Loading...
  018200  ข้อความที่ฟังแล้วสงบระงับได้ ประเสริฐกว่า
pirmsombat
วันที่ 13 เม.ย. 2554 16:35 น.
อ่าน 777
 
 

ถ้ามีวาจาที่ประกอบด้วยข้อความ 

ซี่งไม่เป็นประโยชน์ 

แม้ตั้งพัน 

ข้อความที่เป็นประโยชน์ 

บทเดืยว 

ที่ฟังแล้วสงบระงับได้ 

ประเสริฐกว่า

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
วันที่ 13 เม.ย. 2554 19:23 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒
- หน้าที่ 424

                         ๑.  สหสฺสมปิ  เจ  วาจา         อนตฺถปทสญฺหิตา

                           เอก  อตฺถปท  เสยฺโย       ย  สุตฺวา  อุปสมฺมติ.

                         "หากวาจาแม้ตั้งพัน    ไม่ประกอบด้วยบทที่เป็น

                    ประโยชน์ไซร้,  บทที่เป็นประโยชน์   บทเดียว   ซึ่ง

                    บุคคลฟังแล้วสงบระงับได้  ประเสริฐกว่า."

-------------------------------------------------------------------

ปรารภเรื่อง ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสพระคาถานี้ เรื่องมีอยู่ว่า บุรุษผู้ฆ่าโจรมีเคราแดง

ได้ฆ่าโจรตามคำสั่งพระราชามอบหมายไว้ให้เป็นเพชรฆาต ทำปาณาติบาตคือการฆ่า

โจรอย่างนี้เป็นเวลาถึง 55 ปี ครั้นเมื่อแก่ไม่ค่อยมีแรงในการฆ่าโจร จึงถูกปลดออกจาก

ตำแหน่ง เมื่อถูกปลดแล้ว เขาก็ได้อาหารอย่างดีเพื่อจะเป็นผู้บริโภคอาหารนี้เอง ครั้งนั้น

พระสารีบุตรออกจากสมาบัติ คิดว่าเราจะสงเคราะห์ใคร คือ ใครที่จะถวายอาหารกับเรา

ประโยชน์ก็จะเกิดกับผู้ถวายนั้น เห็นบุรุษผู้ฆ่าโจรมีเคราแดงอยู่ในบุคคลที่จะสงเคราะห์

ได้ ท่านจึงไปที่หน้าเรือนของเขา เขาเห็นพระเถระแล้วเกิดจิตเลื่อมใส จึงตั้งใจถวาย

อาหารที่ได้อย่างดีมา พระเถระรับและฉันเสร็จ เริ่มที่แสดงธรรม แต่บุรุษผู้ฆ่าโจรเครา

แดง จิตฟุ้งซ่านเพราะนึกถึงกรรมที่ตัวเองทำเอาไว้ว่าเป็นกรรมหยาบช้า พระสารีบุตรจึง

อธิบายให้เขาเข้าใจและมีจิตสงบ พระสารีบุตรท่านจึงแสดงธรรม เขาเมื่อฟังธรรมอยู่

บรรลุวิปัสสนาญาณขั้นสูงและไม่นาน แม่โคก็ขวิดเขาตายไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต

        พวกภิกษุทั้งหลายก็สนทนากันว่าเขาทำบาปมามากเขาจะเกิดที่ไหน พระพุทธเจ้า

ตรัสตอบว่าเขาเกิดที่สวรรค์ชั้นดุสิต  พวกภิกษุจึงถามว่าเขาทำบาปขนาดนี้เกิดที่สวรรค์

ชั้นดุสิตได้อย่างไร พระพุทธองค์ทรงแสดงคุณของความเป็นผู้มีมิตรดีเพราะอาศัยพระ

สารีบุตร ทำให้ได้ฟังธรรม เมื่อฟังธรรมก็บรรลุได้ และพระพุทธเจ้าจึงตรัสต่อไปว่า เธอ

อย่าสำคัญว่า ธรรมที่เราแสดงจะน้อยเลย บุคคลแม้คำฟังแม้เพียงน้อยแต่เป็นถ้อยคำที่

ประเสริฐก็สามารถทำให้เขาบรรลุได้ พระพุทธเจ้าจึงตรัวพระคาถาว่า

                        "หากวาจาแม้ตั้งพัน    ไม่ประกอบด้วยบทที่เป็น

                    ประโยชน์ไซร้,  บทที่เป็นประโยชน์   บทเดียว   ซึ่ง

                    บุคคลฟังแล้วสงบระงับได้  ประเสริฐกว่า."

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
paderm
วันที่ 13 เม.ย. 2554 19:23 น.
 

อธิบายพระคาถา

  วาจาใดที่จะมีแม้มากคือจะพูดมากอย่างไรก็ตาม          แต่เป็นวาจาที่ไม่ประกอบด้วย

ประโยชน์ เป็นวาจาที่ไม่ให้กุศลจิต เป็นวาจาที่ไม่ให้ปัญญาเจริญ อันเป็นเดรัจฉานกถา

วาจาเหล่านั้นแม้จะมากเพียงใดก็ตามไม่ประเสริฐเลย    เพราะไม่สามารถทำให้ผู้ฟังจิต

สงบด้วยกุศล และทำให้ปัญญาเกิดจนสามารถดับกิเลสได้  แต่วาจาใดแม้จะน้อยเพียง

คำสั้นๆ แต่สามารถทำให้ผู้ฟังสงบจากกิเลส เกิดกุศลจิตและที่สำคัญทำให้ผู้ฟังเข้าใจ

ความจริงของสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ด้วยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา แม้

