Loading...
  016303  ความหมายของคำว่าเจตนา [ธรรมสังคณี]
Khaeota
วันที่ 24 พ.ค. 2553 03:48 น.
อ่าน 1,556
 
 


                พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 314

                                    ความหมายของคำว่าเจตนา

เจตยตีติ          เจตนา ธรรมที่ชื่อว่า เจตนา เพราะอรรถว่า ตั้งใจ    อธิบายว่า

                       ย่อมยังสัมปยุตธรรมกับตนให้เป็นไปในอารมณ์

                       เจตนานั้นมีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้.

เจตยิกลกฺขณา  มีการตั้งใจเป็นลักษณะ คือ มีความจงใจเป็นลักษณะ

อายูหนรสา       มีการประมวลมาเป็นรส.   จริงอยู่   เจตนาที่เป็นไปในภูมิ ๔

                        ชื่อว่า   ไม่มีความจงใจเป็นลักษณะก็หาไม่.  เจตนาทั้งหมด

                        มีความตั้งใจเป็นลักษณะทั้งนั้น   ก็เจตนาที่มีการประมวลมา

                        เป็นรสย่อมเป็นทั้งกุศล และอกุศลทั้งนั้น   เพ่งถึงฐานะแห่ง

                        การประมวลมาซึ่งกุศลกรรม  และอกุศลกรรมแล้ว   สัมปยุต-

                        ธรรมที่เหลือก็มีกิจเพียงบางส่วนเท่านั้น       แต่ว่าเจตนามี

                        อุตสาหะยิ่งนัก มีความพยายามยิ่งนัก คือมีอุตสาหะสองเท่า

                        มีความพยายามสองเท่า ด้วยเหตุนั้นอาจารย์ในปางก่อน จึง

                        กล่าวว่า ก็แล เจตนานี้ ตั้งอยู่ในสภาพความเป็นเจ้าของแท้

                        เจ้าของนา เรียกว่า เจ้าของแท้ เหมือนอย่างว่าบุรุษเจ้าของ

                        นาชวนบุรุษรวมแรงกัน ๕๕ คน    หยั่งลงนาพร้อมกัน   โดย

                        บอกว่า  เราจักเกี่ยวข้าว ดังนี้ เจ้าของนามีความอุตสาหะยิ่ง

                        มีความพยายามยิ่ง คือมีความอุตสาหะสองเท่า  มีความพยา-

                        ยามสองเท่า ย่อมบอกกล่าวถึงเขตมีคำว่า  พวกท่านจงเกี่ยว

                        ติดต่อกันไป ดังนี้  แล้วจัดแจงสุราอาหารและของหอม  เป็น

                        ต้นนำไปให้ชนเหล่านั้น  ย่อมชี้ทางให้เท่าๆ กัน  ฉันใด   ข้อ

                        อุปไมยนี้  บัณฑิตพึงทราบฉันนั้นเถิด จริงอยู่  เจตนาเหมือน

                        บุรุษเจ้าของนา   ธรรมทั้งหลายเป็นกุศล ๕๕  ที่เกิดขึ้นด้วย

                        สามารถเป็นองค์ของจิต     เหมือนบุรุษผู้ร่วมแรงกัน ๕๕ คน

                        เพราะเพ่งถึงฐานะแห่งการประมวลมา  ซึ่งกุศลกรรม  และอกุ-

                        ศลกรรม  เจตนาก็มีความอุตสาหะสองเท่า   มีความพยายาม

                        สองเท่า    เหมือนเวลาที่บุรุษเจ้าของนาทำการอุตสาหะสอง

                        เท่า มีความพยายามสองเท่า บัณฑิตพึงทราบความที่เจตนา

                        นั้นมีความประมวลมาเป็นรส ด้วยประการฉะนี้.

ก็เจตนานั้น        มีการจัดแจงเป็นปทัฏฐาน (สํวิทหนปจฺจุปฏฺฐานา)  จริงอยู่

                        เจตนานี้เมื่อจัดแจง  ย่อมปรากฏเหมือนศิษย์ผู้ใหญ่ และนาย

                        ช่างใหญ่ เป็นต้น     ผู้สามารถทำกิจของตนและของผู้อื่นให้

                        สำเร็จ.  เหมือนอย่างว่า ศิษย์ผู้ใหญ่ เห็นพระอุปัชฌาย์มาแต่

                        ไกล    เมื่อตนเองสาธยายอยู่ ก็ยังเตือนศิษย์ผู้น้อยนอกนี้ ให้

                        สาธยายตามอัชฌาศัยของตนๆ        เมื่อศิษย์ผู้ใหญ่นั้น  เริ่ม

                         สาธยาย   ศิษย์ผู้น้อยแม้เหล่านั้น  ก็สาธยาย    เพราะคล้อย

                         ตามศิษย์ผู้ใหญ่นั้น ฉันใด    และเปรียบเหมือนนายช่างใหญ่

                         เมื่อตนเองถาก  ก็ยังช่างถากแม้นอกนี้  ให้เป็นไปในกรรมคือ

                         การถากของตนๆ เพราะว่า        เมื่อนายช่างใหญ่นั้นเริ่มถาก

                         ช่างถากเหล่านั้น        ก็ย่อมถากตามนายช่างใหญ่นั้น ฉันใด

                         และเปรียบเหมือนแม่ทัพ        เมื่อตนเองรบ ก็เตือนนักรบแม้

                         นอกนี้ให้ทำการรบ       เพราะว่า เมื่อแม่ทัพเริ่มทำการรบ นัก

                         รบแม้เหล่านั้นก็ทำการรบตามแม่ทัพนั้น ฉันใด    แม้เจตนานี้

                         ก็ฉันนั้น       แม้เป็นไปในอารมณ์ด้วยกิจของตนอยู่       ก็ยัง

                         สัมปยุตตธรรมแม้อื่นๆ          ให้เป็นไปในการกระทำของตนๆ

                         เพราะว่า เมื่อเจตนานั้น   เริ่มกิจของตน     แม้ธรรมที่สัมปยุต-

                         กับเจตนานั้นก็เริ่ม    เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า เจตนา

                         นั้นทำกิจของตนและของผู้อื่นให้สำเร็จ    เหมือนศิษย์ผู้ใหญ่

                         และนายช่างใหญ่ เป็นต้น.      ก็เจตนานี้ พึงทราบว่า ปรากฏ

                         เป็นไปโดยภาวะที่ให้สัมปยุตธรรม     ให้อุตสาหะในการระลึก

                         ถึงการงานที่รีบด่วนเป็นต้น ดังนี้.

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
คุณจิต
วันที่ 27 ก.ค. 2554 16:08 น.
 

ขออนุโมทนาบุญ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top