11662   วิปัสสนาญาณที่ ๑๓ -- โคตรภูญาณ
บ้านธัมมะ
วันที่ 18 มี.ค. 2552 17:51 น.
อ่าน 3,293
 
 

 

 

วิปัสสนาญาณที่ ๑๓ -- โคตรภูญาณ

                 เมื่ออนุโลมญาณ ๓ ขณะ ( สำหรับผู้เป็นมัณทบุคคลคือผู้บรรลุอริย-สัจจธรรมช้ากว่าติกขบุคคล) หรือ ๒ ขณะ (สำหรับผู้เป็นติกขบุคคล) ดับไปแล้วโคตรภูญาณคือมหากุศลญาณสัมปยุตตจิตก็เกิดต่อ โดยน้อมไปมีนิพพานเป็นอารมณ์      เป็นอาเสวนปัจจัยให้โสตาปัตติมัคคจิตเกิดต่อมีนิพพานเป็นอารมณ์โดยเป็นโลกุตตรกุศลจิตที่ดับกิเลสเป็นสมุจเฉท

               ธรรมดาของชวนวิถีในวาระเดียวกัน ๗ ขณะนั้นต้องมีอารมณ์เดียวกันแต่ในมัคควิถีนั้น ชวนวิถี ๗ ขณะมีอารมณ์ต่างกัน คือ บริกัมม์ ๑ ขณะ อุปจาระ ๑ขณะ อนุโลม ๑ ขณะ มีไตรลักษณ์ลักษณะหนึ่งลักษณะใดใน ๓ ลักษณะเป็นอา-รมณ์ แต่โคตรภูจิต ๑ ขณะ มัคคจิต ๑ ขณะ และ ผลจิต ๒ ขณะ มีนิพพานเป็นอารมณ์ เมื่อโคตรภูจิตเป็นมหากุศลจิตที่มีนิพพานเป็นอารมณ์ขณะแรก จึงเป็น

ดุจอาวัชชนะของโสตาปัตติมัคคจิตซึ่งมีนิพพานเป็นอารมณ์  ต่อจากโคตรภูจิตโสตาปัตติมัคคจิตจึงทำกิจดับกิเลสได้

               ข้อความในอัฏฐาสาลินี จิตตุปปาทกัณฑ์ พรรณนาโลกุตตรกุศล และวิสุทธิมัคค์ ญาณทัสสนวิสุทธินิทเทส   อุปมาอนุโลมญาณและโคตรภูญาณ ดุจบุรุษผู้แหงนดูดวงจันทร์ในเวลากลางคืน ขณะนั้นดวงจันทร์ไม่ปรากฏเพราะเมฆหมอกกำบังไว้    ทันใดนั้นมีลมกองหนึ่งพัดเมฆก้อนทึบนั้นให้กระจายไปแล้วลมอีกกองหนึ่งก็พัดเมฆที่กระจายแล้วนั้นให้ออกไปอีก แล้วลมอีกกองหนึ่งก็พัดเมฆแม้ละเอียดที่ปิดบังดวงจันทร์นั้นให้ออกไป บุรุษนั้นจึงเห็นดวงจันทร์ที่ปราศจากเมฆปิดบัง นิพพานเปรียบดุจดวงจันทร์  อนุโลมญาณ ๓ ขณะเปรียบดุจลม ๓กอง โคตรภูญาณเปรียบดุจบุรุษผู้เห็นดวงจันทร์ที่ปราศจากเมฆปิดบัง อนุโลมญาณ ๓ ขณะเหมือนลม ๓ กองซึ่งอาจกำจัดเมฆที่ปิดบังดวงจันทร์ได้      แต่ไม่อาจเห็นดวงจันทร์ฉันใด  อนุโลมญาณก็บรรเทาความมืดอันปกปิดสัจจะได้  แต่ไม่อาจเห็นนิพพานได้ ฉันนั้น    และบุรุษนั้นอาจเห็นดวงจันทร์ได้อย่างเดียวแต่ไม่สามารถกำจัดเมฆได้ ฉันใด โคตรภูญาณก็ฉันนั้น คือ อาจเห็นนิพพานได้ แต่ไม่อาจทำลายความมืด คือ กิเลสได้

 

ดาวน์โหลดหนังสือ   -->  ปรมัตถธรรมสังเขป

 

  ความคิดเห็นที่ 1  
arcademochit
วันที่ 19 ส.ค. 2556 20:46 น.
 

สาธุครับ

 
  

เขียนความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

  keyword :  -