Loading...
  020508  คำอธิษฐานก่อนนอน
ที่พึ่งที่ระลึก
วันที่ 7 ก.พ. 2555 18:53 น.
อ่าน 1,522
 
 

เคยได้ฟังธรรม แล้วได้ยินว่า ก่อนที่จะนอน พระพุทธเจ้า เคยสอนให้ตั้งจิตก่อนที่

จะนอนหลับ โดยมีเนื้อหาที่ตั้งจิตก่อนที่จะหลับนอนประมาณว่า  

"ขณะที่หลับขออย่าให้อย่าให้อกุศลทั้งหลาย

กามทั้งหลาย ไหลไปตามการหลับของข้าพเจ้า"

ดังนั้นจึงขอเรียนถามว่าขอความเนื้อหาประมาณดังกล่าวมีอยู่ในพระไตรปิฏก

เล่มไหน โปรด Link ข้อมูลให้ด้วยครับ

อนุโมทนาครับ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
วันที่ 7 ก.พ. 2555 19:09 น.
 

          ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

           จากที่กล่าวมาในคำอธิษฐานที่กล่าว ไว้ มีข้อความในพระไตรปิฎก เล่มที่ 23

ฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย ใน มหาสุญญตสูตร 

ซึ่งสามารถลิ้งที่ ตัวหนังสือ ในหมวดพระไตรปิฎกข้างล่าง คำว่า พระสุตตันตปิฎกครับ

ข้อความมีว่า

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 18

              หากเมื่อภิกษุนั้นอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้        จิตย่อมน้อมไปเพื่อจะนอน

เธอย่อมนอนด้วยใส่ใจว่า     อกุศลธรรมลามกคืออภิชฌาและโทมนัส      จักไม่

ครอบงำ   เราผู้นอนอยู่อย่างนี้ได้   ด้วยอาการนี้แล   เป็นอันเธอรู้สึกตัวในเรื่อง

การนอน.

 ------------------------------------------------------------------------------

  ธรรมเป็นเรื่องละเอียด และต้องพิจารณาด้วยปัญญาอย่างละเอียดรอบคอบ แม้การ

ตั้งจิตอธิษฐานที่จะไม่ให้อกุศลธรรมทั้งหลายเกิดนั้นถูกต้องหรือไม่ครับ

    จากข้อความที่ผู้ถามยกมาในคำอธิษฐานนั้น ในความเป็นจริงแล้ว ในส่วนที่ยก

พระไตรปิฎกมา หรือ ในความเป็นจริง พระพุทธเจ้าไมได้สอนให้ตั้งจิตอธิษฐาน โดย

การขอ คือ ขออย่าให้มีอกุศล ซึ่งเราจะต้องเข้าใจความเป็นอนัตตาของสภาพธรรม

ว่า บังคับบัญชาไม่ได้ เป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่ ขอ หรือ ตั้งใจแล้วจะเป็นอย่างนั้น

แต่พระองค์แสดงธรรมให้เข้าใจ คือ ผู้ที่เข้าใจพระธรรมแล้ว ก็ใส่ใจในพระธรรม ใส่ใจ

ในคำสอนในขณะนั้น ขณะที่จะหลับ อกุศลก็ไม่เกิดขึ้น ในขณะที่ใส่ใจ พิจารณาธรรม

ที่เป็น สมถะและวิปัสสนา อกุศลธรรมทั้งหลาย ก็ไม่ครอบงำในขณะนั้น ซึ่งหากอ่าน

ข้อความในพระไตรปิฎก ที่ยกมา จะมีคำว่า ใส่ใจ และ คำว่า เธอรู้สึกตัวอยู่ ไม่มีคำว่า

ขอ  หรือ ตั้งจิตอธิษฐานเลยครับ  ดังนั้น จึงไม่มีใครใส่ใจ และรู้สึกตัว แต่เป็นหน้าที่

