Loading...
  012006  ฟังพระธรรมอย่างไรจึงสบาย
เมตตา
วันที่ 20 เม.ย. 2552 17:33 น.
อ่าน 571
 
 

    การฟังพระธรรมแล้วเข้าใจ  เข้าใจในสิ่งที่กำลังฟัง  ขณะนั้นสบาย  การฟังพระธรรม

ไม่ใช่ไปคิดเอาเองแล้วเกิดความสังสัย สับสน วุ่นวาย  หรือมีความต้องการอยากให้สติ

เกิด  เพราะขณะที่ต้องการ หรือขณะสงสัยขณะนั้นเป็นอกุศลจิตไม่สบายเลย  บางท่าน

คิดว่าฟังพระธรรมสบายๆ คือการฟังไปคุยไป หรือคิดอย่างอื่นไปแบบผ่อนคลายสบายๆ

ขณะนั้นเป็นอกุศลเพราะไม่เข้าใจพระธรรมจึงไม่สบาย        ขณะที่ฟังพระธรรม

 และพิจารณาตามสิ่งที่ได้ฟังแล้วเข้าใจขณะนั้นสบายค่ะ  ขออนุโมทนาค่ะ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
วันที่ 20 เม.ย. 2552 21:52 น.
 

                   ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

       ความสบายอาจจะเข้าใจแตกต่างกันไป       สบายด้วยเวทนาความรู้สึกเป็นสุขแต่

เวทนาความรู้สึกเกิดกับจิตทุกดวงรวมทั้งอกุศลธรรม หรือขณะที่เป็นอกุศล มีโลภะ อาจ

จะคิดว่าสบาย     แต่ไม่สบายเลย  เพราะนำไปสู่ความไม่สบายคือวัฏฏะและความเสื่อม

ขณะที่ฟังธรรมเข้าใจ  ขณะนั้นสบายด้วยกุศลและนำไปสู่ความเจริญของปัญญา นำไป

สู่การดับกิเลสอันเป็นความสบายอย่างแท้จริง ไม่มีความสบายอะไรประเสริฐเท่ากับการ

เข้าใจพระธรรม ละคลายอกุศล ขออนุโมทนาครับ

                            อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
นายเรืองศิลป์
วันที่ 21 เม.ย. 2552 08:05 น.
 

เพราะเหตุที่เคยฟังพระธรรมมาก่อน จึงได้มาฟังพระธรรมอีกครั้ง เพื่อความรู้และเข้าใจ

ในความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏ  ทีละเล็กละน้อย  เป็นการเจริญจิตมหากุศลมีความ

โสมนัสยินดีประกอบด้วยปัญญา   ขณะฟังจึงมีการละคลายความไม่รู้   กุศลส่งผลให้มี

ความสุข เบา สบาย โดยไม่ต้องไปกำหนดใดๆเลย

ขออนุโมทนาบุญทุกท่านที่ได้มีโอกาสได้ฟังพระธรรมในชาตินี้

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
ajarnkruo
วันที่ 21 เม.ย. 2552 10:33 น.
 

         ฟังพระธรรมเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่อหวังความสบายใจ     ขณะที่เข้าใจ ขณะนั้น

เป็นกุศลที่ประกอบด้วยปัญญา   เวทนาที่เกิดกับกุศล  ทำให้สบายใจ    ถึงจะไม่ได้ดีใจ

แต่ความรู้สึกเฉยๆ ในขณะนั้นก็สงบจากอกุศลชั่วขณะ    

         ไม่ฟังพระธรรมเพื่อหวังคลายทุกข์  หรือฟังเพื่อหวังให้พระธรรมปลอบให้สบายใจ

ชั่วครั้งชั่วคราว   แต่ฟังเพื่อให้รู้จักทุกข์ และเข้าใจทุกข์ตามความเป็นจริง   จนเห็นแจ้ง

ในทุกข์  ในเหตุแห่งทุกข์  ในการดับทุกข์  และในหนทางในการดับทุกข์   ว่าเป็นธรรมะ

ทั้งหมด  ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา  .........ขออนุโมทนาครับ   

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
suwit02
วันที่ 21 เม.ย. 2552 11:42 น.
 

