั้นสำคัญที่ผู้นั้นจะต้องศึกษาพระธรรมของพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพ ก็จะได้สาระจากพระธรรม ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 24 ธ.ค. 2555 02:53 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 24 ธ.ค. 2555 19:15 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระพุทธเจ้าทรงแสดงนิทานที่เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์หรือสังสารวัฏฏ์คืออวิชชาซึ่งเป็นเบื้องต้นของสังสารวัฏฏ์จริงๆ  นี้คือความหมายหนึ่งของคำว่านิทาน  คือต้นเหตุ นอกจากนั้นพระองค์ทรงแสดง นิทาน ที่มีความหมายว่า เหตุที่จะทำให้เกิดวิบากข้างหน้า ได้แก่กรรมที่เป็นกุศลกรรมและอกุศลกรรม นี้ก็เป็นอีกความหมายหนึ่งของนิทาน และอีกความหมายหนึ่งคือ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน ก็เรียกว่านิทานได้ เช่นเหตุการณ์เกิดขึ้นที่เมืองสาวัตถี ก็เรียกว่าสาวัตถีนิทาน นิทานจึงไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นหรือเป็นเรื่องเล่าแต่อย่างใด ถ้าเป็นการแสดงอดีตประวัติความประพฤติเป็นไปของพระพุทธองค์และพระอริยสาวกท่านอื่นๆ อย่างนี้เรียกว่าชาตกะ หรือชาดก

   -การที่จะเข้าใจธรรมได้ต้องศึกษาพระไตรปิฎกที่เป็นพระพุทธพจน์ คำที่แสดงความจริงเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจสิ่งที่มีจริง ทั้งหมดเป็นพระพุทธพจน์ เพราะคำจริง ย่อมจริงโดยตลอดนั่นเองครับ

  -ที่เรียกว่าสัตว์โลก หรือเป็นบุคคลต่างๆ ก็เพราะมีสภาพธรรมที่เป็นนามธรรม และรูปธรรมเกิดขึ้นเป็นไป ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

  -พระอริยบุคคล เป็นผู้ที่ได้ตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง หมดสิ้นความสงสัย ไม่มีความเห็นผิดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงของสภาพธรรม จึงไม่มีความขัดแย้งกันทางความคิด เพราะได้ธรรมตรงตามความเป็นจริง ตรงตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

  -พระไตรปิฎกที่เป็นพระพุทธพจน์สืบทอดมาถึงยุคนี้ มีความบริบูรณ์อย่างครบถ้วนซึ่งจะเป็นประโยชน์เพียงพอแก่ความเข้าใจ สำหรับผู้ที่ได้ศึกษาอย่างแท้จริง เพราะถ้าได้ศึกษาด้วยความละเอียดรอบคอบจริงๆ ความเข้าใจถูกเห็นถูกก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้น ครับ 

... ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 24 ธ.ค. 2555 20:47 น.

พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า คือ พระไตรปิฎก และไม่มีใครเขียนพระไตรปิฎกได้เอง นอกจากเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Nop.p
วันที่ 25 ธ.ค. 2555 16:18 น.

พระธรรมบท หรือพระชาดก ล้วนสื่อให้เห็นสามัญญลักษณะ ที่ดีงามในกรรมที่ทำไว้ทั้งในอดีต-ปัจจุบัน และเชื่อมไปถึงอนาคต กระผมไม่ติดใจสงสัยในสิ่งที่ดีงาม...

-ปัจจุบันภิกษุย่อมเอ่ยอ้างต่อทายก ทายิกาว่า ธรรมนั่น-นี่เป็นพุทธวจนะ ใช่หรือไม่ ?

-พระไตรปิฎกย่อมเป็นพระไตรปิฎกจะแบ่งแยกออกมาเป็นกี่เล่ม กี่สำนักพิมพ์ก็ตาม แต่ในพระพุทธวจนะนั้นยั่งประกอบไปด้วยคำอธิบายต่างๆของ พระอรรถกถาจารย์ ฎีกา และอนุฎีกา มาขยายความต่อกันเป็นทอดๆ จะสั้นก็ดี จะยาวก็ดี จะได้ชื่อว่าพระพุทธพจน์ได้อย่างไร ?

-ดังนั้นในพระไตรปิฎกจึงประกอบไปด้วยคณาจารย์ทั้งหลายรจนาขึ้นต่างกรรม ต่างเวลา ต่างสถานที่ ใช่หรือไม่ ?

ขอบคุณครับอาจารย์...

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 08:29 น.

