Loading...
 21114   เลี้ยงหมูขายบาปไหม
ปภาโส
วันที่ 14 พ.ค. 2555 14:50 น.
อ่าน 2,702
 
 
 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
วันที่ 14 พ.ค. 2555 15:03 น.
 

      ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

  บาป ที่เป็นอกุศ มีหลายระดับ ทั้งที่ บาปที่เป็นเพียงอกุศลจิต ไม่ได้ถึงการกระทำ

ทางกาย วาจา เช่น ขณะที่โกรธในใจ ขณะที่เห็นสิ่งใด แล้วชอบ เป็นต้น และ บาป

ที่มีการกระทำทางกาย วาจา แต่ไม่ถึงขนาดล่วงศีล   เช่น การทำร้ายผู้อื่น  เป็นต้น

และ บาปที่มีกำลัง ที่เป็นการกระทำบาปที่มีกำลัง เป็นอกุศลกรรม อันทำให้ ให้ผล

เกิดในอบายภูมิ มี นรก เป็นต้นได้ ครับ บาป ที่เป็นอกุศลกรรมที่ทำให้มีการล่วงศีล

คือ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม การพูดเทิ๗ พูดหยาบ พูดส่อ

เสียด พูดเพ้อเจ้อ และมีความเห็นผิด เป็นต้น

  ซึ่ง สำหรับ การทำอาชีพเลี้ยงสุกร เพื่อขายเนื้อ คือ เลี้ยงสุกรให้คนอื่นจับไปฆ่าแล้ว

นำเนื้อมาขายนั้น เป็นอาชีพที่ไม่ดี เป็นมิจฉาอาชีวะ เป็นอาชีพที่เอื้อ หรือ ใกล้ต่อการ

ทำบาป คือ การฆ่าสัตว์ได้ง่าย    แม้ตนเองจะไม่ใช่เป็นผู้ที่ฆ่าเอง แต่ก็ไม่ควรประกอบ

อาชีพ ที่เป็นผู้เลี้ยงสัตว์ และส่งให้เขาไปฆ่า ครับ ถามว่า ผิดศีลไหม หรือ   เป็นบาป

ไหม ก็เป็นบาปโดยนัยที่เป็นอกุศลทางกาย แต่ยังไม่เป็นกรรมบถที่เป็นผู้ฆ่าเอง แต่ที่

สำคัญ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า จะบาปไหม หรือ ไม่บาป แต่ถ้ารู้ว่าไม่บาปก็จะทำ   หรือ

ไม่ทำ ก็ไม่ใช่    แต่ที่สำคัญ อกุศลไม่ว่าจะน้อย หรือ มากก็ไม่ดีทั้งนั้น เปรียบเหมือน

อุจจาระแม้เพียงเล็กน้อย ก็เหม็น ฉันใด อกุศลแม้เพียงเล็กน้อย ก็เหม็นฉันนั้น เปรียบ

เหมือน ไฟเพียงเล็กน้อย ย่อมมีโทษและทำให้เกิดกองไฟใหญ่ฉันใด เพราะ อกุศล

บาปเพียงเล็กน้อย ย่อมเป็นปัจจัยให้ทำบาป มีการฆ่าสัตว์ได้ ฉันนั้น ครับ

     ทุกชีวิตก็ต้องมีการทำงาน มีการประกอบอาชีพ ตามการสะสมมา และก็ต้องเป็น

ไปตามเหตุปัจจัย บังคับบัญชาไม่ได้ แต่ก็แล้วแต่ว่า ใคร บุคคลใด จะคิดได้ว่า สิ่งที่

ทำอยู่นั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควร ไม่มีใครเลย ที่เกิดมาแล้ว จะเป็นในการงาน แต่ละอย่าง

ที่ไม่เคยทำทันที แต่ก็ต้องอาศัยการเริ่มต้น ฝึกฝนก่อนเสมอ เพราะฉะนั้น หากจะเริ่ม

ต้นในสิ่งที่ดี    ที่เป็นอาชีพที่จะไม่ทำให้เกิดการทำบาปได้ง่าย ย่อมเป็นการเริ่มต้นที่

ประเสริฐ   เพราะ ไม่มีใครเลยที่จะเป็นการงานแต่ละอย่างทันที แต่ทุกอย่าง สามารถ

ฝึกฝนได้ เพียงแต่จะเริ่มหรือไม่ เท่านั้น ครับ

   ประโยชน์ที่ได้จากการเริ่มใหม่ คือ ใจที่ตรง ใจที่ประเสริฐขึ้น นี่คือประโยชน์ คุ้มค่า

กว่า รายได้ ที่ทำจากอาชีพเดิมๆที่เคยทำ เพราะ รายได้ ทรัพย์สินที่ได้มาจากอาชีพ

ที่ผิด    ไม่สามารถติดตามตัวไปได้ แต่ กุศล และ อกุศล ที่เกิดขึ้นที่จะติดตามตัวไป

ดังนั้น ควรพิจารณาครับว่า ควรจะสะสม สิ่งที่ไม่ดีอาชีพที่ไม่ดี ต่อไป แต่เริ่มใหม่ด้วย

