Loading...
  020651  ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ที่ถูกต้องคืออย่างไร
หนทาง
วันที่ 28 ก.พ. 2555 18:11 น.
อ่าน 13,760
 
 

ผมได้ฟังสนทนาของมูลนิธิแล้วมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น จากคนที่ไม่รู้อะไร แม้แต่คำ

ว่าธรรมะ     แต่พอได้ฟังมากขึ้นก็เข้าใจมากขึ้น    และผมต้องการเข้าใจคำสามคำที่ว่า

ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ มีความหมายตามคำสอนของพุทธองค์ว่าอย่างไร มีความสัมพันธ์

กันอย่างไร ขอแหล่งอ้างอิงด้วยยิ่งดีขอรับ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
วันที่ 28 ก.พ. 2555 20:46 น.
 

        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ปริยัติ ปริ ( รอบ ) + ยตฺติ ( ศึกษา , เล่าเรียน )  ระเบียบคำอันควรศึกษาโดยรอบ หมาย

ถึง พระพุทธพจน์ หรือ พระไตรปิฏก( รวมทั้งอรรถกถา ฎีกา อนุฎีกา และคำอธิบายต่างๆ

เพื่อให้เข้าใจในหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า )

 การศึกษาปริยัติมี ๓ อย่างคือ

 ๑. อลคัททูปริยัติ การศึกษาแบบจับงูพิษที่หาง คือ ศึกษาพุทธพจน์เพื่อ ลาภ สักการะ

สรรเสริญ หรือเพื่อยกตนข่มผู้อื่น ย่อมเป็นโทษกับตนเอง เหมือนการจับงูพิษที่หาง งู

ย่อมแว้งขบกัดเอาได้

 ๒. นิสสรณัตถปริยัติ การศึกษาเพื่อประโยชน์แก่การออกไปจากทุกข์คือ ศึกษาพุทธ

พจน์เพื่ออบรมปัญญา เป็นการศึกษาของผู้ที่เห็นโทษภัยของกิเลส เห็นภัยในวัฏฏ

สงสารปรารถนาจะออกไปจากวัฏฏทุกข์

๓. ภัณฑาคาริกปริยัติ การศึกษาแบบขุนคลัง คือ ศึกษาพุทธพจน์เพื่อทรงพระศาสนาไว้

ไม่ให้เสื่อมสูญ เป็นการศึกษาของพระอรหันต์ซึ่งหมดกิจในการอบรมปัญญาเพื่อละกิเลส

แล้ว แต่มีฉันทะและเห็นประโยชน์ในการศึกษาเพื่อถ่ายทอดพระธรรมคำสอนให้แก่ชนรุ่น

หลัง

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
paderm
วันที่ 28 ก.พ. 2555 20:46 น.
 

ปฏิบัติ  ปฏิ  ( เฉพาะ ) + ปตฺติ ( การถึง )

การถึงเฉพาะ   หมายถึง   สัมมาปฏิบัติ   คือการปฏิบัติชอบ  การปฏิบัติถูกต้อง  ได้แก่

ขณะที่สภาพธรรมฝ่ายดีงามเกิดขึ้นทำกิจของตน  เป็นไปในกุศลขั้นต่างๆ   โดยเฉพาะ

การปฏิบัติธรรมขั้นวิปัสสนาภาวนา  หมายถึง   ขณะที่สติพร้อมสัมปชัญญะที่เกิดขึ้น

ระลึกรู้ลักษณะของนามธรรมหรือรูปธรรม   และรู้ความจริงว่าเป็นเพียงนามธรรมรูปธรรม

เท่านั้น    ไม่ใช่สัตว์  บุคคล  ตัวตน    หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย   และไม่มีใครเป็นผู้ปฏิบัติ

นอกจากสติสัมปชัญญะและโสภณธรรมที่ทำหน้าที่ปฏิบัติกิจของตนๆ    ความเข้าใจถูก

ต้องในเรื่องความเป็นอนัตตาของสภาพธรรม       จะเป็นปัจจัยให้มีการปฏิบัติที่ถูกต้อง

และละความยึดถือความเป็นตัวตนได้ในที่สุด

ปฏิเวธ  ปฏิ ( ตลอด ) + วิธ ( การแทง )

การแทงตลอด  หมายถึง  การตรัสรู้ธรรม  บรรลุมรรคผล  นิพพาน ซึ่งเป็นผลจากการ

ศึกษาปริยัติและปฏิบัติที่ถูกต้อง

**********************************************

ความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กันของ ปริยัติ ปฏิบัติและปฏิเวธ