ของสภาพธรรมที่เกิดขึ้น    นั่นคือ สติ สัมปชัญญะ หรือ สติและปัญญา   ที่รู้สึกตัวใน

ขณะที่กำลังนอน    คือ กำลังพิจารณาธรรมในขณะนั้น  ตามความเป็นจริงของสภาพ

ธรรมที่ไม่ใช่เรา    หรือ พิจารณาธรรมในหมวดอื่นๆอยู่   ขณะนั้น   กำลังรู้สึกตัว มีสติ

สัมปชัญญะ คือ มีปัญญารู้ตามความเป็นจริง แม้กำลังนอน จึงไม่เป็นอกุศล คือ อกุศล

ไม่ครอบงำ ส่วนขณะที่นอนและหลับสนิท เป็นภวังคจิต ไม่มีการพิจารณาธรรม ที่เป็น

สมถะและวิปัสสนาในขณะนั้นครับ

   จึงไม่มีเราที่จะพยายามที่จะทำให้อกุศลไม่เกิด ด้วยการอธิษฐานเลย เพราะ เจตนา

เจตสิก ความตั้งใจเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่สภาพธรรมที่จะไม่ให้อกุศลเกิดครับ แต่ธรรมที่จะ

ละ กั้นกระแสกิเลสไม่ให้เกิดขึ้น คือ สติและปัญญาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
paderm
วันที่ 7 ก.พ. 2555 19:33 น.
 

     ดังนั้นในสูตรนี้ที่แสดงถึงเรื่องการนอนนั้น พระพุทธเจ้า มุ่งหมายถึง การมีสติ

สัมปชัญญะ คือ สติและปัญญาก่อนที่จะหลับ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะมีหรือไม่มี หาก

ไม่ได้สะสมปัญญามาเลย หรือ มีปัญญาน้อย จะให้ทำ อธิษฐาน ตั้งจิตอย่างไร ขอ

อย่างไร    ให้อกุศลไม่เกิดแต่อกุศลก็เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุปัจจัยได้อย่างง่ายดาย

ส่วน ผู้ที่อบรมปัญญามามาก ธรรมก็ทำหน้าที่คล้อยไปตามปัญญาที่มีกำลัง ทั้ง ยืน

เดิน นั่งและนอน ก็มีสติ สัมปชัญญะที่รู้ความจริงของนามธรรมและรูปธรรมที่กำลัง

ปรากฏ กำลังมีในขณะที่นอนว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ชื่อว่า มีสติ สัมปชัญะ รู้สึกตัวแม้

ในขณะที่นอนครับ

     ดังนั้น พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ไม่ใช่ให้จะทำ แต่ให้เข้าใจ เมื่อปัญญา

มาก ย่อมน้อมไปตามที่พระพุทธองค์ทรงแสดง    คือ มีสติ สัมปชัญญะในขณะที่ ยืน

เดิน นั่ง นอน โดยไม่ต้องไปอธิษฐานที่จะไม่ให้อกุศลเกิดเลยครับ

   แทนที่จะอธิษฐานก่อนนอน ก็ฟังพระธรรม พิจารณาพระธรรมก่อนนอน ตามกำลัง

ของปัญญาที่จะเกิด โดยไมได้กังวลว่า อกุศลจะเกิดหรือไม่   เพราะเข้าใจถึงความ

เป็นอนัตตาของสภาพธรรมครับ ขออนุโมทนา

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑- หน้าที่ 442

สัมปชัญญะ(ความรู้สึกตัวด้วยปัญญา)

       แต่ภิกษุใดนอนท่องบ่นอยู่ก็ดี  มนสิการกรรมฐาน(พิจารณาธรรม)อยู่ก็ดี    หลับ

ไปภายหลังลุกขึ้น   ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า   รูปธรรม(รูป)และอรูปธรรม(นาม)ที่เป็น

ไปในเวลานอน   ดับไปในขณะลุกขึ้นนั้นแหละ     ภิกษุนี้ชื่อว่าเป็นผู้ทำความรู้สึกตัว

ในการหลับและการตื่น.  