ใจที่เป็นกุศล ด้วยการกระทำสิ่งที่ดี

   ชาตินี้ เริ่มสะสมสิ่งที่ดีในจิตใจใหม่ ชาติต่อไป ก็ได้สะสมสิ่งที่ดี เมื่อมีการสะสมจิต

ใจที่ดี ก็เป็นปัจจัยให้มีการทำกุศล และกุศลนั้นเอง จะนำความสุข ทั้งทรัพย์สิน และ

การเกิดในภพภูมิที่ดี มี มนุษย์ เป็นต้นได้ครับ แต่ ทรัพย์สิน เงินทอง และภพภูมิที่ดี

ไม่ได้เกิดจากการทำอกุศล สิ่งที่ไม่ดีเลย ครับ

   เริ่มต้นใหม่ ด้วยการฝึก หาลู่ทางที่ดี อาชีพที่ดี  ฝึกฝนได้ และไม่มีอะไรที่หลีกเลี่ยง

ไม่ได้ หากมีปัญญา ก็สามารถแก้ไข หลีกเลี่ยงปัญหา และ เลือกอาชีพที่ดี โดยไม่เป็น

อาชีพที่เอื้อต่อการทำบาปครั ความสุขอยู่ที่ไหน ที่เงินทอง เพียงรายได้ หรือ ว่า อยู่

ที่ใจ ที่ทำดี และ ทำสิ่งที่ดี นั่น คือ การทำกุศล และอาชีพที่ถูกต้องครับ

เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ

อาชีพที่ไม่ควรประกอบ [วณิชชสูตร]  

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
kinder
วันที่ 14 พ.ค. 2555 17:43 น.
 

ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
khampan.a
วันที่ 14 พ.ค. 2555 17:50 น.
 

           ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    ชีวิตของผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่นั้น  ไม่ได้จบลงเพียงชาตินี้ชาติเดียว   ยังต้องมีเกิดเวียน

ว่ายตายเกิดในสังสารวัฏฏ์อีกต่อไป    เมื่อสร้างเหตุที่ไม่ดี  กระทำอกุศลกรรมประการ

ต่าง ๆ  มากมาย   ก็ย่อมจะเป็นเหตุให้เกิดผลที่ไม่ดีในภายหน้า   และเป็นผลที่เกิดกับ

ตนเองเท่านั้นด้วย  เพราะในเมื่อเป็นกรรมที่ตนเองกระทำไว้    ผลก็ต้องเกิดกับตนเอง

เท่านั้น  เพราะสัตว์โลกมีกรรมเป็นของของตน     เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรมองเห็นเพียง

แค่ชาตินี้ชาติเดียว  ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นบัณฑิต ด้วยการสะสมกุศล     ละเว้นในสิ่งที่

ไม่ดี      พร้อมทั้งศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรม อบรมเจริญปัญญา     สะสมความเข้าใจ

ถูก เห็นถูก เพื่อเป็นที่พึ่งในโลกหน้า ในภายหน้า     จนกว่าจะบรรลุถึงความเป็นผู้หมด

จดจากกิเลส ได้ในที่สุด     ไม่ต้องมีการเกิดอีกเลยในสังสารวัฏฏ์  

       การที่จะเป็นผู้ละเว้นในสิ่งที่ไม่ดี ได้  นั้น     ก็จะต้องเป็นผู้เห็นโทษภัยของอกุศล  

ซึ่งจะต้องอาศัยการฟังพระธรรม      ศึกษาพระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง

แสดง  เมื่อเห็นโทษของอกุศล เห็นโทษของความเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อน เป็นต้น

ก็มีเจตนาที่จะงดเว้นจากสิ่งที่ไม่ดีเหล่านั้น   โดยที่ไม่มีการบังคับ เลย เพราะธรรมเป็น

อนัตตา  ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร         แต่เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย และ

อาชีพที่คฤหัสถ์ไม่ควรประกอบก็เช่นเดียวกัน  เป็นอาชีพที่เป็นไปเพื่อความเดือดร้อน

ต่อผู้อื่น  ต่อสัตว์อื่น  ก็ไม่ควรที่จะประกอบ ไม่ควรที่จะทำ  แต่ ...จะห้ามใครได้หรือไม่

ว่า อย่าทำอาชีพนี้ อย่าประกอบอาชีพนี้    คำตอบ คือ  ห้ามไม่ได้  เพราะเขาสะสมมา

ที่จะเป็นอย่างนั้น  และที่สำคัญ ธรรมเป็นอนัตตาไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร

ทั้งสิ้น          แต่ถ้าเหตุปัจจัยพร้อมเขามีโอกาสได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมในแนว

ทางที่ถูกต้อง   มีความเข้าใจพระธรรมไปตามลำดับ  ย่อมจะทำให้ค่อย ๆ    ละอาชีพที่

ไม่ควรประกอบเหล่านั้น แล้วเป็นผู้ประกอบอาชีพที่สุจริต      เลี้ยงชีพในทางที่ถูกต้อง

ตรงตามพระธรรมคำสอนได้ในที่สุด    คล้อยตามความเข้าใจที่ค่อย ๆ เจริญขึ้น    พระ

ธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้วเท่านั้น      ที่จะเป็นเครื่องเตือน

ที่ดี    เป็นเหตุให้ดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกที่ควรยิ่งขึ้น   ครับ.

