Loading...
  018224  พุทธพจน์
yoonsri
วันที่ 18 เม.ย. 2554 12:00 น.
อ่าน 1,579
 
 

"เราตถาคตตั้งศาสนาไว้ มิได้ประสงค์ให้ผู้ใดผู้หนึ่ง แสวงหาประโยชน์อย่างอื่น

ตั้งไว้เพื่อให้บุคคลบำเพ็ญภาวนาระงับกิเลสตัณหาเท่านั้น"

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
วันที่ 18 เม.ย. 2554 13:49 น.
 

                   ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

       พระธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเพื่อประโยชน์กับหมู่สัตว์คือเกิดปัญญา

เข้าใจความจริงของสภาพธรรมอันเป็นไปเพื่อดับกิเลสจนหมดสิ้น        นี่คือประโยชน์

และจุดประสงค์อันถูกต้องของพระธรรมและผู้ศึกษาพระธรรม    เพราะฉะนั้นจึงต้องเริ่ม

จากความเป็นผู้ตรง  ตรงด้วยจุดประสงค์ที่ถูกต้องว่าศึกษาพระธรรมเพื่ออะไร เพื่อที่จะ

ได้หรือเพื่อที่จะละ ละกิเลส ละความไม่รู้อันเนื่องมาจากการศึกษาพระธรรม ประโยชน์

จึงไม่ใช่เพื่อลาภ สักการะหรือเพื่อได้สิ่งได้สิ่งหนึ่ง เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนให้เห็น

ถึงความจริงของสิ่งเหล่านั้นว่านำมาซึ่งความทุกข์         มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา

ผู้ศึกษาพระธรรมจึงควรพิจารณาด้วยปัญญา  การกระทำทางกายและวาจาจึงต้องตรง

กับใจ นี่คือความเป็นผู้ตรงตั้งแต่ต้นในการศึกษาพระธรรม    ความเป็นผู้ตรงจึงเป็นสิ่ง

สำคัญในการดับกิเลสด้วยอันเป็นสัจจะบารมี หากไม่เป็นผู้ที่ตรงแล้วก็ไม่สามารถึงฝั่ง

คือพระนิพพานอันเป็นการดับกิเลสได้เลยครับ

                                             เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ

แนวปฏิบัติพรหมจรรย์ [ปฐมนกุหนาสูตร] 

การหลอกลวง [กุหนาสูตร]
 
 

 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒- หน้าที่ 280

                             "ก็ข้อปฏิบัติอันเข้าไปอาศัยลาภ   เป็นอย่างอื่น,

                     ข้อปฏิบัติอันยังสัตว์ให้ถึงพระนิพพาน   เป็นอย่างอื่น

                     (คนละอย่าง).         ภิกษุผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า

                     ทราบเนื้อความนั้นอย่างนี้แล้ว         ไม่พึงเพลิดเพลิน

                     สักการะ    พึงตามเจริญวิเวก."

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
paderm
วันที่ 18 เม.ย. 2554 13:49 น.
 

       การศึกษาธรรมสำคัญคือน้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยที่พระองค์ทรงแสดง

ด้วยความเคารพตามกำลังปัญญา จึงชื่อว่าได้ประโยชน์จากการศึกษาพระธรรม ไม่ใช่ว่า

จะต้องเป็นผู้พยายามฟังมาก       รู้ให้มากในเรื่องราวของธรรมที่พระองค์ทรแสดง    ซึ่ง

พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงว่า     เธออย่าติดตามเราเพราะเหตุคือการได้ฟังธรรมประการ

ต่างๆ        แต่เธอจงติดตามเราด้วยการฟังเรื่องราวที่เป็นไปเพื่อน้อมปฏิบัติตามคือเรื่อง

มักน้อย สันโดษขัดเกลา ไม่คลุกคลี เรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา นี่คือประโยชน์ของธรรมคือ

น้อมประพฤติปฏิบัติตามครับ

   เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ....ติดตามพระองค์ด้วยน้อมปฏิบัติตาม [มหาสุญญตสูตร] 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
paderm
วันที่ 18 เม.ย. 2554 13:50 น.
 

พระธรรมของพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดงจึงเป็นไปเพื่อการสำรวมและการละกิเลสประการ

ต่างๆ มีตัณหาและอวิชชา เป็นต้น      แต่จะละไมได้เลย  ถ้าไม่มีปัญญา   เพราะฉะนั้น

พระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงประโยชน์ คือ ความถึงพร้อมด้วยปัญญาคือวิชชาและการ

หลุดพ้นจากิเลสคือวิมุตติ         ดังที่พระพุทธองค์แสดงไว้ให้กับพราหมณ์ผู้หนึ่งฟังว่า

อานิสงส์สูงสุดที่พระองค์ทรแสดงพระธรรมเพื่ออะไร 

เชิญคลิกอ่านครับ...ตถาคตมีวิชชาและวิมุตติเป็นผลานิสงส์ [กุณฑลิยสูตร]

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่าน

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์ 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
khampan.a
วันที่ 18 เม.ย. 2554 18:21 น.
 

           ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

      พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า (พระพุทธพจน์) เป็นพระธรรมคำสอนที่เกิดจาก

การตรัสรู้ของพระองค์  ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีมาตลอดระยะเวลาสี่อสงไขย   แสน

กัปป์   ซึ่งเป็นเวลาที่นานมาก  และเป็นการที่ยากมากกับที่จะได้ฟังพระธรรมที่พระองค์

ทรงแสดง     เพราะฉะนั้น    การได้มีโอกาสได้ฟังพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง  ที่สืบ

ทอดมาจนถึงสมัยปัจจุบันนี้    จึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับชีวิต        และจะต้องเป็นผู้

สะสมศรัทธาเห็นประโยชน์ของการฟังพระธรรมมาแล้ว   จึงมีโอกาสได้ฟัง     ได้สะสม

ปัญญาต่อไป

     พระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษานั้น เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้ที่ได้

ฟังและน้อมที่จะประพฤติปฏิบัติตามอย่างแท้จริง เป็นประโยชน์เกื้อกูลทั้งในชาตินี้และ

ในชาติต่อๆ ไป 
พร้อมทั้งยังเป็นเหตุปัจจัยให้บรรลุถึงประโยชน์อย่างยิ่ง คือ   การรู้แจ้ง

อริยสัจจธรรม
ดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างเด็ดขาด สิ้นทุกข์ในวัฏฏะ ด้วย      แต่จะไม่เป็น

ประโยชน์
สำหรับผู้ไม่ได้ฟังไม่ได้ศึกษา    หรือ   ศึกษาด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ถูกต้อง เช่น

ศึกษาเพื่อลาภ สักการะ สรรเสริญ เป็นต้น เพราะพระธรรม ทั้งหมดเป็นไปเพื่อละกิเลส

ไม่ใช่เป็นไปเพื่อเพิ่มกิเลส

     พระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง   เป็นไปเพื่อความเข้าใจ เห็นถูก     เป็นไปเพื่อสร่าง

จากความเมา คือ กิเลสประการต่าง ๆ มี โลภะ โทสะ โมหะ เป็นต้น        ที่สำคัญที่สุด

จึงต้องเริ่มสะสมปัญญา จากการฟังการศึกษาพระธรรมในชีวิตประจำวันตั้งแต่ในขณะนี้

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดสำหรับชีวิต     เพราะเมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นได้ตามความ

เป็นจริงว่าในชีวิตนี้ ไม่มีอะไรที่จะมีค่าเท่ากับการได้เข้าใจพระธรรมจริง ๆ ครับ

                    ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณผเดิมและทุก ๆ ท่านครับ...     

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
wannee.s
วันที่ 18 เม.ย. 2554 21:24 น.
 

ศาสนา คือคำสอนของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสอนให้ทำดี ละชั่ว อบรมจิตให้ผ่องใส

คำสอนของพระพุทธเจ้า  ไม่ใช่เพื่อการเลี้ยงชีพ  ไม่ใช่เพื่อลาภ สักการะ ฯลฯ เพื่อ ขัด

เกลากิเลสทางกาย ทางวาจา ทางใจ จนกว่าจะดับกิเลสหมดจริง ๆ ไม่เกิดอีกเลยค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
จักรกฤษณ์
วันที่ 18 เม.ย. 2554 23:12 น.
 

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
Jans
วันที่ 18 เม.ย. 2554 23:52 น.
 

"พระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษานั้น เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้ที่ได้ฟัง

และน้อมที่จะประพฤติปฏิบัติตามอย่างแท้จริง  เป็นประโยชน์เกื้อกูลทั้งในชาตินี้   และ

ในชาติต่อ ๆ ไป  พร้อมทั้งยังเป็นเหตุปัจจัยให้บรรลุถึงประโยชน์อย่างยิ่ง คือ การรู้แจ้ง

อริยสัจจธรรม ดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างเด็ดขาด สิ้นทุกข์ในวัฏฏะ ด้วย"

ขอบคุณและขออนุโมทนาคะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
chaiyut
วันที่ 19 เม.ย. 2554 10:54 น.
 

พระพุทธพจน์  เป็นคำกล่าวเพื่อสั่งสอนให้สัตว์โลกเกิดปัญญาดับกิเลส เป็นคำกล่าวอัน

ประเสริฐสูงสุด  หลั่งไหลมาจากพระโอษฐ์ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเปี่ยม

ไปด้วยพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาคุณ    เราปุถุชนคนธรรมดาจะ

กล่าวอย่างไร ก็ไม่ใช่พระพุทธพจน์  เพราะเราเป็นแต่เพียงสาวก  กล่าวสาวกภาษิต  ซึ่ง

ต้องไม่ขัดแย้งกับพระพุทธพจน์เช่นกัน      สาวกศึกษาพระพุทธพจน์เพื่อความเข้าใจถูก

เพื่อน้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมที่ทรงแสดงไว้ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
Sensory
วันที่ 19 เม.ย. 2554 18:54 น.
 
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 18224 ความคิดเห็นที่ 5 โดย wannee.s

ศาสนา คือคำสอนของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสอนให้ทำดี ละชั่ว อบรมจิตให้ผ่องใส

คำสอนของพระพุทธเจ้า  ไม่ใช่เพื่อการเลี้ยงชีพ  ไม่ใช่เพื่อลาภ สักการะ ฯลฯ เพื่อ ขัด

เกลากิเลสทางกาย ทางวาจา ทางใจ จนกว่าจะดับกิเลสหมดจริง ๆ ไม่เกิดอีกเลยค่ะ

สาธุ 
 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top