Loading...
 18155   วันสงกรานต์กับพระพุทธศาสนา
paderm
วันที่ 6 เม.ย. 2554 22:20 น.
อ่าน 6,246
 
 

                    ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

                    

              สงกรานต์กับความเข้าใจในพระพุทธศาสนา

        โดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงสงกรานต์ ก็หมายถึงปีใหม่ไทยที่ครอบครัวจะได้มีโอกาส

พบปะ แสดงความกตัญญูกตเวที มีการทำกุศลในวันนั้นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการถวาย

อาหารและถวายปัจจัยที่เหมาะควรแก่พระภิกษุสงฆ์   การรดน้ำผู้ใหญ่ อันเป็นอุบายให้

แสดงถึงการให้ระลึกถึงผู้มีอุปการะคุณกับบุตร หลาน  การสรงน้ำพระ ซึ่งควรพิจารณา

ตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่ อย่างไร    รวมทั้งการเจริญกุศลประการต่างๆ 

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
วันที่ 6 เม.ย. 2554 22:21 น.
 

      ตามประเพณีสงกรานต์ปัจจุบันอย่างหนึ่งคือการเล่นน้ำและการใช้น้ำเป็นเครื่อง

ประกอบในประเพณีสงกรานต์   เช่น   การรดน้ำผู้ใหญ่และการสรงน้ำพระ    เป็นต้น

     ในสมัยพุทธกาลได้มีประเพณีซึ่งเป็นการละเล่นที่เป็นงานมหรสพของผู้คนในสมัย

นั้นโดยการใช้น้ำเช่นกัน ซึ่งย่อมเป็นไปได้ที่จะสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันในงานประเพณี

สงกรานต์ในปัจจุบัน เพราะทำประจำในเดือน 4 เช่นกันดังข้อความในพระไตรปิฎกที่ว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่ม ๒ ภาค ๓ ตอน ๓ - หน้าที่ 31

 ก็สมัยนั้น  มหาชนพากันเล่นมหรสพในอุตตรผัคคุณีนักขัตฤกษ์ปลายเดือน ๔ ทุก ๆ  ปี  

กระทำพิธีสรงน้ำที่ท่าใกล้แม่น้ำคยา,      ด้วยเหตุนั้นชนทั้งหลายพากันเรียกมหรสพนั้น

ว่า  คยาผัคคุณี  ดังนี้.

     ในการละเล่นที่ใช้น้ำในสมัยพุทธกาลที่เรียกว่า คยาผัคคุณี มีการใช้น้ำเป็นหลักด้วย

ความเชื่อของบุคคลสมัยนั้นว่า   น้ำคือสิ่งที่ชำระล้างบาป อกุศลธรรมที่ได้ทำไว้ได้  แต่

พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระธรรมให้มหาชนมีความเข้าใจถูกว่าน้ำไม่สามารถชำระล้าง

กิเลสได้ แต่ปัญญา กุศลธรรมประการต่างๆเท่านั้นที่จะชำระล้างกิเลสที่สะสมมาจนหมด

สิ้นได้ครับ ดังข้อความพระไตรปิฎกที่ว่า

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
paderm
วันที่ 6 เม.ย. 2554 22:21 น.
 

     พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 463

            บทว่า  สทา  ผคฺคุ  ได้แก่แม้งานนักษัตรประจำเดือน ที่มีเป็นประจำ.   ได้ยินว่า

พราหมณ์นั้นมีทิฏฐิอย่างนี้ว่าในเดือน ๔ ผู้ใดอาบน้ำในวันข้างขึ้นเดือน ๔ ผู้นั้นย่อมชำระ

บาปที่ตนกระทำตลอดปีได้.   เพราะเหตุนั้น       พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงคัดค้าน

ทิฏฐิของพราหมณ์นั้นจึงตรัสว่าสำหรับผู้บริสุทธิ์แล้วเดือน  ๔  มีอยู่ทุกเมื่อสำหรับผู้หมด

กิเลสแล้วนักษัตรประจำเดือน  ๔  มีประจำ  ห้วงน้ำนอกนี้ จักชำระล้างได้อย่างไรดังนี้. 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
paderm
วันที่ 6 เม.ย. 2554 22:21 น.
 

