Loading...
  001757  อาชีพ ดารา นักร้อง นักแสดง นักประพันธ์
sittirat
วันที่ 6 ส.ค. 2549
อ่าน 2,737
 
 

เคยได้ยินมาว่า  อาชีพ ดารา  นักร้อง  นักแสดง  นักประพันธ์ เป็นอาชีพที่พระพุทธเจ้า

ตรัสว่า   ต้องไป  "นรก"   เนื่องจากว่า    เป็นอาชีพที่ ทำให้คนมีกิเลส ลุ่มหลง ขาดสติ

รบกวน ทีมงานบ้านธัมมะ      ช่วยบอกด้วยครับว่า   พระพุทธเจ้าตรัสถึงโทษของอาชีพ

ดารา นักร้อง นักแสดง นักประพันธ์ มีโทษอย่างไร..... ขอทราบว่าอยู่หน้าไหนของพระ

ไตรปิฏกด้วยครับ ...อนุโมทนา ครับ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
study
วันที่ 6 ส.ค. 2549
 

ธรรมะเป็นเรื่องละเอียด     ควรศึกษาโดยละเอียดจึงจะได้รับความถูกต้อง   โดยเฉพาะ

เรื่องกรรม      ทรงแสดงว่าอกุศลกรรมบถ ทำให้เกิดในอบายภูมิ       กุศลกรรมบถทำให้

เกิดในสุคติภูมิ     สำหรับปุถุชน  เป็นผู้มีคติไม่แน่นอน   จะประกอบอาชีพใดก็ตามย่อม

มีโอกาสเกิดในสุคติหรืออบายภูมิก็ย่อมได้ทั้งสิ้น    คือ ในขณะใกล้ตาย   กรรมประเภท

ใดจะทำกิจนำเกิด คือ ถ้ากุศลกรรมนำเกิดย่อมเกิดในสุคติภูมิ       ถ้าอกุศลกรรมนำเกิด

ย่อมเกิดในอบายภูมิ    ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร    แต่ขึ้นอยู่ที่กรรมนำเกิด  เพราะทุก

อาชีพมีการกระทำทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม

   ส่วนข้อความในตาลปุตตสูตร  กล่าวถึงนักฟ้อนที่มาทูลถามปัญหาเรื่องอาชีพนักเต้น

รำที่มีความประมาทและความเห็นผิดและที่สำคัญต้องประกอบพระธรรมในส่วนอื่นด้วย

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
study
วันที่ 6 ส.ค. 2549
 
 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
pornchai.s
วันที่ 6 ส.ค. 2549
 

ใช่ครับ ต้องยึดหลักที่ว่า ผู้ใดกระทำอกุศลกรรม เมื่ออกุศลกรรมให้ผลนำปฏิสนธิ ก็ย่อม

เกิดในอบายภูมิ       ถ้ากุศลกรรมให้ผลนำปฏิสนธิ ก็ย่อมเกิดในสุคติภูมิ    ไม่ว่าผู้นั้นจะ

ประกอบอาชีพอะไรก็ตาม  และถ้าประกอบอกุศลกรรมพร้อมด้วยมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็น

ผิด) ก็เป็นมโนกรรม  (ให้ผลมากกว่า กายกรรม หรือ วจีกรรม)

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
jittakorn
วันที่ 7 ส.ค. 2549
 

ทางพระพุทธศาสนา       เราใช้เจตนาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์กรรมและวิบาก เช่น

เจตนาก่อนกระทำ - ขณะกระทำ  และสำเร็จผลที่กระทำไป ไม่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศล

ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
ฟาง
วันที่ 8 ส.ค. 2549
 
ความในตาลปุตตสูตรว่า    นักแสดงทำให้คนดูมีมากในราคะ โทสะ โมหะ นักแสดงนั้น

ย่อมประกอบอกุศลกรรมโดยความเห็นผิด ต้องไปเกิดในนรกชื่อปหาสะ แต่กรรม(กิเลส)

เป็นของแต่ละบุคคลไม่อาจทำแทนกันได้มิใช่หรือ      ทำไมนักแสดงจึงต้องไปรับกรรม

แทนคนดู

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
prakaimuk.k
วันที่ 8 ส.ค. 2549
 

ไม่มีผู้ใดรับกรรมแทนกันได้    ทุกคนย่อมมีกรรมของตนเองต่างๆ กันไป

"...เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม  มีกรรมเป็นกำเนิด  มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์

มีกรรมเป็นที่พึ่ง   จักทำกรรมใด   ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม   เราจะเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น ..."

(พระสุตตันตปิฏก  อังคุตรนิกาย  ปัญจก ๒ ฉกนิบาต เล่ม ๓  หน้า ๑๓๘    ฐานสูตร )

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
study
วันที่ 8 ส.ค. 2549
 

 อนุโมทนาคุณ prakaimuk.k      ขอเพิ่มเติม ข้อความในพระสูตรหมายถึงผู้แสดงการ

เต้นรำ    
มีความประมาทมัวเมาและมีความเห็นผิดว่าการกระทำนั้นจะทำให้ไปเกิดบน

สวรรค์
 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
ภัสร์
วันที่ 2 ก.ย. 2553 09:25 น.
 

การพูดคุยที่ไม่เป็นประโยชน์ แต่ไม่พูดเท็จ หยาบ ส่อเสียดเช่นพูดคุยสนุกกัน ค่อน

ข้างละเอียดเข้าใจยาก ขอไขให้ทราบด้วยครับ เพราะบางคนไม่ค่อยชอบสิ่งที่เป็น

สาระ แต่ชอบสิ่งที่เป็นไปตามโลภะ มานะ ทิฏฐิของตน บางครั้งก็จำต้องว่าไปตาม

สังคม เข้าใจว่าไม่น่าจะเป็นอกุศลกรรมบถทางวาจา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
prachern.s
วันที่ 2 ก.ย. 2553 16:33 น.
 

เรียนความเห็นที่ ๘

ถ้าวาจาเป็นไปกับทาน ศีล ภาวนา  ไม่ใช่อกุศลกรรมบถ

ถ้าพูดด้วยอกุศลจิต ยากที่จะพ้นจากทุจริตทางวาจา ๔ อย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังนั้นอยู่ที่สภาพจิตเป็นสำคัญ..  

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : -

Back to Top