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
khampan.a
วันที่ 7 ก.พ. 2555 20:28 น.
 

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    พระธรรมที่พระผู้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ตลอด ๔๕      ไม่ว่าจะเป็นส่วนใด

ก็ตาม  ไม่มีข้อความใดที่ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้ใครเกิดอกุศลเลย แม้เพียงเล็กน้อย  นี้

คือ ความเป็นจริง   แต่ธรรมเป็นอนัตตา  ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น   เกิด

ขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย    รวมทั้งกุศล และ อกุศล ด้วย    ไม่มีใครบังคับบัญชาให้

กุศล หรือ บังคับไม่ให้อกุศลเกิดได้ แต่ก็เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ตามการสะสม

ของแต่ละบุคคลจริง ๆ    แต่สำหรับบุคคลผู้ที่เข้าใจพระธรรม อันเป็นผลมาจากการได้ฟัง

พระธรรม ศึกษาพระธรรมด้วยความละเอียดรอบคอบ เห็นประโยชน์ของพระธรรม  ก็ย่อม

จะมีการพิจารณาถึงธรรมที่ได้ยินได้ฟัง หรือ ระลึกรู้สภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏตาม

ความเป็นจริง    สภาพธรรมฝ่ายดี กล่าวคือสติและปัญญาเป็นต้น     เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่

 แทนที่จะเป็นอกุศล คล้อยตามความเข้าใจที่ค่อย ๆ เจริญขึ้น  โดยไม่อยู่ในอำนาจบังคับ

บัญชาของใครทั้งสิ้น       ซึ่งการที่จะมีการพิจารณาถึงธรรมหรือระลึกรู้สภาพธรรม  ตาม

ความเป็นจริงได้นั้น    ต้องเป็นผู้ที่ได้ฟังพระธรรม  มีความเข้าใจพระธรรม   แต่ถ้าเป็นผู้

ไม่เคยได้ฟังพระธรรมเลย     ไม่เห็นประโยชน์ของพระธรรมเลย  ย่อมไม่สามารถที่ใส่ใจ

ถึงธรรมตลอดจนถึงการระลึกรู้สภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏตามความเป็นจริงได้เลย

ก่อนนอนก็เป็นอกุศล  ตื่นขึ้นแล้วก็มากไปด้วยอกุศลอีก  ยากที่จะพ้นไปได้ ครับ.

                            ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
Jans
วันที่ 7 ก.พ. 2555 21:00 น.
 
ขอบคุณและขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
เซจาน้อย
วันที่ 7 ก.พ. 2555 21:51 น.
 

    ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
wanipa
วันที่ 8 ก.พ. 2555 09:36 น.
 

โมทนา..สาธุ..ค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
jaturong
วันที่ 8 ก.พ. 2555 11:40 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
wannee.s
วันที่ 8 ก.พ. 2555 16:07 น.
 

ในพระไตรปิฏก      มีแสดงไว้ว่า       พระพุทธเจ้าทรงสอนให้มีสติในการหลับ     และ

ในการตื่นนอน       ทรงสอนทุกอย่างทีี่เป็นไปในกุศล     ทาน    ศีล   ภาวนา    แสดง

คุณและโทษของกาม    แสดงหนทางให้ออกจากสังสารวัฏฏ์   คือ  การอบรมปัญญาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
ที่พึ่งที่ระลึก
วันที่ 8 ก.พ. 2555 17:38 น.
 

ขอขอบคุณและอนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
captpok
วันที่ 8 ก.พ. 2555 18:00 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
pamali
วันที่ 8 ก.พ. 2555 21:06 น.
 

ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้าอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

......กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของท่านอาจาร์สุจินต์ฯและทุกๆท่านค่ะ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : -

Back to Top