                     น้ำในธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า

          น้ำในพระธรรมวินัยของพระอริยเจ้าที่เป็นความเห็นถูกก็อย่างหนึ่ง  น้ำตามความ

เข้าใจของปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ไม่ได้ฟังอีกอย่างหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงแสดงความจริงที่

เป็นสัจจะให้ผู้ที่มีความเห็นผิด ได้มีความเห็นถูกในความเข้าใจเรื่องการละกิเลส การดับ

กิเลสว่าน้ำไม่ใช่เหตุให้ละกิเลสได้ หากเธอจะอาบน้ำเพื่อละกิเลส เธอจงอาบน้ำนี้...ซึ่ง

สามารถละกิเลสได้    น้ำที่พระองค์ทรงแสดงจึงไม่ใช่น้ำที่เราเข้าใจกัน    แต่เป็นน้ำคือ

อริยมรรคที่มีความเห็นถูกเป็นหัวหน้า ให้เข้าใจความจริงในขณะนี้ว่าเป็นธรรมที่ไม่เที่ยง

และไม่ใช่เรา นี่คือน้ำในพระธรรมวินัยที่จะชำระล้างกิเลสที่สะสมมาที่เป็นความไม่รู้ ไม่รู้

ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา   ปัญญาเท่านั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อกิเลส ไม่ใช่น้ำที่จะชำระล้างกิเลส

ได้

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 464

   บทว่า  อิเธว  สินาหิ  ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า   ธอจง

อาบน้ำในศาสนาของเราตถาคตนี้แล.

     ท่านกล่าวอธิบายไว้อีกว่า   ถ้าเธอปรารถนาจะล้างมลทิน     คือกิเลสภายในไซร้  

จงอาบด้วยน้ำคือมรรคมีองค์  ๘  ในศาสนาของเราตถาคตนี้นั่นแล. เพราะว่าในที่อื่น

น้ำคือมรรคมีองค์   ๘  เช่นนี้ไม่มี  ดังนี้.

                                     เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ครับ

                          ความสะอาดภายใน [ชฏิลสูตร] 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
paderm
วันที่ 6 เม.ย. 2554 22:21 น.
 

                   ความเข้าใจในเรื่องการสรงน้ำพระภิกษุ

  ประเพณีในปัจจุบันมีการสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์โดยฆราวาส ซึ่งไม่ใช่กิจของฆราวาสและ

พระภิกษุท่านก็ไม่ได้ป่วยจึงไม่ใช่กิจที่คฤหัสถ์ทั้งหลายจะสรงน้ำพระ   การแสดงออกถึง

การเคารพ สักการะในพระภิกษุสงฆ์คือการน้อมถวายปัจจัย 4 อันสมควรเหมาะสมกับพระ

ภิกษุและการทำความเคารพยำเกรงในพระภิกษุสงฆ์     การสรงน้ำพระภิกษุ จึงไม่ใช่การ

แสดงออกถึงการเคารพในพระภิกษุสงฆ์ที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย  ซึ่งในสมัยพุทธกาล

พระภิกษุทั้งหลายจะสรงน้ำด้วยตนเอง   หากพระรูปใดป่วยก็เป็นพระภิกษุช่วยสรงน้ำให้

กัน ดังที่พระพุทธเจ้าช่วยอาบน้ำให้พระภิกษุผู้อาพาธ

เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ครับ

 สรงน้ำพระ 

เรื่องพระปูติคัตตติสสเถระ  

    การน้อมประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ถูกย่อมรักษาพระศาสนาเพราะเป็นความเห็นถูกและ

รักษาพระภิกษุทั้งหลายด้วย  ไม่ให้มีโอกาสเกิดอาบัติกับท่านง่ายขึ้น  การทำการเคารพ

ในภิกษุสงฆ์จึงไม่ใช่การสรงน้ำพระภิกษุ แต่เป็นถวายของอันสมควร การทำความเคารพ

ในภิกษุทั้งหลาย เป็นต้น และในพระวินัยบัญญัติหากพระอาบน้ำด้วยของหอมต่างๆ ย่อม

เป็นอาบัติครับ 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
paderm
วันที่ 6 เม.ย. 2554 22:41 น.
 

  ปัญญา ความเข้าใจถูกย่อมจะนำพาให้ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ถูก เข้าใจว่าสิ่งใดควรทำ

สิ่งใดไม่ควรทำ   ไม่ว่าในวันหรือประเพณีใด ๆ  เพราะสัจจะความจริงที่พระพุทธเจ้าทรง

แสดงไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและยุคสมัย กุศลเป็นกุศล อกุศลเป็นอกุศล ความ

เห็นถูกเป็นความเห็นถูก ความเห็นผิดย่อมเป็นความเห็นผิด สภาพธรรมไม่เปลี่ยนแปลง

ลักษณะไปตามความเชื่อของแต่ละสังคมหรือบุคคล    การศึกษาพระธรรมจึงเกื้อกูลการ

ดำเนินชีวิตประจำวันให้เป็นไปตามความเห็นถูกตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงครับ

                                     เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ครับ

                                    วันสงกรานต์... นึกถึงน้ำ  

  เริ่มต้นวันนี้ เริ่มต้นปีใหม่ไทย

ด้วยความเห็นถูก ด้วยความเข้าใจพระธรรมและเจริญกุศลทุกๆประการ

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
ธนฤทธิ์
วันที่ 6 เม.ย. 2554 23:31 น.
 
ขอขอบคุณและขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
พุทธรักษา
วันที่ 7 เม.ย. 2554 02:44 น.
 
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
khampan.a
วันที่ 7 เม.ย. 2554 06:58 น.
 

เป็นหัวข้อที่เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกสำหรับชาวพุทธเป็นอย่างยิ่ง ครับ

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
JANYAPINPARD
วันที่ 7 เม.ย. 2554 08:05 น.
 
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
petcharath
วันที่ 7 เม.ย. 2554 11:18 น.
 

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
จักรกฤษณ์
วันที่ 7 เม.ย. 2554 11:29 น.
 

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
พรรณี
วันที่ 7 เม.ย. 2554 11:53 น.
 

ขอบคุณค่ะแล้วจะทำอย่างไรให้ผู้ที่ยังเข้าใจว่าต้องสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์ด้วยได้ทราบว่า

ทำไม่ถูก น่าจะมีหนังสือเวียนจากภาครัฐบาลหรือหน่วยงานทางศาสนาที่มีหน้าที่กำกับ

และดูแลแจ้งไปยังวัดทุกวัดได้ทราบด้วย       เพราะยิ่งนานวันก็ดูเหมือนจะเป็นการเพิ่ม

ประเพณีในวันสงกรานต์โดยความไม่รู้และยากที่จะแก้ไข  ดิฉันได้ฟังเทปที่พระภิกษุรูป

หนึ่งถามท่านอาจารย์สุจินต์ฯ  ทำนองระบายความรู้สึกว่า  ไม่อยากให้โดนสรงน้ำในวัน

สงกรานต์ที่ชาวบ้านมาทำให้เช่นนี้เลย    เพราะรู้สึกไม่โปร่งใจอย่างไรบอกไม่ถูกเพราะ

เปียกไปทั้งสบง ดูแล้วไม่สมควรอย่างยิ่ง เรื่องนี้ต้องแก้ไขจริง ๆ นะคะ

             ขออนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 13  
aditap
วันที่ 7 เม.ย. 2554 14:42 น.
 

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 14  
pirmsombat
วันที่ 7 เม.ย. 2554 15:01 น.
 
 
ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 15  
paderm
วันที่ 7 เม.ย. 2554 15:26 น.
 
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 18155 ความคิดเห็นที่ 12 โดย พรรณี

ขอบคุณค่ะแล้วจะทำอย่างไรให้ผู้ที่ยังเข้าใจว่าต้องสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์ด้วยได้ทราบว่า

ทำไม่ถูก น่าจะมีหนังสือเวียนจากภาครัฐบาลหรือหน่วยงานทางศาสนาที่มีหน้าที่กำกับ

และดูแลแจ้งไปยังวัดทุกวัดได้ทราบด้วย       เพราะยิ่งนานวันก็ดูเหมือนจะเป็นการเพิ่ม

ประเพณีในวันสงกรานต์โดยความไม่รู้และยากที่จะแก้ไข  ดิฉันได้ฟังเทปที่พระภิกษุรูป

หนึ่งถามท่านอาจารย์สุจินต์ฯ  ทำนองระบายความรู้สึกว่า  ไม่อยากให้โดนสรงน้ำในวัน

สงกรานต์ที่ชาวบ้านมาทำให้เช่นนี้เลย    เพราะรู้สึกไม่โปร่งใจอย่างไรบอกไม่ถูกเพราะ

เปียกไปทั้งสบง ดูแล้วไม่สมควรอย่างยิ่ง เรื่องนี้ต้องแก้ไขจริง ๆ นะคะ

             ขออนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ

      ความเห็นถูกไม่สาธารณะทั่วไปกับทุกบุคคล     เราสามารถช่วยให้บุคคลนั้นมีความ

เห็นถูกเท่าที่ช่วยได้ เริ่มจากบุคคลที่มีศรัทธาในพระธรรม เพราะผู้ไม่มีศรัทธา ไม่มีความ

เห็นถูกแล้ว  การอธิบายในสิ่งที่ถูก อาจจะเป็นโทษกับบุคคลที่ได้ฟัง อันทำให้เกิดอกุศล

