Print 
อยากทราบว่าหลักการครองเรือนมีอะไรบ้าง รบกวนท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยคะ
 
tookta
วันที่  31 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20267
อ่าน  7,340

เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องจะแต่งงานก็เลยอยากจะทราบว่าหลักการครองเรื่อนมีอะไรบ้าง จะนำไปแนะนำเขา รบกวนท่านผู้รู้ช่วยอธิบายด้วยนะคะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 ม.ค. 2555 07:20 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     สำหรับการครองเรือน รวมทั้งการดำเนินชีวิตที่ดีของคฤหัสถ์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ใน สิงคาลกสูตร อันแสดงถึงการประพฤติปฏิบัตตนที่ดี  ของคฤหัสถ์ ในชีวิตประจำวัน กับบุคคลต่างๆอย่างถูกต้อง มี มารดา บิดา ครู อาจารย์ สามี ภรรยา บุตร เพื่อน และผู้ที่เป็นห้วหน้าและลูกน้อง เป็นต้นครับ ซึ่ง สิงคาลกสูตร ก็แสดงถึง หลักการครองเรือนที่แสดงให้เห็นว่า สามีและภรรยา ทั้งสอง ต่างก็มีหน้าที่ และควรปฏิบัติตนอย่างถูกต้องอย่างไร ดังนี้ครับ

     ดูก่อนคฤหบดีบุตร ภรรยาผู้เป็นทิศเบื้องหลัง  อันสามีพึง บำรุงด้วยสถาน ๕  คือ ด้วยยกย่องว่าเป็นภรรยา ๑ ด้วยไม่ดูหมิ่น ๑  ด้วยไม่ประพฤตินอกใจ ๑  ด้วยมอบความเป็นใหญ่ให้ ๑  ด้วยให้เครื่องแต่งตัว ๑. ดูก่อนคฤหบดีบุตร  ภรรยาผู้เป็นทิศเบื้องหลัง อันสามีบำรุงด้วยสถาน ๕ เหล่านี้ แล้วย่อมอนุเคราะห์สามีด้วยสถาน ๕ คือ จัดการงานดี ๑  สงเคราะห์คนข้างเคียงสามีดี ๑  ไม่ประพฤตินอกใจสามี ๑ รักษาทรัพย์ที่สามีหามาให้ ๑  ขยันไม่เกียจคร้านในกิจการทั้งปวง ๑. ดูก่อนคฤหบดีบุตร  ภรรยาผู้เป็นทิศเบื้องหลังอันสามีบำรุงด้วยสถานเหล่านี้แล้ว  ย่อมอนุเคราะห์สามีด้วยสถาน  ๕ เหล่านี้ ทิศเบื้องหลังนั้นชื่อว่า  อันสามีปกปิดให้เกษมสำราญ  ให้ไม่มีภัยด้วยประการฉะนี้ 

ขอเชิญอ่านข้อความสมบูรณ์ในสิงคาลกสูตรที่แสดงถึงการปฏิบัติที่ถูกต้องกับบุคคลต่างๆครับ
อริยสาวกเป็นผู้ปกปิดทิศทั้ง ๖ [สิงคาลกสูตร]  

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 ม.ค. 2555 08:01 น.

     และอีกข้อความที่มีประโยชน์ เมื่อแต่งงานกันแล้ว ภรรยา ควรปฏิบัติตนให้เหมาะสมดังเช่น บิดาของนางวิสาขา ได้ให้โอวาทกับนางว่า เมื่อแต่งงาน ครองเรือนแล้ว ควรปฏิบัติตนอย่างไร ซึ่งมีประโยชน์มากในโอวาท 10 ข้อนี้ในการครองเรือน จึงขอนำพระธรรมในบทนี้มาครับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หน้าที่ 89
โอวาท ๑๐  ข้อของเศรษฐี
     ฝ่าย (ธนญชัย) เศรษฐีนั้น สอนธิดาอย่างนั้นแล้ว ให้โอวาท ๑๐ ข้อนี้ว่า "แม่ ธรรมดาหญิงที่อยู่ในสกุลพ่อผัวแม่ผัว  

1. ไม่ควรนำไฟภายในออกไปภายนอก 
2. ไม่ควรนำไฟภายนอกเข้าไปภายใน 
3 .พึงให้แก่คนที่ให้เท่านั้น
4. ไม่พึงให้แก่คนที่ไม่ให้
5.  พึงให้แก่คนทั้งที่ให้ทั้งที่ไม่ให้
6.  พึงนั่งให้เป็นสุข
7.  พึงบริโภคให้เป็นสุข
8.  พึงนอนให้เป็นสุข,
9.  พึงบำเรอไฟ
10 พึงนอบน้อมเทวดาภายใน

ไม่ควรนำไฟภายในออกไปภายนอก คือ เมื่อรู้ว่า บิดา ของ สามี และ มารดาของสามี ไม่ดีอย่างไร ไม่ควรเอาเรื่องนั้นไปพูดให้คนข้างนอกฟัง รวมทั้งความประพฤติของสามีด้วย ก็ไม่ควรไปเล่าให้คนข้างนอกฟัง เพราะทำให้มีแต่เรื่อง เพราะเป็นเหมือนไฟที่ร้อน