เพราะอาศัยปริยัติ คือ คำสอนของพระพุทธเจ้า ที่แสดงความจริงของสภาพธรรมต่างๆ

โดยนัยต่างๆ มีพระวินัย พระสูตรและพระอภิธรรม ย่อมทำให้ถึงการปฏิบัคิ คือ การระลึก

ลักษณะของสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา และเมื่อปฏิบัติบ่อยๆ คือ

สติและปัญญาเกิดบ่อยๆ ย่อมถึงการบรรลุธรรม คือ ปฏิเวธได้นั่นเองครับ ดังนั้น เพราะ

อาศัยปริยัติ การศึกษาพระธรรมที่ถูกต้อง ย่อมถึงการปฏฺบัติ คือ ปัญญาที่รู้ความจริงใน

ขณะนี้ และถึงปฏิเวธ คือ การดับกิเลส บรรลุ มรรค ผล ครับ

ปริยัติที่ถูกต้อง  ย่อมนำไปสู่ปฏิบัติที่ถูกต้อง    

         ปฏิบัติที่ถูกต้อง  ย่อมนำไปสู่ปฏิเวธที่ถูกต้อง(รู้แจ้งอริยสัจธรรม)

  การศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรมที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญและเกื้อกูลต่อการปฏิบัติ

และปฏิเวธ ครับ ขออนุโมทนา

เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ

พระธรรมกับการดำเนินชีวิต [คำว่า ปริยัติ-ปฏิบัติ-ปฏิเวธ]

ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ

เชิญคลิกฟังที่นี่ครับ

ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ต้องตรงกัน

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
khampan.a
วันที่ 28 ก.พ. 2555 22:14 น.
 

        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาัสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ปัญญาทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น ต้องมาจากการศึกษาในขั้นปริยัิติ    ซึ่งจะเห็นได้ว่าพระ

อริยสาวกทั้งหลายอาศัยการศึกษาปริยัติธรรมแล้วจึงถึงความเป็นพระอริยบุคคล   จะไม่

มีใครแม้แต่คนเดียว      ซึ่งกล่าวว่าปัญญาที่ได้มาที่ได้เข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่

สามารถประจักษ์แจ้งลักษณะของสภาพธรรมนั้น ไม่ได้เกิดจากการฟังพระธรรม      ไม่

สามารถที่จะกล่าวอย่างนี้ได้   เพราะปัญญาความเข้าใจถูกเห็นถูก ต้องเริ่มที่การฟังพระ

ธรรมในแนวทางที่ถูกต้อง บุคคลผู้ที่เห็นคุณของพระรัตนตรัย มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ

ย่อมไม่
ขาดการฟังพระธรรมซึ่งเป็นปริยัติธรรม        มิฉะนั้นแล้วชีวิตวันหนึ่งๆ ก็อยู่ไป ๆ

โดยไม่รู้ลักษณะสภาพธรรมตามความเป็นจริง     ข้อสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ฟังพระธรรม

และศึกษาพระธรรม คือ      ต้องรู้ว่าเพื่อน้อมประพฤติปฏิบัติตามเท่าที่สามารถจะกระทำ

ได้ โดยที่ไม่เพียงแค่ฟังเท่านั้น แต่ต้องฟังเพื่อที่จะได้ประพฤติปฏิบัติตามด้วย จึงชื่อว่า

เป็นผู้ที่เคารพในพระธรรมจริงๆ

     เพราะฉะนันแล้ว    การศึกษาตามหลักคำสอนของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัม

พุทธเจ้านั้น        ต้องเป็นไปตามลำดับ กล่าวคือ ผู้ศึกษาต้องฟังพระธรรมคำสอนของ

พระพุทธองค์ก่อน ซึ่งเป็นการศึกษาในขั้นของปริยัติ   (ปริยัติ หมายถึง การรอบรู้ในพระ

ธรรมคำสอน)      เมื่อฟังเข้าใจแล้วจึงน้อมประพฤติปฏิบัติตามคำสอน  (ซึ่งไม่มีตัวตนที่

ปฏิบัติ แต่เป็นธรรมปฏิบัติหน้าที่ของธรรม คือ สติและปัญญาเกิดขึ้นระลึกรู้ตรงลักษณะ

ของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ)   เมื่อปฏิบัติตามคำสอนจึงจะมีผลคือการรู้แจ้งอริยสัจจ-

ธรรมละกิเลสได้ตามลำดับขั้น     (เป็นขั้นปฏิเวธ คือ การแทงตลอด การรู้แจ้งอริยสัจจ-

ธรรม)   ปฏิเวธจะมีไม่ได้ถ้าไม่มีการปฏิบัติอย่างถูกต้อง และการปฏิบัติอย่างถูกต้องจะมี

ไม่ได้ถ้าไม่มีการศึกษาพระธรรมคำสอนอย่างถูกต้อง        ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ และ ปฏิเวธ

ต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ครับ.