ในบุคคลนั้นมากขึ้นก็ได้ครับ    เริ่มจากตัวเรา   เริ่มจากคนใกล้ตัวที่มีศรัทธา สำคัญที่ว่า

เข้าใจถึงความเป็นธรรม ความเป็นอนัตตาที่ไม่สามารถที่จะสามารถจะทำให้คนส่วนมาก

มีความเห็นถูกได้  แก้ไขด้วยความเข้าใจพระธรรมของตนเองและน้อมปฏิบัติตามในสิ่งที่

ถูกเป็นแบบอย่าง ขณะนั้นเราก็เป็นผู้รักษาพระศาสนาเช่นกัน     ส่วนผู้อื่นก็ตามโอกาส  

ตามความเหมาะสมที่จะอธิบาย      ส่วนการอธิบายกับสังคมทั้งหมดเป็นเรื่องยากเพราะ

ความเห็นถูกไม่สาธารณะจริงๆครับ 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 16  
chaiyut
วันที่ 7 เม.ย. 2554 15:34 น.
 

สาระดีมากครับ ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่ paderm ครับ      และขอเรียนถามว่า

การสรงน้ำพระพุทธรูปตามขบวนรถต่างๆ ก่อนเข้าวัดในงานประเพณีสงกรานต์ทุกๆ วันนี้

มีการพยายามสาดน้ำให้ถึงพระพุทธรูปที่มีผู้นำมาตั้งไว้ให้วางอยู่บนรถยนต์ ซึ่งอยู่สูงมาก

จะเป็นการกระทำที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ครับ   

 
  

  ความคิดเห็นที่ 17  
paderm
วันที่ 7 เม.ย. 2554 16:14 น.
 

เรียนความเห็นที่ 16

   ประเพณีสงกรานต์ มีการสรงน้ำพระพุทธรูป แน่นอนครับว่าการกระทำอย่างเดียวกัน

ย่อมเป็นไปด้วยจิตที่เป็นกุศลก็ได้    อกุศลก็ได้   สำคัญที่จิตเป็นสำคัญ   การสรงน้ำ

พระพุทธรูปด้วยการพยายามสาด ขณะที่สาดน้ำ   ขณะนั้นจิตอะไร    มีความต้องการ

อะไรหรือเปล่าหากไม่โดนจะไม่ได้บุญใช่ไหม หากโดนถึงจะได้บุญ เป็นบุญเป็นกุศล

เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องของความเห็นถูก   สำคัญที่ความเข้าใจ การบูชาพระพุทธเจ้า

จึงต้องเริ่มจากความเห็นถูก    เมื่อมีความเห็นถูกแล้ว การกระทำต่างๆก็น้อมไปในทาง

ที่ถูกด้วยครับ การบูชาพระพุทธเจ้าจึงต้องเริ่มจากการฟังพระธรรมให้เข้าใจ ประโยชน์

คือตรงนี้ครับและเมื่อปัจจุบันมุ่งที่ความสำคัญในการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จับต้องได้อัน

เป็นประเพณีแต่ลืมความเข้าใจที่เป็นนามธรรมคือปัญญาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 18  
ING
วันที่ 7 เม.ย. 2554 16:49 น.
 

ขอขอบคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 19  
wannee.s
วันที่ 7 เม.ย. 2554 17:22 น.
 

วันสงกรานต์   เป็นวันปีใหม่ของคนไทย   เป็นเครื่องหมายเตือนให้ไม่ประมาท  

ให้ทำความดีและอบรมปัญญา    เพราะชีวิตเหลือน้อยแล้วค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 20  
พรรณี
วันที่ 8 เม.ย. 2554 01:15 น.
 

"ความเห็นถูกไม่สาธารณะทั่วไปกับทุกบุคคล"

ขอบคุณและขออนุโมทนาที่ คุณ Paderm เขียนถึงความเป็นอนัตตา และไม่ใช่กับทุกคน

ที่จะปฏิบัติตนตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้องเสมอไป เพื่อไม่ให้ผู้ที่

ปฏิบัติไม่ถูกต้องเกิดอกุศลจิตมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 
  

  ความคิดเห็นที่ 21  
chaiyut
วันที่ 8 เม.ย. 2554 11:59 น.
 

" การบูชาพระพุทธเจ้า จึงต้องเริ่มจากความเห็นถูก เมื่อมีความเห็นถูกแล้ว การกระทำ

ต่างๆ ก็น้อมไปในทางที่ถูกด้วยครับ...."

            ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่ paderm ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 22  
homenumber5
วันที่ 9 เม.ย. 2554 14:51 น.
 

