Print 
ไม่เป็นอิสระ
 
คุณย่า
วันที่  1 ก.ค. 2552
หมายเลข  12800
อ่าน  1,837

สนทนาธรรมที่มูลนิธิ  พื้นฐานพระอภิธรรมอาทิตย์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๑


อร.          ที่กล่าวว่าธรรมเป็นอนัตตาบังคับบัญชาไม่ได้แล้วไม่เป็นอิสระการที่ไม่อิสระ

นี้หมายความว่าอย่างเห็นเกิดแล้วเพราะเหตุปัจจัยได้ยินเกิดแล้วเพราะเหตุปัจจัยทีนี้ใน

ชีวิตประจำวันดูเหมือนว่าคนที่ศึกษาธรรมกับไม่ศึกษาธรรมการที่จะมีปัญญาเข้าใจธรรม

ก็ต้องสร้างเหตุปัจจัยคือต้องอบรมต้องฟังสมมุติว่าในครอบครัวอยากจะให้ลูกเข้าใจ

ธรรมต้องมีเหตุปัจจัยให้เขาสนใจหรือถ้าไกลไปอีกนิดหนึ่งต้องการให้สังคมเป็นอย่างไร

สังคมจะเป็นอย่างไรนี่เป็นอนัตตาบังคับบัญชาไม่ได้ไม่เป็นอิสระแล้วแต่เหตุปัจจัยซึ่ง

บางคนก็คิดว่าถ้าต้องการให้สังคมเป็นอย่างนี้เมื่อรู้ว่าจะให้ผลเป็นอย่างไรเหตุก็ต้อง

เป็นอย่างนั้นทีนี้ในการเจริญเหตุปัจจัยและในความที่ว่าไม่อิสระดูเหมือนกับบางครั้งใน

ความเข้าใจเหมือนกับว่าสามารถทำให้เหตุเป็นอย่างนี้ได้เพื่อผลจะได้เป็นอย่างนั้นหรือ

ว่าเป็นอนัตตาแล้วไม่อิสระตั้งแต่เราอบรมปัญญาถ้าเราสร้างเหตุปัจจัยที่ดีเพื่อผลที่ดี

อ.จ.          สังคมเป็นอะไรคะ

อร.           ก็เป็นจิต เจตสิก รูป

อ.จ.          สังคมไหนเป็นจิต เจตสิก รูป

อร.           สังคมถ้าตามความเข้าใจก็หมายถึงว่าสภาพธรรมที่เยอะ ๆที่มารวมกันและมี

กฎเกณฑ์ในการที่จะอยู่ร่วมกัน

อ.จ.          แล้วเป็นธรรมหรือเปล่าธรรมอะไรขณะที่เป็นสังคมแต่ความจริงคิดใช่ไหมคะ

อร.           เป็นความคิดว่าเป็นสังคม

อ.จ.          ไม่ได้หมายความว่าคนที่เข้าใจธรรม จะไม่ทำอะไร จะคิดอะไร จะไม่เป็น

ประโยชน์อะไร ใช่ไหมคะ เพราะว่าเข้าใจธรรมไม่ว่าจะคิดอะไรจะทำอะไรคิดอะไรจะ

มองถูกต้องตามคลองของธรรมและขณะนั้นจะรู้ได้เลยว่าเป็นความเข้าใจธรรมระดับ

ไหน เพราะแม้แต่ธรรมที่กำลังคิดก็ไม่รู้แล้วจะไปช่วยอะไรสังคมเมื่อสังคมก็ไม่รู้หมด

สังคมไหนรู้ในเมื่อคนที่จะช่วยสังคมรู้หรือยัง

                ก็คงจะมีกุศลด้วยเพราะว่าธรรมเป็นธรรม ธรรมไม่ผิดทุกคำที่พระองค์ทรง

แสดง ๆให้เห็นว่ากว่าจะถึงอริยสัจจ์ไม่ใช่เราจะมีความไม่รู้ในสิ่งที่ปรากฎและ

สะสมอกุศลไว้มากมายพอกพูนแล้วเมื่อไรจะไปรู้ลักษณะของสภาพธรรมได้ เช่นที่พูด

ถึงเรื่องคิดคิดมีจริงแต่เรื่องที่คิดมีจริงหรือเปล่าแล้วเห็นมีจริงแล้วสิ่งที่ปรากฎทางตามี

จริงแต่เห็นว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดน่ะจริงหรือเปล่าตอนนี้ก็ฟังเพื่อที่จะได้ไตร่ตรองและเมื่อ

