Print 
ฐานะและมิใช่ฐานะของสตรีและบุรุษ [พหุธาตุสูตร]
 
paderm
paderm
วันที่  24 ธ.ค. 2552
หมายเลข  14841
อ่าน  859

       พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ 297

                                 ข้อความบางตอนจาก .. พหุธาตุสูตร

         (๑๒)  ย่อมรู้ชัดว่า    ข้อที่มิใช่ฐานะ    มิใช่โอกาส   คือ  สตรีพึงเป็นพระ-อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า    นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้  และรู้ชัดว่า   ข้อที่เป็นฐานะมีได้แล  คือ บุรุษพึงเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  นั่นเป็นฐานะที่มีได้.         (๑๓)   ย่อมรู้ชัดว่า  ข้อที่มิใช่ฐานะ  มิใช่โอกาส  คือ สตรีพึงเป็นพระเจ้า-จักรพรรดิ   นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้   และรู้ชัดว่า  ข้อที่เป็นฐานะมีได้แล  คือ  บุรุษพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ   นั่นเป็นฐานะที่มีได้.          (๑๔)   ย่อมรู้ชัดว่า   ข้อที่มิใช่ฐานะ   มิใช่โอกาส  คือ สตรีพึงสำเร็จเป็นท้าวสักกะ  นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้  และรู้ชัดว่า  ข้อที่เป็นฐานะมีได้แล คือบุรุษพึงสำเร็จเป็นท้าวสักกะ  นั่นเป็นฐานะที่มีได้.             (๑๕)   ย่อมรู้ชัดว่า  ข้อที่มิใช่ฐานะ   มิใช่โอกาส คือ สตรีพึงสำเร็จเป็นมาร  นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้    และรู้ชัดว่า   ข้อที่เป็นฐานะมีได้แล   คือ    บุรุษพึงสำเร็จเป็นมาร  นั่นเป็นฐานะที่มีได้.              (๑๖)   ย่อมรู้ชัดว่า  ข้อที่มิใช่ฐานะ  มิใช่โอกาส  คือ     สตรีพึงสำเร็จเป็นพรหม   นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้   และรู้ชัดว่า   ข้อที่เป็นฐานะมีได้แล  คือ บุรุษพึงสำเร็จเป็นพรหม  นั่นเป็นฐานะที่มีได้.                           ข้อความอธิบายจากอรรถกถา                           หญิงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิไม่ได้           แม้ในบทเป็นต้นว่า   ยํ    อิตฺถี  ราชา  อสฺส  จกฺกวตฺติ      (ข้อที่หญิงพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ)  ดังนี้   มีอธิบายว่า      เพราะเหตุที่ลักษณะทั้งหลายของหญิงไม่บริบูรณ์โดยไม่มีของลับที่จะเก็บไว้ในฝัก เป็นต้น    ความพรั่งพร้อมด้วยรัตนะ  ๓ ประการ   ไม่สมบูรณ์   เพราะไม่มีอิตถีรัตนะ   (คือนางแก้ว)     และไม่มีอัตภาพที่ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ทั้งหลาย  เพราะเหตุนั้น    จึงตรัสว่า   ข้อที่หญิงพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดินั้นมิใช่ฐานะ    มิใช่โอกาสที่จะมีได้.     และเพราะฐานะ ๓ ประการ   มีความเป็นท้าวสักกะเป็นต้น    เป็นฐานะสูงสุด  แต่เพศหญิงเป็นเพศต่ำ   เพราะเหตุนั้น แม้ฐานะที่หญิงจะเป็นท้าวสักกะเป็นต้น  ก็เป็นอันระงับไป.   

                              ไม่มีเพศหญิงเพศชายในพรหมโลก               ถามว่า    แม้เพศหญิงไม่มีในพรหมโลกฉันใด      ถึงเพศชายก็ฉันนั้นในพรหมโลกก็ไม่มี  เพราะฉะนั้น   ไม่พึงพูดว่า   ข้อที่บุรุษพึงเป็นพระพรหมนั้นเป็นฐานะที่จะมีได้มิใช่หรือ            ตอบว่า  ไม่ใช่ไม่ควรพูด.           เพราะผู้ชายในโลกนี้เกิดในพรหมโลกนั้น.              เพราะคำว่า     ความเป็นพรหม     หมายเอาท้าวมหาพรหม.        ก็หญิงบำเพ็ญฌานในโลกนี้แล้วตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพรหมปาริสัช -ชา(บริษัทบริวารของพระพรหม)  ไม่ถึงท้าวมหาพรหม.  ส่วนบุรุษไม่ควรกล่าวว่าไม่เกิดในชั้นมหาพรหม.          และในพรหมโลกนี้          แม้เมื่อไม่มีเพศทั้งสองพรหมทั้งหลายก็มีสัณฐานเป็นบุรุษอย่างเดียว   ไม่มีสัณฐานเป็นหญิง      เพราะฉะนั้น   คำนั้นจึงเป็นอันกล่าวดีแล้ว.


เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