เรียนอ.Paderm อนุโมทนาในกระทู้ที่เป็นสาระอย่างยิ่ง ดิฉันเข้าใจว่า ประเพณีสงกรานต์

นั้นมีรากเดิมมาจากศาสนาพราหมณ์ แต่คนไทยนั้น  นับถือพระพุทธศาสนา จึงหลอมรวม

กันไปด้วยสรงน้ำพระและพระพุทธรูปด้วย  และความจริงในพุทธกาลและหลังพุทธกาล

หลายร้อยปีก็ไม่มีพระพุทธรูปให้สรงน้ำกันใช่ไหมคะ    ดังนั้น    การสรงน้ำพระภิกษุและ

พระพุทธรูปจึงเป็นเรื่องที่คนบางกลุ่มคิดและทำต่อๆมาจนนิยมกันไปเป็นประเพณีและ

ด้านฝ่ายพุทธศาสนาก็อาจเห็นว่า   ไม่มีพิษภัยอะไร เหมือนอย่าง  งานวันลอยกระทง ก็

เลยเลยตามเลย การมีกระทู้นี้จึงน่าจะน้อมนำมาคิด และไตร่ตรองแก้ไขสำหรับผู้ที่อ่าน

แล้วน้อมนำมามนสิการส่วนผู้อื่นจะเห็นตามหรือไม่นี้แล้วแต่ ว่าเมื่อเขารับฟังแล้วจะดำริ

อย่างไร ทั้งนี้แล้วแต่ ปพเพกจตปุญญตา สิ่งสำคัญที่สถานที่จัดงานสงกรานต์ที่เป็น

พุทธกันควรนำข้อความอย่างที่ท่านPradermเขียนมานี้ มาแจ้งให้ประชาชนทราบเป็น

โอกาสเผยแพร่พระพุทธศานา นอกจาก มาร่วมสนุกสาดน้ำแล้วได้ธรรมกลับไปด้วย น่า

จะอนุโมทนานะคะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 23  
paderm
วันที่ 9 เม.ย. 2554 15:27 น.
 

เรียนความเห็นที่ 22

  ใช่ครับ การใช้น้ำในการชะล้างความบริสุทธิ์ต่างๆมาจากลัทธิอื่นๆ ซึ่งเมื่อครั้งพุทธกาล

พระพุทธเจ้าก็ได้ทรงแสดงธรรมให้ผู้ที่มีความเชื่อหล่านั้นที่เป็นความเห็นผิด   ให้เข้าใจ

ใหม่ด้วยความเห็นถูก  เข้าใจใหม่ว่าน้ำของพระองค์คืออริยมรรคมีองค์ 8 ตามที่พระสูตร

ได้ยกมาข้างต้น        สำหรับผมแล้วก็มีโอกาสก็จะชี้แจงกับคนใกล้ตัวและรู้จักในเรื่องนี้

ส่วนจะไปติดในที่สาธารณะในงานสงกรานต์นั้นจะต้องพิจารณาครับ     ยกตัวอย่างเช่น

ประสบการณ์ของผมโดยตรง เมื่อครั้งผมเรียนที่มหาวิทยาลัย เมื่อผมได้ศึกษาธรรม ผมก็

เห็นประโยชน์ของพระพุทธพจน์ที่พอจะอ่านเข้าใจง่าย   จึงปริ้นท์กระดาษสี    เลือกข้อ

ความสั้นๆไปติดที่ตามบริเวณมหาวิทยาลัย   ปรากฎว่าโดนดึงออกหมดเลย  นี่เพียงคำ

บอกเล่า ไม่ใช่คำที่ไม่เห็นด้วยในเรื่องประเพณีสงกรานต์บางอย่าง   ย่อมจะรุนแรงกว่านี้

แน่นอน    เพราะฉะนั้นผมจะพยายามอธิบายให้คนใกล้ตัว    คนที่รู้จักและเมื่อคนที่รู้จัก

เข้าใจ ความเข้าใจนี้ก็จะกระจายไป   ด้วยการที่คนนั้นอธิบายเหตุผลต่อไปครับ ในเรื่อง

ของการสรงน้ำพระภิกษุโดยฆราวาสที่ไม่ถูกต้องนั้น     อาศัยพระธรรมของพระพุทธเจ้า

แต่ถ้าผู้ไม่ศรัทธาในพระธรรมอ่านข้อความนี้ เขาย่อมไม่เชื่อเลยเพระาเขาไม่มีศรัทธาใน

พระธรรมและไม่เข้าใจเหตุผที่ได้กล่าวไว้ครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากนะครับ ผม

จะพยายามอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจเพิ่มขึ้นบ่อยๆครับ   รวมทั้งรบกวนสหายธรรมผู้ที่เข้าใจ

แล้ว อธิบายให้ผู้อื่นที่มีศรัทธาเข้าใจด้วยครับ ขออนุโมทนาบุญครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 24  
intira2501
วันที่ 9 เม.ย. 2554 17:17 น.
 