เรียนความเห็นที่ 5 ครับ

     ในความเป็นจริง อรรถกถา ก็เป็นพระธรรมของพระพุทธเจ้านั่นเองครับ เพียงแต่ว่ากล่าวโดยพระสาวก เมื่อพระพุทธเจ้าทรงรับรองคำนั้น ก็ชื่อว่า เป็นพระพุทธพจน์แล้วดังนั้น อรรถกถาที่อธิบายเพิ่มเติม ก็เป็นคำที่สาวกของพระพุทธเจ้า ไม่ได้แต่งขึ้นใหม่ดัง พระสูตรที่อ้างถึง ที่ มีคำว่า นักกวีแต่งขึ้นใหม่ แต่ อรรถกถา เป็นการอธิบายพระธรรม ตามแนวของพระพุทธเจ้า คือ ตามพระบาลี ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง อยู่แล้วไม่ได้แต่งให้นอกเหนือจากคำสอนของพระองค์ แต่ที่พระสาวกผุ้มีปัญญา ได้อธิบายเป็นอรรถกถา ก็เพื่อความละเอียด เพื่อความเข้าใจของสาธุชนรุ่นหลัง ให้เข้าใจได้ถูกต้องไม่เผิน ในพระพุทธพจน์ที่ลึกซึ้งสุดประมาณ ยากต่อการเข้าใจกับหมู่สัตว์ผู้มากไปด้วยความไม่รู้ ครับ

     ดังนั้น การจะปฏิเสธ ถ้อยคำของใคร ผู้ใด นั้น ก็จะต้องศึกษาพระธรรมอย่างละเอียดให้เข้าใจถูกต้อง และเมื่อเข้าใจพระธรรมแล้ว เมื่อได้ยินคำใด จากผู้ใด ก็ย่อมรู้ถึงคำนั้นคือ ไม่ได้ติดที่พยัญชนะ ว่าจะต้องตรงตามพระไตรปิฎก จึงจะเป็นพระพุทธพจน์ แต่ถ้อยคำนั้น สื่อความหมาย  เป็นไปแนวทางเดียวกับพระธรรมหรือไม่ เมื่อความหมายอรรถเป็นไปแนวทางเดียวกัน คำนั้น ก็ชื่อว่า   คล้อยตามพระพุทธพจน์ เป็นพระดำรัสของพระพุทธเจ้าด้วย เพราะว่า อาศัย พระพุทธพจน์ ที่ได้ศึกษาเข้าใจ มาอธิบายเพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจละเอียดเพิ่มขึ้น ครับ อรรถกถา ก็เช่นกันที่ แต่งขึ้น โดยพระสาวกผู้มีปัญญา ท่านเหล่านั้นก็ยึดหลักพระธรรมของพระพุทธเจ้าเพราะท่านได้ศึกษาเข้าใจแล้ว  จึงอธิบายพระพุทธพจน์เพิ่มเติมให้มีความเข้าใจพระธรรมละเอียดเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ พระสาวกทั้งหลาย หากได้อ่านรายละเอียด ท่านจะกล่าวเสมอว่า ท่านได้อธิบายแต่งอรรถกถาเพิ่มเติมโดยยึดแนวหลัก  คือ  พระพุทธพจน์เดิม ไม่ได้แต่งนอกเหนือไปจากนี้ และ เมื่อพระสาวกกล่าวธรรม แล้ว มีคนเลื่อมใส และ ผู้นั้นถามพระสาวกว่า คำนี้เป็นคำของท่านหรือไม่ ท่านก็กล่าวว่า ไม่ใช่คำของท่าน แต่เป็นคำของพระพุทธเจ้านี่ก็แสดงถึง คำที่กล่าว แม้สาวกกล่าว ก็กล่าวมาจากความเข้าใจของตนเอง ที่ได้ศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรม ท่านพระอรรกถาจารย์ มีพระสาวกรุ่นหลังก็เช่นเดียวกัน

     ดังนั้น พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งสุดประมาณ หากมีผู้ที่มีปัญญามาก มีพระอริยสาวก ที่อธิบายพระธรรมให้เข้าใจขึ้น ก็ควรศึกษาเพิ่มเติม คือควรอ่าน ศึกษาจากพระอรรถกถาจารย์ทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ในการเข้าใจพระธรรมที่ถูกต้อง ดังเช่น มงคลข้อแรก คือ การคบกัลยาณมิตร ย่อมได้คุณวิเศษ  มีการได้ความเข้าใจพระธรรมและได้บรรลุธรรม ครับ

     คิดเอง กับ อาศัยผู้อื่นอธิบายที่มีปัญญา มีความเข้าใจอย่างไหนประเสริฐกว่ากัน
ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
jaturong
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 14:52 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เพียงดิน
เพียงดิน
วันที่ 28 ธ.ค. 2555 12:37 น.

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เซจาน้อย
วันที่ 28 ธ.ค. 2555 18:54 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
"คิดเอง กับ อาศัยผู้อื่นอธิบายที่มีปัญญา มีความเข้าใจอย่างไหนประเสริฐกว่ากัน"
... ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
Suwathawornsakul
Suwathawornsakul
วันที่ 21 ธ.ค. 2559 08:29 น.

k.padern ตอบคำถามได้มีลึกซึ้งมากครับ ท่านใด ศึกษาและรู้ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า จะเข้าใจว่าท่านมีเมตตาต่อสัตว์โลกเพียงไหน

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆ ท่านครับ

ชัยยุทธ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