Loading...
 1757   อาชีพ ดารา นักร้อง นักแสดง นักประพันธ์
sittirat
วันที่ 6 ส.ค. 2549
อ่าน 3,194
 
 

เคยได้ยินมาว่า  อาชีพ ดารา  นักร้อง  นักแสดง  นักประพันธ์ เป็นอาชีพที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า   ต้องไป  "นรก"   เนื่องจากว่า    เป็นอาชีพที่ ทำให้คนมีกิเลส ลุ่มหลง ขาดสติรบกวน ทีมงานบ้านธัมมะ      ช่วยบอกด้วยครับว่า   พระพุทธเจ้าตรัสถึงโทษของอาชีพดารา นักร้อง นักแสดง นักประพันธ์ มีโทษอย่างไร..... ขอทราบว่าอยู่หน้าไหนของพระไตรปิฏกด้วยครับ ...อนุโมทนา ครับ

 

  ความคิดเห็นที่ 1  
study
วันที่ 6 ส.ค. 2549
 

ธรรมะเป็นเรื่องละเอียด     ควรศึกษาโดยละเอียดจึงจะได้รับความถูกต้อง   โดยเฉพาะเรื่องกรรม      ทรงแสดงว่าอกุศลกรรมบถ ทำให้เกิดในอบายภูมิ       กุศลกรรมบถทำให้เกิดในสุคติภูมิ     สำหรับปุถุชน  เป็นผู้มีคติไม่แน่นอน   จะประกอบอาชีพใดก็ตามย่อมมีโอกาสเกิดในสุคติหรืออบายภูมิก็ย่อมได้ทั้งสิ้น    คือ ในขณะใกล้ตาย   กรรมประเภทใดจะทำกิจนำเกิด คือ ถ้ากุศลกรรมนำเกิดย่อมเกิดในสุคติภูมิ       ถ้าอกุศลกรรมนำเกิดย่อมเกิดในอบายภูมิ    ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร    แต่ขึ้นอยู่ที่กรรมนำเกิด  เพราะทุกอาชีพมีการกระทำทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม    ส่วนข้อความในตาลปุตตสูตร  กล่าวถึงนักฟ้อนที่มาทูลถามปัญหาเรื่องอาชีพนักเต้นรำที่มีความประมาทและความเห็นผิดและที่สำคัญต้องประกอบพระธรรมในส่วนอื่นด้วย

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
study
วันที่ 6 ส.ค. 2549
 
 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
pornchai.s
วันที่ 6 ส.ค. 2549
 

ใช่ครับ ต้องยึดหลักที่ว่า ผู้ใดกระทำอกุศลกรรม เมื่ออกุศลกรรมให้ผลนำปฏิสนธิ ก็ย่อมเกิดในอบายภูมิ       ถ้ากุศลกรรมให้ผลนำปฏิสนธิ ก็ย่อมเกิดในสุคติภูมิ    ไม่ว่าผู้นั้นจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม  และถ้าประกอบอกุศลกรรมพร้อมด้วยมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) ก็เป็นมโนกรรม  (ให้ผลมากกว่า กายกรรม หรือ วจีกรรม)

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
jittakorn
วันที่ 7 ส.ค. 2549
 

ทางพระพุทธศาสนา       เราใช้เจตนาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์กรรมและวิบาก เช่นเจตนาก่อนกระทำ - ขณะกระทำ  และสำเร็จผลที่กระทำไป ไม่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศลครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
ฟาง
วันที่ 8 ส.ค. 2549
 
ความในตาลปุตตสูตรว่า    นักแสดงทำให้คนดูมีมากในราคะ โทสะ โมหะ นักแสดงนั้นย่อมประกอบอกุศลกรรมโดยความเห็นผิด ต้องไปเกิดในนรกชื่อปหาสะ แต่กรรม(กิเลส)เป็นของแต่ละบุคคลไม่อาจทำแทนกันได้มิใช่หรือ      ทำไมนักแสดงจึงต้องไปรับกรรมแทนคนดู
 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
prakaimuk.k
วันที่ 8 ส.ค. 2549
 

ไม่มีผู้ใดรับกรรมแทนกันได้    ทุกคนย่อมมีกรรมของตนเองต่างๆ กันไป

"...เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม  มีกรรมเป็นกำเนิด  มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์

มีกรรมเป็นที่พึ่ง   จักทำกรรมใด   ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม   เราจะเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น ..."

(พระสุตตันตปิฏก  อังคุตรนิกาย  ปัญจก ๒ ฉกนิบาต เล่ม ๓  หน้า ๑๓๘    ฐานสูตร )

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
study
วันที่ 8 ส.ค. 2549
 

 อนุโมทนาคุณ prakaimuk.k      ขอเพิ่มเติม ข้อความในพระสูตรหมายถึงผู้แสดงการเต้นรำ    มีความประมาทมัวเมาและมีความเห็นผิดว่าการกระทำนั้นจะทำให้ไปเกิดบนสวรรค์  

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
ภัสร์
วันที่ 2 ก.ย. 2553 09:25 น.
 

การพูดคุยที่ไม่เป็นประโยชน์ แต่ไม่พูดเท็จ หยาบ ส่อเสียดเช่นพูดคุยสนุกกัน ค่อนข้างละเอียดเข้าใจยาก ขอไขให้ทราบด้วยครับ เพราะบางคนไม่ค่อยชอบสิ่งที่เป็นสาระ แต่ชอบสิ่งที่เป็นไปตามโลภะ มานะ ทิฏฐิของตน บางครั้งก็จำต้องว่าไปตามสังคม เข้าใจว่าไม่น่าจะเป็นอกุศลกรรมบถทางวาจา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
prachern.s
วันที่ 2 ก.ย. 2553 16:33 น.
 

เรียนความเห็นที่ ๘

ถ้าวาจาเป็นไปกับทาน ศีล ภาวนา  ไม่ใช่อกุศลกรรมบถ

ถ้าพูดด้วยอกุศลจิต ยากที่จะพ้นจากทุจริตทางวาจา ๔ อย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังนั้นอยู่ที่สภาพจิตเป็นสำคัญ..  

 
  

เขียนความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

  keyword :  -