เราต้องเริ่มจากตนเองก่อนและคนรอบข้างใกล้ตัว ส่วนคนอื่นๆก็แล้วแต่การสะสมมาของ

แต่ละคน ก็ขอขอบคุณและโมทนาในกุศลจิตทุกท่านค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 25  
pamali
วันที่ 9 เม.ย. 2554 22:51 น.
 
ขอบพระคุณ อ่านแล้วได้ประโยชน์มากค่ะ  ขออนุโมทนาด้วยค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 26  
kulwilai
วันที่ 12 เม.ย. 2554 08:35 น.
 
ขอบคุณและขออนุโมทนาคุณเผดิมด้วยค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 27  
wirat.k
วันที่ 12 เม.ย. 2554 10:53 น.
 
ขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 28  
orawan.c
วันที่ 12 เม.ย. 2554 11:16 น.
 

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 29  
aurasa
วันที่ 13 เม.ย. 2554 10:38 น.
 

      กราบขอบพระคุณ และ อนุโมทนาค่ะ 

จะช่วยเผยแพร่ต่อไป เพื่อเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 30  
ผิน
วันที่ 14 เม.ย. 2554 22:13 น.
 
ขอขอบคุณและขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 31  
Jans
วันที่ 15 เม.ย. 2554 21:38 น.
 

เริ่มต้นที่ตัวเราเองในการศึกษาธรรม เพื่อให้มีความเข้าใจถูก เห็นถูก เพราะเหตุว่าธรรม

ไม่สาธารณะกับบุคคลทุกคนจริง ๆ ขอบคุณ และขออนุโมทนาคะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 32  
homenumber5
วันที่ 17 เม.ย. 2554 11:28 น.
 

 เรียนความเห็นที่23 ในเรื่องของพระพุทธวัจนะ การเดินทางตามพระพุทธเจ้า นั้นดิฉัน

คิดเช่นเดียวกับคุณ ในบางโอกาส บางคนเท่านั้นที่เราจะ ชี้ดแจงตามพระพุทธพจน์ให้

เขาฟัง ในพระไตรปิฏก ยังอ้างถึง พระภิกษุณีที่ จำเป็นต้องมีพระภิกษุเฉพาะรูปหนึ่งไป

โปรด เทศนาให้ฟัง เท่านั้น ท่านถึงจะบรรลุธรรม    เหมือนกับว่า   ลางเนื้อชอบลางยา

อย่างนั้น ที่เหมาะสมที่สุด คือเราต้องทำให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย เพื่อเป็นแบบอย่าง

ต่อไป และ ฟังะรรมมากๆเพื่อช่วยตนเองให้มีธัมมสัญญามากๆ จนสามารถควบคุมโมหะ

ได้ เป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งดิฉัน ก็คิดว่า กว่าคนจะมาจุกที่มาฟังธัมม นี้ก็ยากมากนะคะ ส่วนจะ

เปลี่ยนการกระทำเช่นงานประเพณี ต่างๆที่อิงศาสนาอื่นๆนั้นยิ่งยาก ที่สำคัญคือ เราต้อง

ให้คนมาศึกษาพระพุทธวัจนะ   ไม่ใช่เก็บไว้ในตู้พระไตรปิฏก ก็อดสงสัยมิได้ว่า วัดต่างๆ

เขาจะ เก็บพระไตรปิฏกไว้ในตู้ที่ลั่นกุญแจไว้ทำไม แล้วพระภิกษุก็เทศนาไปตามที่ตนมี

ความเข้าใจและเติมความเห็นของตนลงไป ประชาชนเลยไม่รู้ของจริง พระไตรปิฏก นั้น

ก็ยากมากนะคะในการศึกษา เพราะเป็นภาษามคธ และก็ขึ้นกับคนแปลต่างหาก แต่ก็ยังดี

กว่า คิดเอง จึงน่าจะมา ร่วมกลุ่มศึกษาแบบบ้านธัมมะนี้ก็ดีมากค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 33  
homenumber5
วันที่ 17 เม.ย. 2554 11:31 น.
 
ขออภัยในคำผิด ค่ะอนุโมทนา
 
  

  ความคิดเห็นที่ 34  
paderm
วันที่ 17 เม.ย. 2554 22:06 น.
 