สาธุ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
จักรกฤษณ์
วันที่ 21 เม.ย. 2552 12:53 น.
 

 ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
paderm
วันที่ 21 เม.ย. 2552 16:12 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

เชิญคลิกฟังธรรม


สนทนาธรรมที่บ้านคุณหมอทวีป ถูกจิตร

เชิญคลิกฟังสบายๆได้เลยครับ

ฟังสบายๆ ตอนที่ 1

ฟังสบายๆ ตอนที่ 2

ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
เมตตา
วันที่ 21 เม.ย. 2552 17:21 น.
 

ขออนุโมทนาคุณ paderm ค่ะ  คลิกฟังสบาย ๆ  แล้วค่อยๆเข้าใจขึ้น

สบายจริงๆค่ะเมื่อรู้ว่าเพราะไม่มีเราที่กำลังฟังธรรมะ  สบายเมื่อรู้ว่าทั้งหมดเป็นธรรมะ

..............................................

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
deedee
วันที่ 21 เม.ย. 2552 18:30 น.
 

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
Komsan
วันที่ 21 เม.ย. 2552 22:13 น.
 
ขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
khampan.a
วันที่ 23 เม.ย. 2552 18:22 น.
 

       ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    ฟังธรรม   สบาย ๆ   หมายถึง ในขณะที่มีความเข้าใจ     ค่อย ๆ เข้าใจขึ้น   ไม่ใช่ฟัง

อย่างสบาย ๆ โดยที่ไม่ต้องมีการพิจารณาไตร่ตรอง      ไม่ใช่เพียงสักแต่ว่าฟัง เท่านั้น

และประการที่สำคัญ การฟังธรรม ไม่ใช่ไปเพิ่มความหนักอกหนักใจ เพราะเหตุว่าเข้าใจ

ก็คือเข้าใจ   ไม่เข้าใจก็คือ ไม่เข้าใจ  เมื่อยังไม่เข้าใจก็ต้องฟังต่อไป    อย่างไม่ท้อถอย


ด้วยจุดประสงค์ที่ถูกต้อง คือ เพื่อความเข้าใจ เท่านั้น  ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น  ที่สำคัญคือ

ไม่ขาดการฟัง    ถ้าเดือดร้อนใจ  หนักอกหนักใจขณะใด     ขณะนั้นกล่าวได้ว่าเป็นการ

เสียเวลา และเปล่าประโยชน์อย่างยิ่ง    ดังนั้น  แค่ไหนก็แค่นั้น จริง ๆ ครับ

                         ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
nida
วันที่ 26 เม.ย. 2552 14:16 น.
 

 การฟังธรรมสบายๆ เหมือนค่อย ๆทานอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย คือ ค่อยๆ เคี้ยว

อาหารให้ละเอียด  ไม่ต้องรีบกิน ไม่ต้องตักคำมากๆ  ตักแต่พอเหมาะกับคำ ของปากเรา

อาหารนั้น ก็ จะไม่เป็นโทษแก่ร่างกาย  และร่างกายก็ได้รับสารอาหารได้ตามเหตุ   ตาม

ปัจจัยที่เหมาะสม ทานอาหารไปสบายๆ อิ่มแล้วก็พอ แค่ไหนก็แค่นั้น   ไม่ต้องไปฝืนให้

อึดอัด (กินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อกิน)  พอที่ท้องจะรับได้ไม่ต้องเดือดร้อนเลย     ผมทาน

พระธรรมมาแล้ว 6 ปี  สบายๆ ไปเรื่อย ๆ  ยอมรับว่าปีแรก ทานอาหารอย่างตะกละและก็

อึดอัดมากด้วย  เพราะโลภะเป็นเหตุที่มองเห็นยากครับ

ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
pornpaon
วันที่ 27 เม.ย. 2552 10:10 น.
 

