Loading...
 19701   ธรรม คือ อะไร
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 11 ก.ย. 2554 11:59 น.
อ่าน 6,235
 
 

กราบอาจารย์ที่เคารพอย่างสูง

พระธรรม  คือ  คำสอนที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสอน

สภาพธรรม คือ สภาพที่เกิดขึ้นจริง ทางทวาร ๕ หรือ ๖ ตามนัย

รบกวนเรียนถาม

๑ ธรรม คือ อะไร    (ที่ถามอย่างนี้เพราะว่าบางคนบอกว่า  ธรรม คือ ธรรมชาติ

หรือไม่ก้อ  ธรรมเป็นอย่างนั้นของเค้าเอง  มาณนี้ครับ)

กราบขอบพระคุณอาจารย์อย่างสูงครับ

ขออาจารย์มีความสุขมากๆ นะครับ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
paderm
วันที่ 11 ก.ย. 2554 16:15 น.
 

              ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

    พระธรรมของพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดง ละเอียด ลึกซึ้งครับ     แม้ต่คำว่าธรรม คำว่า

ธรรมชาติ       พระธรรมที่พระองคทรงแสดง      ไม่ได้มีกล่าวไว้ว่า ธรรม คือ ธรรมชาติ

พระองค์แสดง     คำว่า ธรรม คือ สภาพธรรมที่มีจริงทั้งหมด และ  คำว่าธรรมยังมีความ

หมายกว้าง แม้สิ่งที่ไม่มีจริง ที่เป็นบัญญัติ เช่น ต้นไม้ ภูเขา   ก็เป็นธรรมที่เป็นบัญญัติ

ธรรม    ดังนั้น  คำว่า ธรรมจึงมีหลายความหมาย และกว้าง รวมที่สภาพธรรมที่มีจริง ที่

เป็น จิต เจตสิก รูปและสิ่งที่ไม่มีจริงด้วยครับ     แต่โดยความมุ่งหมาย เมื่อเรากล่าวถึง

คำว่า ธรรมตามที่พระองค์ทรงแสดง   ก็มุ่งหมายถึงสิ่งที่มีจริงนั่นเองครับ       ส่วนคำว่า

ธรรมชาติ ตามที่ชาวโลกเข้าใจกัน ก็คือ ต้นไม้ ภูเขา ทุกๆสิ่งๆ แต่ชาวโลกไม่ได้รู้สัจจะ

ความจริงว่า         มีสิ่งที่มีจริงที่เป็น นามธรรมและรูปธรรมด้วย   จึงสำคัญว่าทุกสิ่งเป็น

ธรรมชาติก็คือบัญญัติต่างๆ   ที่เป็นเรื่อราว เช่น บ้าน คน สัตว์ ต้นไม้ ภูเข า ดังนั้น เมื่อ

ได้ยินใครกล่าวว่า ธรรม คือ ธรรมชาติ นั่นก็ไม่ตรง ไม่ถูกต้องเพราะ ธรรมหมายถึงสิ่งที่มี

จริงที่เป็นนามธรรมและรูปธรรม ที่เป็น จิต เจตสิก รูปและนิพพานเด้วย   ไม่ใช่ ธรรมคือ

ธรรมชาติที่เป็น ต้นไม้ ภูเขา สัตว์ สิ่งของที่เป็นบัญญัติเท่านั้นครับ   ดังนั้น การศึกษา

ธรรมจะต้องเป็นผู้ละเอียด  เพราะไม่ใช่ ธรรมคิดเอง แต่พระพุทธองค์ทรงประจักษ์ความ

จริงที่ของสภาพธรรมที่มีจริง จึงเข้าใจ คว่า ธรรมได้ละเอียด กว้างขวางกว่าครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
paderm
paderm
วันที่ 11 ก.ย. 2554 16:15 น.
 