เรียนความเห็นที่ 32

    สภาพธรรมทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา   แม้พระพุทธเจ้าก็ต้องปรินิพพาน

แม้พระพุทธศาสนาที่มีความเห็นถูก    ก็ย่อมเสื่อมไปตามกาลเวลา   เสื่อมเพราะไม่มีผู้

เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างถูกต้อง     ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ปัจจุบันจะมีการ

สนใจในพระพุทธวจนะของพระพุทธเจ้าน้อยลง        เมื่อเข้าใจว่าเป็นธรรมดาและเป็น

อนัตตาจึงกลับมาที่คววามเข้าใจของตนเองเป็นสำคัญครับ เพราะความเข้าใจของแต่

ละหนึ่ง แต่ละหนึ่งย่อมเป็นผู้มีส่วนในการักษาพระศาสนาครับ              ขออนุโมทนา

คุณ homenumber5   ที่สนใจและอบรมปัญญาร่วมกันในเวปนี้ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 35  
kinder
วันที่ 9 เม.ย. 2555 21:48 น.
 

ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 36  
chaweewanksyt
วันที่ 10 เม.ย. 2555 07:30 น.
 

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 37  
wanipa
วันที่ 10 เม.ย. 2555 16:06 น.
 

ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 38  
pat_jesty
วันที่ 10 เม.ย. 2555 23:01 น.
 

 

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 39  
jaturong
วันที่ 11 เม.ย. 2555 13:51 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 40  
ผู้รู้น้อย
วันที่ 12 เม.ย. 2555 08:31 น.
 

เป็นหัวข้อที่เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกสำหรับชาวพุทธเป็นอย่างยิ่ง ครับ

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาเช่นกันครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 41  
ปราโมทย์
วันที่ 12 เม.ย. 2555 09:26 น.
 

                        จริง ๆ แล้ววันสงกรานต์ เป็นวันที่มีค่า และเป็นวันที่สำคัญยิ่งสำหรับ

ชาวพุทธศาสนา โดยเฉพาะชนชาวไทยของเรา  ซึ่งประเพณีวันสงกรานต์นี้ ชนรุ่นหลัง

รักษาไว้ และสืบทอดมานานหลายชั่วอายุคนเลยทีเดียว  โดยเมื่อก่อนนั้น  เมื่อถึงวัน

สงกรานต์ปีใด    ผู้หลักผู้ใหญ่ที่อาวุโสน้อย   จะพาบุตรหลาน เหลน ลื้อ ของตนเอง  

พร้อมเครือญาติสนิท ไปรดน้ำดำหัว  และขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่

ชีวิต นอกจากนั้น ยังต้องพาบุตรหลาน เข้าวัดสรงน้ำพระฯ อยู่เป็นนิจเรื่อยมา ซึ่งน้ำที่

ใช้จะเป็นน้ำหอมอย่างดี

                        
                        แต่สมัยปัจจุบันนี้  กลับตาลปัดเปลี่ยนวันสงกรานต์เป็นประเพณีแห่ง

ความเสื่อมทราม  (มีของดีไม่รักษาไว้ ) สังเกตได้จากการละเล่นน้ำสงกรานต์นั้น เปลี่ยน

ไปจากสมัยก่อนมาก ( ท่านเห็นแล้วในปัจจุบัน  ไม่ต้องอธิบาย ) ยกตัวอย่างเช่น การใช้

น้ำ เป็นน้ำโสโครกก็มี  น้ำสีผสมก็มี น้ำหอมนั้นหายาก ) พฤติกรรมของคน ไม่ใช่เล่นน้ำ

สงกรานต์ แต่เป็นการโชว์ลามกอนาจารบ้าง  เต้นยั่วยวนบ้าง  นุ่งหุ่มน้อยบ้าง สุดท้ายก็

ไปลงเอย.....   หากผู้หลักผู้ใหญ่ไม่มาควบคุม กำกับดูแล หรือไม่อนุรักษ์รักษาประเพณี

อันดีงามนี้ไว้ สักวันหนึ่ง...........................  น่าเสียดายจัง  

 
  

  ความคิดเห็นที่ 42  
Chalee
วันที่ 12 เม.ย. 2555 12:34 น.
 

ดิฉันเป็นชาวพุทธก็จริงนะค่ะแต่เป็นชาวพุทธที่โง่ไม่รู้เรื่องมากๆๆเกี่ยวกับศาสนาของ

ตนเองรู้แต่ว่าตัวเองอยากทำบุญ.ตั้งแต่เล็กที่เรียนไม่เคยอธิบายอย่างละเอียดย่างนี้เป็น

บุญของดิฉันที่มาเจอwebบ้านธัมมะค่ะ.

