Print 
ห้วงมหรรณพกับวัฏสงสารเปรียบกับอะไร
 
จำแนกไว้ดีจ๊ะ
วันที่  13 ก.พ. 2552
หมายเลข  11248
อ่าน  3,584
ห้วงมหรรณพกับวัฏสงสารเปรียบกับอะไร
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 13 ก.พ. 2552 08:37 น.
ปุถุชนผู้ท่องเที่ยวเวียนว่ายตามเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ท่านเปรียบเหมือนกับ

ผู้ที่ตกอยู่ในห้วงน้ำใหญที่ไหลพัดไป  เปรียบเหมือนผู้ตกอยู่ในทางกันดารที่มี

ภัยรอบด้าน เป็นต้น
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 13 ก.พ. 2552 17:50 น.

           ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    บุคคลผู้ที่ยังมีกิเลส  ย่อมถูกท่วมทับด้วยกิเลสประการต่าง ๆ ทั้งโลภะ ความติดข้องยินดี พอใจ,  โทสะ  ความโกรธ ขุ่นเคืองใจ  ไม่พอใจ,   โมหะ (อวิชชา  ความไม่รู้ในสิ่งที่มีจริง)  และ กิเลสประการอื่น ๆ อีกมากมาย   จึงเป็นผู้ไหลไปตามกิเลส   อีกทั้งยังถูกกิเลสเหล่านี้พัดพาให้ไปเกิดในภพภูมิต่าง ๆ  ไม่ให้ถึงฝั่งคือพระนิพพาน    เนื่องจากว่ายังเป็นผู้มีกิเลสอยู่ จึงยังต้องเดินทางไกล คือ  สังสารวัฏฏ์     ไม่พ้นไปจากการเกิดการตายได้ ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด จากภพหนึ่งไปสู่อีกภพหนึ่ง ไม่มีวันจบสิ้น       ดังนั้น  ไม่มีทางอื่นที่จะทำให้เป็นผู้หมดจดจากกิเลส  ไม่จมลงอยู่ในห้วงของกิเลส  และ  ไม่มี-การเดินทางไกล คือสังสารวัฏฏ์ อีกต่อไป   นอกจากการอบรมเจริญปัญญา  เพื่อเข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริง   เพราะนอกจากปัญญาแล้วไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะมาดับกิเลสได้เลย    ดังนั้น      จึงควรที่จะเป็นผู้เห็นประโยชน์สูงสุดของปัญญา  ซึ่งต้องเริ่มอบรมเจริญจากการศึกษาพระธรรม  ฟังพระธรรม  สะสมความเข้าใจถูก  เห็นถูกไปตามลำดับที่สำคัญ  ไม่ขาดการฟัง  ครับ                           ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
A-care
วันที่ 13 ก.พ. 2552 19:10 น.

แล้วเปรียบกับ ....เชือกที่ผูกขาเอาไว้ ได้มั๊ยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 13 ก.พ. 2552 19:35 น.

ตราบใดที่ยังไม่ได้ดับกิเลสก็ยังต้องเกิดอยู่ร่ำไป การเกิดเป็นทุกข์  ยังต้องเวียนว่าย

ตายเกิดอยู่ในวัฎฎสงสารอันยาวนานหาเบื้องปลายไม่ได้

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
paderm
paderm
วันที่ 14 ก.พ. 2552 14:03 น.
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 11248 ความคิดเห็นที่ 3 โดย A-care

แล้วเปรียบกับ ....เชือกที่ผูกขาเอาไว้ ได้มั๊ยค่ะ


         อุปมาแสดงไว้ครับว่า โคที่อยู่ในคอกโค ถูกเชือกผูกไว้ที่หลัก ก็วนอยู่ที่หลักไม่

สามารถไปไหนได้ สังสารวัฎฏ์เปรียบเหมือนคอกโค หลักสำหรับผูกเชือกที่สัตว์วนไป

วนมาคืออวิชชา (ความไม่รู้)   เชือกที่ผูกสัตว์ไว้คือสังโยชน์(เครื่องผูก)มีความเห็นผิด

ความสงสัย เป็นต้น ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
จำแนกไว้ดีจ๊ะ
วันที่ 15 ก.พ. 2552 09:18 น.

ทำไมกัญหา ชาลีจึงยอมเป็นสำเภาทองให้พระเวสสันดรข้ามห้วงมหรรณพด้วยบุตรทาน

ได้สะสมธรรมอะไรมา

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
จำแนกไว้ดีจ๊ะ
วันที่ 15 ก.พ. 2552 09:53 น.

ชาลีกล่าววาจายอกย้อนพระอัยกา เจ้ากรุงสญชัยว่า

" ตนเป็นข้าชูชกแล้ว ไม่บังควรจะนั่งบนตักพระอัยกา "......

" ก็พระอัยกาเป็นคนไล่พระเวสสันดรไปเอง  แล้วจะให้ทหารไปรับกลับนั้นจะได้หรือ "..ผมเห็นว่าเป็นบทเรียนที่โดนใจเยาวชน  นำศรัทธาสู่ธรรม    ผมก็เคยฟัง เคยอ่าน แต่ก็แค่ผ่านๆไป

แต่เด็กๆเขาบอกว่าชาลีช่างเจรจา ฯลฯ

ท่านมีแนวความคิดในการนำไปใช้ในการขัดเกลาสังคมอย่างไร ?

ผมถวายคาถาพันให้วัด ผมปิติในบุญกุศลมาก  พอไปฟังเทศกัณฑ์กุมาร พระเทศน์แหล่มีบรรเลงร้องรำ

เชิญชวนบริจาค

ผมไม่เข้าใจว่าเป็นปริศนาธรรม หรืออุบายอันใดหรือ? 

การบูชาด้วยเสียง การบูชาด้วยการร่ายรำมีหรือไม่?

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
จำแนกไว้ดีจ๊ะ
วันที่ 15 ก.พ. 2552 09:58 น.
ทำไมเวลากลางวันสว่างอยู่แล้ว เหตุไฉนจึงต้องจุดเทียนบูชาพระด้วยเล่า ?
 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
A-care
วันที่ 15 ก.พ. 2552 21:07 น.


ขอบคุณค่ะ!

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
มกร
วันที่ 14 มิ.ย. 2561 17:36 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