  ปุถุชนผู้ไม่ได้รู้ความจริงเพราะปุถุชน ย่อมสำคัญ เข้าใจว่า ธรรม ก็คือ ธรรมชาติ อัน

เป็นสิ่งที่เห็น ที่ปรากฎในโลกนี้ เป็นเพียงสิ่งที่เห็น แล้วคิดนึก ได้ยินแล้วคิด จึงปรากฏ

เป็นรูปร่างสัณฐาน เป็นสิ่งต่างๆ จึงสำคัญผิดว่าสิ่งเหล่านี้แหละที่รู้ได้ทาง ตา หลังจาก

คิดนึกแล้ว เป็นสิ่งที่มีจริง เป็นธรรม เป็นธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ น้ำตก คน สัตว์ นั่นก็เท่า

กับว่า เข้าใจผิด คิดว่าสิ่งที่ไม่มีจริง ไม่มีลักษณะเป็นสิ่งที่มีจริง เป็นธรรมนั่นเอง เพราะ

ฉะนั้น ธรรมชาติไม่ใช่ธรรมทั้งหมด เพราะธรรม   ครอบคลุมสภาพธรรมทุกอย่างทั้งที่มี

จริงและไม่มีจริงด้วยครับ ดังนั้น คำว่า ธรรมและธรรมชาติ จะต้องเข้าใจให้ตรงกัน และ

ให้เข้าใจให้ถูกต้อง ให้ตรงกัน แม้แต่คำว่า ธรรมและธรรมชาติ ครับ เพราะถ้าเข้าใจผิด

ก็ผิดทั้งคู่ ในการใช้ทั้ง 2 คำ  แต่ถ้าเข้าใจถูกก็สามารถอธบายคำทั้งสองคำและอธิบาย

ได้ถูกต้องครับ

                                            เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ

                                            ความหมายของธรรมะ 

ธรรมะและธรรมชาติ

ธรรมะกับธรรมชาติต่างกันอย่างไร

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
khampan.a
วันที่ 11 ก.ย. 2554 18:36 น.
 

        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
  
    พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษานั้น   แสดงถึงความเป็นจริง

ของสภาพธรรมที่ไม่ใช่สัตว์  ไม่ใช่บุคคล  ไม่ใช่ตัวตน  ไม่ใช่เรา    โดยพระองค์ทรงใช้

พยัญชนะที่หลากหลายมากมายในการแสดงพระธรรมเทศนา   เพื่อให้ผู้ฟังได้เข้าใจถึง

ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง      สำหรับธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่มี

จริงนั้น ไม่พ้นไปจากสิ่งที่มีจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะได้เห็น ได้ยิน  ได้กลิ่น  ลิ้มรส

รู้สิ่งทีกระทบสัมผัส  คิดนึก  จิตเป็นกุศล  เป็นอกุศล เป็นวิบาก  เป็นกิริยา โดยประมวล

แล้ว เป็นจิต เจตสิก รูป  หรือ เป็นนามธรรม  กับ  รูปธรรม   เมื่อประมวลให้ย่อที่สุดแล้ว

คือ เป็นธรรม หรือ เป็นธาตุ    เมื่อเป็นธรรม เป็นธาตุแต่ละอย่าง ๆ  จึงหาความเป็นสัตว์

เป็นบุคคลไม่ได้เลย      การศึกษาธรรม เป็นเรื่องที่ละเอียด      จุดประสงค์ก็เพื่อเข้าใจ

สภาพธรรมที่ไม่ใช่สัตว์  ไม่ใช่บุคคล    ไม่ใช่ตัวตน ตามความเป็นจริง
   ถ้าไม่อาศัยการ

ฟัง  ไม่อาศัยการศึกษาอย่างต่อเนื่องด้วยความละเอียดรอบคอบแล้ว     ย่อมไม่สามารถ

เข้าใจตามความเป็นจริงได้ ดังนั้น  จึงต้องฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมบ่อย ๆ เนือง ๆ  

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องยิ่งขึ้นไปตามลำดับ  ครับ

                         ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ.....

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
kinder
วันที่ 11 ก.ย. 2554 22:14 น.
 
ขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 12 ก.ย. 2554 11:26 น.
 

 

***-----------------------------***

กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

และ

อนุโมทนากับกุศลจิตครับ

***----------------------------------***

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
เซจาน้อย
วันที่ 25 ม.ค. 2555 11:38 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
sawok-buddha
วันที่ 19 พ.ค. 2557 21:52 น.
 

เป็นหัวข้อที่ควรศึกษาอย่างละเอียด ขออนุโมทนาครับ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : -

Back to Top