ขออนุโมทนา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 43  
khampan.a
วันที่ 12 เม.ย. 2555 17:49 น.
 

           ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   พระพุทธศาสนา เป็นพระธรรมคำสอนที่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง

แสดง    เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกโดยตลอด    ไม่มีคำสอนแม้แต่บทเดียวที่ให้

กระทำอะไรด้วยความไม่รู้  หรือ ด้วยความเห็นผิด     

   การศึกษาพระธรรมด้วยความเคารพ    ย่อมจะได้ประโยชน์จากพระธรรม  ทำให้เข้าใจ

ตรงตามที่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง และความเข้าใจพระธรรม

นี้เอง        จะเป็นเครื่องเกื้อกูลให้ชีวิตของทุกคนดำเนินไปในทางที่ถูกต้องดีงามยิ่งขึ้น

ทั้งทางกาย  ทางวาจา และ ทางใจ  ครับ.

                           ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 44  
aurasa
วันที่ 13 เม.ย. 2555 13:27 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 45  
j-atosa
วันที่ 17 เม.ย. 2555 17:50 น.
 

กราบขอบพระคุณทุกๆท่านที่ร่วมสนทนา และคำตอบของอ.ผเดิมนะค่ะ

อนุโมทนาสาธุๆค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 46  
j-atosa
วันที่ 17 เม.ย. 2555 18:47 น.
 

ขอบพระคุณต่อความเห็นที่ 20 ที่อธิบายเพิ่มเติมนะค่ะกำลังสงสัยอยู่กับคำนี้พอดีค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ


ขอแสดงความเห็นที่ 15 ของ อ.นะค่ะ

     สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องเผยแผ่ให้รู้ทั่วๆกันจริงๆนะค่ะ เพราะถ้าคนทั่วไป ทำตามประเพณี

เพราะความไม่รู้จึงเข้าใจผิดไปตามๆกัน แล้วนำน้ำอบน้ำหอม ไปสรงน้ำพระ แบบนี้ก็จะ

เป็นการทำให้พระอาบัติ ก็จะเป็นกรรมของบุคคลนั้นๆ ด้วยความไม่เจตนาว่าเป็นสิ่งที่

ไม่ควร แต่คิดว่าเป็นกุศล   น่าอันตรายจริงๆ  ค่ะ ความไม่รู้นี้ ถ้ายิ่งเราไม่รู้มากๆ ขึ้นก็

จะยิ่งหมุนเกลียวให้ลึกให้ลงไปเรื่อยๆ เป็นการสะสมสิ่งที่เรานึกว่าเดินทางที่ตรงแล้ว  

แต่จริงๆ เดินลงทุ่งทุ่งนาไปซะนี้นะค่ะ   อ.เคยมีเหตุการที่ทำให้เห็นว่าคนทั่วไป   มี

ความเห็นถูกไม่เหมือนกันทุกคนไป          จึงไม่คิดที่จะทำเป็นหนังสือหมุนเวียนไป

ตามวัดต่างๆเพราะเกรงเหตุการณ์เดิมครั้งก่อนจะเกิดอีกเพราะความเห็นถูกไม่สาธารณะ

กับคนทั่วไป ขอบพระคุณในความระวังตรงนี้นะค่ะ


ขอแนะนำเพิ่มเติมนะค่ะ ถ้าเราจะยิงพลุดอกเดียวแล้วให้ดังกระจายด้วยจิตอันเป็นกุศลที่

บริสุทธิ์ของเราก็คือ ต้องยิงไปที่สื่อข่าวค่ะ ได้ผลแน่นอนค่ะ    ขอบพระคุณในคำอธิบาย

ของการสรงน้ำพระ เพื่อให้เห็นถูกนะค่ะ แล้วจะช่วยเผยแผ่ บอกคนรอบๆข้างให้เข้าใจ

ถูกด้วยนะค่ะ เพื่อขยายพื้นที่ความเข้าใจให้คนทั่วไปแล้วเห็นถูกในกาลต่อไปนะค่ะ

สาธุค่ะ..

กราบอนุโมทนาค่ะ

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 47  
เข้าใจ
วันที่ 10 ก.พ. 2556 02:07 น.
 

กราบอนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 48  
papon
วันที่ 8 เม.ย. 2557 19:53 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 49  
Thanapolb
วันที่ 12 เม.ย. 2557 04:50 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขออนุโมทนาในกุศลจิต ในความเห็นถูกของทุกท่าน

 
  

  ความคิดเห็นที่ 50  
napat
วันที่ 14 เม.ย. 2557 11:23 น.
 

ขออนุโมทนาครับ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top