ไม่ควรนำไฟภายนอกเข้าไปภายใน คือ เมื่อคนอื่น พูดถึงความไม่ดีของ บิดาของสามี และ มารดาของสามี รวมทั้งตัวสามีเอง ก็ไม่ควรมาพูดให้คนในครอบครัวฟัง

พึงให้แก่คนที่ให้เท่านั้น คือ เมื่อใครยืมเงิน หรือ สิ่งหนึ่งกับเราไป เขาใช้คืน เราก็ควรให้เขาอีกได้ ถ้าเขามายืมต่อ

ไม่พึงให้แก่คนที่ไม่ให้ คือ เมื่อเราให้ยืมแต่คนนั้นไม่ยอมคืน ทั้งที่มีอยู่ แถมมายืมต่อ ก็ไม่ควรให้กับคนที่ไม่ให้ คือ ไม่ใช้หนี้เสียก่อนครับ

พึงให้แก่คนทั้งที่ให้ทั้งที่ไม่ให้ คือ ถ้าญาติมิตรที่มา ยากจนมากจริง ๆ ไม่ใช่แกล้งไม่ใช้หนี้ ดังนั้น หากเขามาขอความช่วยเหลือ  แม้จะไม่ได้ใช้คืน หรือ ใช้คืนก็ควรอนุเคราะห์เขาบ้าง ก็ควรครับ

พึงนั่งเป็นสุข คือ เมื่อเห็น มารดา บิดาของสามี ก็ไม่ใช่รีบลุกหนีไป มีใจยินดี จึงนั่งเป็นสุขกับ มารดา บิดาของสามีครับ

พึงบริโภค เป็นสุข คือ ทานทีหลัง มารดา บิดาของสามี และสามี โดยตัวเอง ทำกิจมีการช่วยเหลือ เตรียมอาหาร เป็นต้นและตนเองจึงทานทีหลังครับ

พึงนอนให้เป็นสุข คือ ภรรยา ไม่ควรนอนก่อน แต่นอนทีหลัง ทำกิจหน้าที่ให้ดีในการบำรุง มารดา บิดาของสามีและสามี เมื่อเรียบร้อย จึงนอนทีหลังครับ

พึงบำเรอไฟ คือ เคารพบูชา มารดา บิดาของสามี เหมือนกองไฟที่ควรเคารพครับ

พึงนอบน้อมเทวดาภายใน  คือ เห็น มารดา บิดาของสามีเหมือนเทวดา ที่ควรทำการนอบน้อมไม่เย่อหยิ่ง และเคารพอย่างยิ่งครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 ม.ค. 2555 08:37 น.

     อีกประการหนึ่ง ไม่ว่าจะครองเรือน หรือไม่อย่างไร แต่สิ่งที่ควรสะสม อบรม คือ ความดีประการต่างๆ มีการให้ทาน รักษาศีล และอบรมเจริญปัญญา ในชีวิตประจำวันและ หากได้มีโอกาสะสมความดี โดยเฉพาะ ปัญญาแล้ว ปัญญาที่เจริญขึ้น ย่อมทำให้เป็นเครื่องดำเนินไปในทางที่ถูก แม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน และ การกระทำ กับบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สามี ภรรยา เพื่อน และ บิดา มารดา ก็ถูกต้องตามไปด้วย ตามปัญญาที่เจริญขึ้นนั่นเองครับ การศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรม จึงมีอุปการะมาก กับการดำเนินชีวิต ทั้งผู้ที่ครองเรือน หรือ ไม่ครองเรือน ครับ เพราะนำมาซึ่งปัญญา และปัญญาย่อมทำให้การประพฤติ ปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง ผู้มีชีวิตอยู่ด้วยปัญญา จึงประเสริฐสูงสุดครับ

     สวัสดีปีใหม่ทุกๆท่าน ครับ ขอให้ได้มีโอกาสกระทำกุศลมากขึ้น และ มั่นคงในการอบรมปัญญา ศึกษาพระธรรมทุกๆท่านนะครับ

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
tookta
วันที่ 1 ม.ค. 2555 08:43 น.

ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงนะคะ ที่อธิบายให้เข้าใจ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 1 ม.ค. 2555 08:51 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น     

     การมีคู่ครอง (การแต่งงาน) เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น และไม่พ้นไปจากธรรม ด้วย  เพราะสิ่งที่มีจริงในชีวิตประจำวัน เป็นธรรมทั้งหมด ตราบใดที่ยังไม่ได้ดับโลภะ ความติดข้องยินดีพอใจในรูป เสียง  กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ได้อย่างหมดสิ้น โลภะ ก็เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ติดข้องในสิ่งที่กำลังปรากฏ  แต่ในชีวิตประจำวันก็ไม่ได้มีเฉพาะโลภะ หรืออกุศลธรรมเท่านั้นที่เกิดขึ้นเป็นไป โอกาสของกุศลธรรม ก็มีด้วย  ขึ้นอยู่กับว่าผู้นั้นจะน้อมไปในทางที่เป็นกุศลมากน้อยแค่ไหน  ความประพฤติที่ดีงามทั้งหลายทั้งปวง

     พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้อย่างครบถ้วน แม้แต่การครองเรือน การมีชีวิตคู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงแสดงไว้ ว่าผู้ที่เป็นสามีพึงปฏิบัติตนอย่างไร ผู้ที่เป็นภรรยาจะพึงปฏิบัติอย่างไร ซึ่งจะเป็นการประคับประคองให้ชีวิตดำเนินไปอย่างถูกต้อง ไม่เป็นเหตุนำมาซึ่งความเดือดร้อน (ตามที่ปรากฏในความคิดเห็นที่ ๑) ถ้าทั้งฝ่ายชาย และ ฝ่ายหญิง  ต่างก็เป็นคนดีทั้งคู่ น้อมประพฤติในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ก็เป็นการอยู่ร่วมกันของคนดีทั้งคู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่าเป็นชาย เทวดาอยู่ร่วมกับหญิงเทวดา ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ตายไปจากคุณความดี ดังข้อความจากปฐมสังวาสสูตรขอเชิญคลิกอ่านข้อความจากพระไตรปิฎกเพิ่มเติมได้ที่นี่ ครับ 

การอยู่ร่วมกันเป็นสามีภรรยา [ปฐมสังวาสสูตร]      
     สิ่งที่ควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง ชีวิตแต่ละภพในแต่ละชาตินั้น สั้นแสนสั้น ไม่ได้ยั่งยืนนาน ในที่สุดแล้วทุกคนจะก็จะจากโลกนี้ไป ทอดทิ้งกันและกัน  ด้วยความตายที่เกิดขึ้น  ดังนั้น สิ่งที่จะเป็นที่พึ่งที่แท้จริงในชีวิต คือ กุศลธรรม ความดีทั้งหลายทั้งปวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ปัญญา ความเข้าใจถูกเห็นถูก อันเกิดจากการฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ และปัญญานี้เอง จะเป็นแสงสว่างของชีวิตนำทางให้แต่ละชีวิตดำเนินไปในทางที่ถูกต้องดีงาม เป็นกุศลธรรม (ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ในฐานะใดก็ตาม) ถอยออกห่างจากอกุศลธรรม มากยิ่งขึ้น  ครับ 
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เซจาน้อย
วันที่ 1 ม.ค. 2555 11:02 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
นาวาเอกทองย้อย
นาวาเอกทองย้อย
วันที่ 1 ม.ค. 2555 13:26 น.

กระผมจำได้สั้นๆ ว่า จะครองเรียนให้มีความสุข ต้องมีธรรมะที่ "สมกัน" ๔ ข้อ คือ
1 ศรัทธาสมกัน (สมสัทธา)
2 ศีลสมกัน  (สมสีล)
3 จาคะสมกัน (สมจาค)
4 ปัญญาสมกัน (สมปัญญา)
ขอ "อาราธนา" ท่านผู้รู้ช่วยไขความเป็นธรรมทาน แก่ท่านผู้ตั้งกระทู้ และสาธุชนทั่วไปด้วยครับ - ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 ม.ค. 2555 13:58 น.

เรียนความเห็นที่ 7 ครับ

     ธรรม 4 ประการ ที่น่าปรารถนาน่าใครน่าชอบใจ อันนำมาซึ่งความสุข สำหรับผู้ประพฤติธรรม 4 ประการนี้ คือ ศรัทธาสัมปทา ศีลสัมปทา จาคสัมปทา ปัญญาสัมปทา คือ ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา นั่นคือ อาศัยธรรม 4 ประการนี้ ย่อมมีการทำกุศล เจริญกุสศลธรรมประการต่างๆ และมีปัญญาด้วย ก็ทำให้มีการดำเนินชีวิตถูกต้อง และมีความสุข และนำมาซึ่งความสุข เพราะผลของกุศล และขณะที่กุศลจิตเกิด นำมาซึ่งความสุขครับ  ซึ่งจากข้อความที่กล่าวมา อยู่ในปัตตกัมมสูตร ที่แสดงว่า ธรรม 4 ประการนี้ ย่อมนำมาซึ่งความสุข ความชอบใจ สำหรับผู้ประพฤติธรรมนี้ครับ เพราะฉะนั้น การครองเรือนที่ดี ที่ประเสริฐ  ก็ต้องอาศัยกุศลธรรมประการต่างๆ  มี ศรัทธาศีล จาคะและปัญญา เป็นต้น ครับ ขออนุโมทนา นาวาเอกทองย้อยที่ยกพระธรรมมาประกอบในเรื่องนี้ ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 1 ม.ค. 2555 16:32 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
peem
วันที่ 2 ม.ค. 2555 14:30 น.
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 29 ต.ค. 2555 17:05 น.

ขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