คำเพียงสั้นๆแต่ปัญญาเกิดได้   วาจานั้นเป็นวาจาประเสริฐเพราะสามารถทำให้ปัญญา

เจริญขึ้นได้จนสามารถบรรลุได้นั่นเอง 

     จำนวนของคำจึงไม่เป็นประมาณในการตัดสินว่าสิ่งใดประเสริฐหรือไม่ประเสริฐ แต่

คำใดจะมากหรือน้อยทำให้ผู้ฟังสงบจากกิเลส ปัญญาเกิดได้ถ้อยคำนั้นประเสริฐ ดั่งคำ

สอนอันเป็นพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นถ้อยคำประเสริฐเพราะสามารถทำให้

หมู่สัตว์รู้ตามความเป็นจริงของสภาพธรรมและสามารถดับกิเลสได้ครับ

   ป.ล.เรื่องนี้เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสพระคาถาจบ ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
khampan.a
วันที่ 13 เม.ย. 2554 20:18 น.
 

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    วาจา(ถ้อยคำ,คำพูด)ที่เลิศหรือประเสริฐกว่าวาจาทั้งหลาย   คือ  พระธรรมที่พระผู้

มีพระภาคเจ้าทรงแสดง    เพราะเหตุว่า  สิ่งที่พระองค์ตรัสนั้น  เป็นความจริง  เป็นพระ

วาจาที่เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูก  ของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง เกิดปัญญาเป็นของตน

เอง   เป็นไปเพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ในที่สุด    ถ้อยคำอย่างอื่นที่ไม่เป็น

ไปเพื่อความเจริญขึ้นของปัญญาและกุศลธรรมประการอื่น ๆ   ถึงแม้จะมีมากมาย ก็ไม่

ประเสริฐ   

        พระธรรม  เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ได้สะสมเหตุที่ดีมา ได้ฟัง  มีความเข้าใจถูก

เห็นถูก เท่านั้น  ไม่ได้เป็นประโยชน์สำหรับทุกคน  ซึ่งจะเห็นได้ว่า ผู้ที่ได้ฟังพระธรรม

ในแนวทางที่ถูกต้อง     มีน้อยมาก  เมื่อเทียบ  กับผู้ที่ไม่ได้ศึกษา (หรือศึกษาในแนว

ทางที่ไม่ถูกต้อง) ครับ

          ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณหมอ,คุณผเดิม และ ทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
เมตตา
วันที่ 14 เม.ย. 2554 07:40 น.
 

 พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 119

                      ข้อความบางตอนจาก โพธิราชกุมารสูตร

     ธรรมที่เราบรรลุแล้วนี้เป็นธรรมลึก   ยากที่จะเห็นได้  สัตว์อื่นจะตรัสรู้

ตามได้ยาก  เป็นธรรมสงบระงับ  ประณีต  ไม่เป็นวิสัยที่จะหยั่งลงได้ด้วย

ความตรึก  เป็นธรรมละเอียด  อันบัณฑิตจะพึงรู้แจ้ง.

                                   ...ขอเชิญคลิกอ่านได้ที่...

ธรรมบทเดียวฟังแล้วสงบระงับ [พระกุณฑลเกสีเถรี]

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของ อ.คำปั่น, คุณผเดิม

และคุณหมอ ด้วยค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
ups
วันที่ 14 เม.ย. 2554 10:37 น.
 

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตทุกท่านครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
orawan.c
วันที่ 14 เม.ย. 2554 11:59 น.
 

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
wannee.s
วันที่ 14 เม.ย. 2554 16:21 น.
 

คำพูดใด   ไม่ว่าจะมากหรือน้อย    ถ้าพูดแล้วทำให้คนฟังเข้าใจธรรมะ   ขัดเกลากิเลสได้   

คำพูดนั้นประเสริฐ    เป็นประโยชน์    และต้องรู้จักกาละที่จะพูด    จึงเป็นวาจาสุภาษิตค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
chaiyut
วันที่ 14 เม.ย. 2554 16:38 น.
 

           ชีวิตฆราวาสของผู้ที่เป็นปุถุชนนั้น  พูดมาก  และส่วนใหญ่พร่ำพูดแต่ทุพภาษิต

คือ พูดคำที่ไม่สมควรด้วยอำนาจของกิเลสประการต่างๆ    เพราะเหตุว่ายังไม่ได้รับการ

ขัดเกลาในวินัยของพระอริยะอย่างเพียงพอ      แต่พระธรรมของพระผู้มีพระภาคนั้น แม้

ทรงกล่าวไว้น้อย  แต่ผู้ฟัง ฟังแล้วสามารถที่จะบรรลุอริยสัจธรรมขั้นสูงสุดถึงความเป็น

พระอรหันต์ได้   พระธรรมที่ทรงแสดงจึงเป็นยอดแห่งการกล่าววาจาในบรรดาวจีสุจริต

ทั้งหมด    เพราะสามารถที่จะทำให้บุคคลระงับคำพูดที่ไม่ดีได้เป็นสมุจเฉท ตามระดับ

ของปัญญาที่ดับกิเลสอันยังวจีทุจริตให้เกิดได้    ไม่ใช่ให้เพียงเว้นไม่กล่าว   แต่ให้ถึง

การที่จะไม่มีการกล่าววจีทุจริตนั้นๆ อีกต่อไปครับ

        ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณหมอและทุกๆ ท่านครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
bsomsuda
วันที่ 16 เม.ย. 2554 09:02 น.
 

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
จักรกฤษณ์
วันที่ 16 เม.ย. 2554 23:33 น.
 

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาทุกท่านครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
aurasa
วันที่ 17 เม.ย. 2554 07:58 น.
 
กราบอนุโมทนาค่ะ
 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top