                          ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
หนทาง
วันที่ 28 ก.พ. 2555 22:16 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
daris
วันที่ 29 ก.พ. 2555 13:14 น.
 

ขออนุญาตเรียนถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองครับ

จาก link ที่อาจารย์ผเดิมได้กรุณาแนะนำ ลองอ่านแล้ว เข้าใจว่า ปฏิเวธ คือการ

ที่ปัญญาสมบูรณ์พร้อมตั้งแต่ขั้น นามรูปปริเฉทญาณ เป็นต้นไปจนถึงการรู้แจ้ง

อริยสัจดับกิเลสสำเร็จเป็นพระอริยบุคคลเป็นขั้นๆใช่หรือไม่ครับ

หรือว่านับเฉพาะการรู้แจ้งอริยสัจธรรมเป็นพระอริยบุคคลเท่านั้น

(วิปัสสนาญาณขั้นต้นๆก่อนมรรคญาณไม่นับ)

กราบขอบพระคุณครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
paderm
วันที่ 29 ก.พ. 2555 13:30 น.
 

เรียนความเห็นที่ 5 ครับ

โดยมาก คำว่า ปฏิเวธ หมายถึง การแทงตลอดสัจจะ นั่นคือ ต้องเป็นขณะที่เป็น มรรค

จิตและผลจิต ชื่อ เป็นปฏิเวธ     ส่วน วิปัสสนาญาณ     ยังไม่ชื่อว่าการแทงตลอดสัจจะ

จริงๆ ครับ ดังนั้น คำว่าการประจักษ์ลักษณะของสภาพธรรม มีหลายระดับ แต่ถ้าใช้กับ

ปฏิเวธ หมายถึง การแทงตลอดสัจจะ คือ อริยสัจ 4 ถึง มรรคจิต ผลจิต จึงเป็น ปฏิเวธ

ครับ ขออนุโมทนา

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 356

         ก็ในบทว่า  พหุสฺสุตา นี้  พหุสุตะ   มี ๒ คือ  ปริยัตติพหุสุตะ

ปฏิเวธพหุสุตะ.  ปิฏก ๓ ชื่อว่า ปริยัติ.  การแทงตลอดสัจจะ  ชื่อว่าปฏิเวธ.

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๑๑ - หน้าที่ 249

    จริงอยู่   อันตรธานมี ๓ อย่าง คือ ปริยัตติอันตรธาน  ๑ ปฏิเวธอันตรธาน ๑ 

ปฏิปัตติอันตรธาน  ๑.  ในอันตรธานเหล่านั้น  พระไตรปิฎกชื่อว่า  ปริยัติ.    

การแทงตลอดสัจจะชื่อว่าปฏิเวธ.

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
daris
วันที่ 29 ก.พ. 2555 15:43 น.
 

ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ผเดิมที่ช่วยให้ความเข้าใจครับ

ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
เซจาน้อย
วันที่ 29 ก.พ. 2555 23:28 น.
 

     ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาัสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
SOAMUSA
วันที่ 2 มี.ค. 2555 17:07 น.
 

กราบอนุโมทนา สาธุ อาจารย์ทั้งสองท่านค่ะ

ปฏิเวธ เดี๋ยวนี้ปุถุชนคนธรรมดานำมาใช้กับตัวเอง เมื่อผู้ถึงผลการปฏิบัติ

ไม่สมควรอย่างยิ่งค่ะ  

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
เมตตา
วันที่ 2 มี.ค. 2555 17:57 น.
 

       ขออนุญาติแสดงความคิดเห็นค่ะ    ผู้ที่อบรมเจริญปัญญาจนสามารถแทงตลอด

สัจจะ คือ อริยสัจ 4  ได้ถึงความเป็นพระอริยบุคคล   ผู้นั้นย่อมแสดงหนทางปฏิบัติได้

ซึ่งหนทางปฏิบัติถูกย่อมมาจากปริยัติที่ถูกต้อง   โดยรอบรู้ในสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏ

จนปัญญาคมกล้า   เป็นปัจจัยให้สติระลึกถูกต้องตรงลักษณะสภาพธรรม ตามที่ได้ฟัง

ได้ศึกษามา  เพราะฉะนั้นผู้ใดได้กล่าวว่าตนได้ปฏิบัติจนแทงตลอดสัจจะแล้วนั้น   ผู้

นั้นย่อมสามารถแสดงหนทางให้รู้ ให้เข้าใจความจริงที่กำลังปรากฏได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่

ใช่หนทางที่ถูกต้อง ...ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ... 

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : -

Back to Top