Loading...
 18874   น้ำปานะ
samroang69
วันที่ 5 ส.ค. 2554 21:06 น.
อ่าน 1,799
 
 

ขอรบกวนถามเรื่อง น้ำปานะที่เป็นนม และถ้าเป็นยาคูซึ่งมีจุลินซีย์ที่มีชีวิตตั้งหลาย

ล้านตัวเป็นการฆ่าสัตว์หรือไม่ แล้วจะบาปไหม จะผิดศีลหรือไม่อย่างไร

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
วันที่ 5 ส.ค. 2554 21:17 น.
 

                  ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

    น้ำปานะที่ฉันหลังเที่ยง นมไม่ใช่น้ำปานะนะครับ รวมทั้งข้าวยาคูด้วยไม่ใช่น้ำปานะ

ทานหลังเที่ยงไม่ได้ ถ้าเป็นบุคคลที่รักษาศีล 8 หรือพระภิกษุครับ 

น้ำปานะมีดังนี้ ที่พระพุทธเจ้าอนุญาตไว้ครับ

๑. อมฺพปานํ น้ำมะม่วง

๒. ชมฺพุปานํ น้ำชมพู่หรือน้ำหว้า

๓. โจจปานํ น้ำกล้วยมีเม็ด

๔. โมจปานํ น้ำกล้วยไม่มีเม็ด

 ๕. มธุกปานํ น้ำมะทราง (ต้องเจือน้ำจึงจะควร)

 ๖. มุทฺทิกปานํ น้ำลูกจันทร์หรือองุ่น

 ๗. สาลุกปานํ น้ำเหง้าอุบล

 ๘. ผารุสกปานํ น้ำมะปรางหรือลิ้นจี่

 นิยมเรียกว่า อัฏฐบาน หรือ น้ำอัฏฐบาน (ปานะ ๘ อย่าง)

 เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ......น้ำปานะหรือน้ำอัฏฐบาน [มหาวรรค]

        ส่วนประเด็นเรื่องจุลินทรีย์ในนม หรือในข้าวยาคู ทานแล้วปาณาติบาตไหม

  ปาณาติบาต คือ สัตว์นั้นมีชีวิต สำหรับจุลินทรีย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีจิต เจตสิกครับ แม้

จะเคลื่อนไหวได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งมีชีวิต     ซึ่งจุลินทรีย์เกิดจากการหมักของ

เปรี้ยว ก็เป็นสิ่งที่เกิดจากอุตุ ไม่ใช่เกิดจากกรรม จึงไม่มีชีวิตการทานข้าวยาคู หรือ นม

ไม่เป็นปาณาติบาตครับ เพราะไม่มีสัตว์ที่มีชีวิตครับ

เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ.... การฆ่าจุลินทรีย์บาปหรือไม่

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
khampan.a
วันที่ 5 ส.ค. 2554 22:46 น.
 

            ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    -พระวินัย เป็นเรื่องที่ละเอียดมาก แม้แต่ในเรื่องของน้ำปานะ ก็เช่นเดียวกัน  ถ้าไม่ได้

ศึกษาหรือศึกษาไม่ละเอียด  ก็จะเข้าใจ(ผิด)ได้ว่า อะไรก็ตามที่เป็นน้ำ ๆ แล้ว  ก็เป็นน้ำ

ปานะ ทั้งหมด  อย่างนี้ไม่ถูกต้อง   เพราะจะต้องเป็นน้ำปานะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง

อนุญาตไว้เท่านั้น ซึ่งถ้าไม่เอื้อเฟื้อ หรือไม่ประพฤติตามพระวินัยแล้ว ย่อมเป็นอาบัติ  มี

โทษ ทั้งนั้น  ถ้าจะให้เบาใจที่สุดสำหรับเพศบรรพชิตและผู้รักษาศีลอุโบสถ  หลังเที่ยง

ไปแล้ว   ดื่มน้ำเปล่า ดีที่สุด     ไม่ต้องกังวล
ใจ ไม่ต้องเดือดร้อนใจในภายหลัง 

      -การที่จะผิดศีลข้อที่ ๑  คือ  ปาณาติบาต นั้น     ต้องพิจารณาองค์ของศีลประกอบ

ด้วย  คือ   สัตว์มีชีวิต    รู้ว่าสัตว์มีชีวิต   มีจิตคิดจะฆ่า  มีความพยายามในการฆ่า และ

สัตว์ตายด้วยความพยายามดังกล่าวนั้น    ดังนั้น   ถ้าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแล้ว  ไม่เป็นการผิด

ศีลแต่ประการใด  ครับ.

                          ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
wannee.s
วันที่ 7 ส.ค. 2554 15:41 น.
 

ในพระไตรปิฏกมีแสดงไว้    ถ้าบวชแล้วไม่รักษาพระวินัย     ท่่านเปรียบเหมือนดุ้นฟืน

เผาผีที่เปื้อนคูถ   เพราะบวชแล้วไม่ได้ขัดเกลากิเลส   ไม่ได้ประโยชน์จากพระธรรมค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
พระบอม
วันที่ 7 ส.ค. 2554 18:28 น.
 

 เจริญพรโยม

               ผมเป็นพระใหม่ได้อ่านข้อความของทุกท่านเเล้วเกิดความรู้ยิ่งนัก                 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
pat_jesty
วันที่ 7 ส.ค. 2554 18:44 น.
 
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
หลานตาจอน
วันที่ 9 ส.ค. 2554 20:04 น.
 
กราบอนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
Rodngoen
วันที่ 2 พ.ค. 2556 04:49 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
boonpoj
วันที่ 4 พ.ค. 2556 10:00 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : -

Back to Top