                            ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
เซจาน้อย
วันที่ 14 พ.ค. 2555 19:58 น.
 

   ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 ทรัพย์สินที่ได้มาจากอาชีพที่ผิด  

 ไม่สามารถติดตามตัวไปได้ แต่ กุศล และ อกุศล ที่เกิดขึ้นที่จะติดตามตัวไป

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของอ.ผเดิม อ.คำปั่นและทุกๆท่านครับ


 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
JANYAPINPARD
วันที่ 15 พ.ค. 2555 08:40 น.
 

ถ้าหากเราดำรงชีวิตอยู่ด้วยการค้าขายชีวิตผู้อื่น จะทำให้ใจเราเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส  จริง

อยู่เราเลี้ยงสัตว์เพื่อขายเพื่อให้เขานำเป็นอาหาร   เราไม่ได้ฆ่าเองก็จริง  แต่เป็นอาชีพที่

อุบาสกอุบาสิกาผู้หวังความเจริญในศาสนานี้ ไม่ควรทำ  จริงแล้วอาชีพอย่างอื่นที่พอจะ

ดำรงชีวิตอยู่ได้ก็มีมากและไม่ทำให้เดือดร้อนใจในภายหลัง..(ข้อความจากอ.prachern.s)

สัตว์ทุกประเภทรักสุขเกลียดทุกข์กลัวภัยจากความตาย..หมูก็เช่นกัน

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
jaturong
วันที่ 15 พ.ค. 2555 12:45 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
wannee.s
วันที่ 15 พ.ค. 2555 14:24 น.
 

เลี้ยงหมูขายบาปไม่ควรทำ    ควรเปลี่ยนอาชีพอะไรก็ได้ที่สุจริต      ถึงกำไรน้อยก็ไม่

เป็นไร  พอเลี้ยงชีพได้ก็พอแล้ว  และ  ศึกษาธรรมะด้วย  เพราะทำให้ปัญญาเจริญ ค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
Graabphra
วันที่ 15 พ.ค. 2555 14:42 น.
 

ขอบพระคุณอาจารย์คำปั่นและอาจารย์เผดิมมากครับ และขออนุโมทนายินดีที่ได้ศึกษา

  ธรรมมะที่งดงามและประเสริฐครับ...

     

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
intra
วันที่ 15 พ.ค. 2555 18:56 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
ณัฐวุฒิ
วันที่ 15 พ.ค. 2555 23:40 น.
 

เพื่อนผม เลิียงไก่ เพื่อขายไข่ เขาถามว่าเข้าข่าย อาชีพที่ไม่ควรประกอบไหมครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
paderm
วันที่ 16 พ.ค. 2555 08:04 น.
 

เรียนความเห็นที่ 10 ครับ

การขายไข่ไก่ โดยการเลี้ยงไก่ ไม่จัดอยู่ใน อาชีพที่ไม่ควรประกอบ 5 ประการ เพราะ

ไม่ได้เลี้ยงเพื่อขายเนื้อ ซึ่งจะทำให้เอื้อต่อการฆ่าสัตว์ ครับ 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
เข้าใจ
วันที่ 17 พ.ค. 2555 22:55 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น              

ถ้าหมูพูดได้ หมูคงจะบอกรักเคารพผู้ที่เลี้ยงเขาทุกวัน ชั่งดีเหลือเกินที่นำ

อาหารมาให้กินอยู่เสมอๆ  หมูเขาไม่เคยรู้ว่าคนเลี้ยงเขาทุกวันนั้นๆ เพราะ

อยากได้เงินเท่านั้นเอง ถ้าหมูรู้ได้เขาคงผิดหัวงและเสียใจมากนะครับ  สัตว์

ผู้ร่วมเกิดแก่เจ็บตายนั้นน่าสงสารมากนะครับ เขาก็มีตาหูจมูกลิ้นกายใจ

เหมือนอย่างเราๆทุกอย่าง เพราะโมหะแท้ๆ โลภะ โมหะ โธสะ 3 สหายนี้น่า

กลัวมากครับ   ถ้าจะเลิกเลี้ยงได้ก็ขออนุโมทนาครับ

สาธุ

สาธุ

สาธุ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : -

Back to Top