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 13  
pongpranot
วันที่ 28 เม.ย. 2552 16:10 น.
 

    
     โดยนัยยะการฟังแห่งข้าพเจ้า  ก่อนฟัง จะปรับอารมณ์ในการฟังก่อน หรือฟังไปด้วย

น้อมจิตไปด้วย โดยอนุสติใด ๆ ก็ได้    ข้าพเจ้าเคยพิจารณาการน้อมจิตของตนว่าน้อม

เท่านี้พอหรื่อยัง ถ้ายังไม่พอก็ปรับ ให้น้อมเข้าไปอีก   และถ้ายังไม่พอก็ปรับ ให้น้อมเข้า

ไปอีก ด้วยการระลึกถึงอนุสติใด ๆ ก็ได้ครับ น้อมไปจนน้ำตาปิติแห่งศรัทธาไหลออกมา

เอง   มีศรัทธาแน่นอยู่ในอกจนชีวิตนี้สละได้เพื่อทางสายเอก  พอเกิดกำลังแห่งศรัทธา

แล้ว  ให้เพิ่มสติเข้าไปเพื่อคอยควบคุมเจตนาแห่งจิตให้เกิดสมาธิมั่นคง เพื่อสำเหนียก

ธรรมเทศ  ด้วยการพิจารณาอย่างละเอียดแห่งปัญญาตน   ขออนุโมทนาครับ

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 14  
pornpaon
วันที่ 28 เม.ย. 2552 17:18 น.
 


การฟังธรรม คงต้องมีทั้งศรัทธา ฉันทะ และวิริยะ ไม่เช่นนั้นคงไม่ฟัง

การน้อมไปเพื่อฟังและพิจารณาไตร่ตรองเรื่องที่ฟังก็ดี

ล้วนเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยที่ได้สะสมมาแล้วที่จะน้อม ที่จะพิจารณา

ขณะใดที่มีความเข้าใจ เพราะขณะนั้น มีเหตุพร้อมที่จะให้เข้าใจ ความเข้าใจก็เกิด

ขณะที่เข้าใจ ขณะนั้น สบาย ด้วยกุศลจิตที่ประกอบด้วยปัญญา(ชั่วขณะหนึ่ง)

เพราะความเข้าใจ จะเอาความเป็นตัวตนไปสร้างหรือทำขึ้นไม่ได้เลย

จะเพิ่มหรือลดอะไรด้วยความเป็นตัวตนก็ไม่ได้เช่นกัน

ฟังแล้วสบาย หรือฟังแล้วไม่สบาย ก็ล้วนแต่บังคับบัญชาไม่ได้

ทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นไปตามการสะสมค่ะ

ขออนุโมทนาพี่เมตตา

ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลวิริยะของทุกท่านค่ะ

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 15  
พุทธรักษา
วันที่ 29 เม.ย. 2552 02:45 น.
 




เข้าใจว่า........


หากเราประพฤติปฏิบัติสิ่งใด........ด้วยความเข้าใจ

รู้จุดประสงค์ที่แท้จริง ว่า สิ่งที่ปฏิบัตินั้น...เพื่ออะไร

รู้จักตัวเองตามความเป็นจริง......ว่า มีกำลังแค่ไหน

และ รู้ว่า "หนทางที่จะดับทุกข์" ได้นั้น

ต้องประกอบด้วย "เหตุปัจจัย" ใดบ้าง.!

เราคง...ไม่เดือดร้อน

และ "ฟังธรรมด้วยความสบาย"

เพราะว่า เราเข้าใจเรื่อง "เหตุที่สมควรแก่ผล"


.
.
.


ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 16  
vikrom
วันที่ 30 เม.ย. 2552 15:48 น.
 

ถ้าเข้าใจลักษณะสภาพธรรมตามความเป็นจริงก็สบายครับ

ขออนุโมทนาครับ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : -

Back to Top