ไหร่ที่จะมีความเข้าใจถูกต้องว่าเริ่มเข้าใจถูกในสิ่งที่ปรากฎว่าเป็นสิ่งที่ปรากฎเท่านั้นมี

อะไรเป็นเครื่องวัด ว่าขณะนี้เริ่มแล้วที่จะเข้าใจ ไม่คิดถึงอย่างอื่น ใส่ใจที่จะรู้ความจริง

 สิ่งที่ปรากฎทางตามีจริง ๆเป็นเพียงสิ่งที่ปรากฎให้เห็น อันนี้เปลี่ยนไม่ได้เลย แล้วรู้

จริง ๆอย่างนี้หรือยังและอะไรเป็นเครื่องวัดว่ารู้หรือยังไม่รู้หรือว่ารู้แค่ไหน ถ้ากำลังคิดที่

จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ลืมแล้วใช่ไหม ว่ามีสิ่งที่ปรากฎทางตาแล้วยังมีการคิดว่าสิ่งนั้น

เป็นอะไรด้วยแล้วก็ยังเพลินไปจนกระทั่งว่าจะทำอะไรอีกมากมายถ่ายกอง โดยที่ไม่รู้

เลยว่าการที่เราจะรู้ว่าสิ่งใดจริง สิ่งใดไม่จริงก็ต่อเมื่อพอคิดแล้วเกิดระลึกได้แค่คิดจริง

หรือเปล่าถ้าแค่คิดอย่างขณะนี้กำลังเห็นแค่คิดว่าเป็นคนนั้น คนนี้ ถ้าไม่คิดจะไม่มี

ความจำได้ว่าเป็นอะไร เพราะฉะนั้นแม้แต่สภาพที่จำว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็จริงแล้วก็จำ

ด้วยความเข้าใจถูกต้องว่าขณะที่มีสิ่งที่ปรากฎ ทางตา สิ่งที่ปรากฎทางตาไม่ต้องไปทำ

อะไรเป็นเรื่องเป็นราวไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้นก็ปรากฎไม่ต้องไปนั่งคิดเหมือนกับว่าเราจะ

ทำยังไงให้เป็นอย่างนั้น อย่างนี้แต่ว่าสิ่งนี้ก็มีแล้วเพราะปรากฎแล้ว เพราะฉะนั้นถ้า

สามารถจะรู้ความต่างของคิดกับสิ่งที่ปรากฎทางตา ไม่ใช่ไปนึกถึงเรื่องมากมายว่าเรา

จะไปทำอย่างนี้ต่อไปนี้เราจะอย่างนี้ อย่างนั้นนั่นก็คือคิดเป็นเรื่องต่าง ๆแต่ไม่ได้เข้าใจ

ว่าแม้ในขณะนี้ที่มีเห็นที่จะรู้จริง ๆถึงความต่างของสิ่งที่มีจริงกับสิ่งที่เป็นเพียงคิดว่า

เป็นอย่างนั้นก็คือต่อเมื่อใดเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะระลึกได้ว่าขณะใดก็ตามที่เห็นว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่ง

ใดต่างกับที่กำลังเริ่มเข้าใจสิ่งที่ปรากฎไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดแต่เป็นสิ่งที่ปรากฎให้เห็นได้

 เพราะฉะนั้นคิดเรื่องอื่นก็เช่นเดียวกันคิดตั้งยาวเมื่อกี้นี้กับเห็นรู้เลยคิดหมดแล้วเห็น

จริง ๆแต่เรื่องราวที่คิดหมดไปพร้อมกับจิตที่คิด   F-006 25511012-ไม่เป็นอิสระ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 5 ก.ค. 2552 19:42 น.

ด้วยความเข้าใจถูกต้องว่าขณะที่มีสิ่งที่ปรากฎ ทางตา สิ่งที่ปรากฎทางตาไม่ต้องไปทำ

อะไรเป็นเรื่องเป็นราวไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้นก็ปรากฎไม่ต้องไปนั่งคิดเหมือนกับว่าเราจะ

ทำยังไงให้เป็นอย่างนั้น อย่างนี้  แต่ว่าสิ่งนี้ก็มีแล้วเพราะปรากฎแล้ว  ไม่เป็นอิสระ

เพราะ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 5 ก.ค. 2552 21:40 น.

เพราะฉะนั้นถ้า

สามารถจะรู้ความต่างของคิดกับสิ่งที่ปรากฎทางตา ไม่ใช่ไปนึกถึงเรื่องมากมายว่าเรา

จะไปทำอย่างนี้ต่อไปนี้เราจะอย่างนี้

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
pamali
วันที่ 11 ต.ค. 2553 14:54 น.
ขออนุโมทนาค่ะ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