Loading...
 10792   ธรรมวาทะที่ประทับใจ
orawan.c
วันที่ 29 ธ.ค. 2551
อ่าน 4,619
 
 

ฟังธรรมโดยชินในคำ จำแต่ชื่อ ไม่ชินในลักษณะ จึงยังไม่รู้ตรงในลักษณะของธรรมะ

ฟังให้เข้าใจสิ่งที่กำลังฟัง

ถ้ากล่าวว่าธรรมะยาก คือ กำลังกล่าวสรรเสริญพระปัญญาคุณของพระพุทธองค์

เหล่านี้คือตัวอย่างของธรรมวาทะที่ข้าพเจ้าประทับใจจากการที่ท่านอาจารย์สุจินต์-

บริหารวนเขตต์   สนทนาธรรมกับพวกเรา   ซึ่งเป็นประโยชน์มาก ๆสำหรับผู้ศึกษา

จึงขอเรียนเชิญชวนทุกท่านแลกเปลี่ยนธรรมวาทะเพื่อประโยชน์แก่สหายธรรม

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
suwit02
วันที่ 29 ธ.ค. 2551
 

 

สาธุ

 

 ความประทับใจของผมที่มีต่อถ้อยคำของท่านอาจารย์ คือ

ท่านนำพระพุทธวจนะมาแสดงแก่ผู้ฟังได้อย่างแจ่มแจ้ง

ท่านไม่เบื่อหน่าย  ไม่ท้อแท้ที่จะชี้แจง

อธิบาย พระพุทธวจนะ

ให้แก่ผู้ยังไม่เข้าใจ

 

ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์ 

 

ขอฟังธรรมวาทะ ด้วยคนครับ

 

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
narong.p
วันที่ 29 ธ.ค. 2551
 

 

"สภาพธรรมะเกิดดับเร็วสุดประมาณ"

"ยังไม่ต้องคิดถึงว่าเมื่อไรสติปัฏฐานจะเกิด ขณะนี้ทุกอย่างเป็นธรรมะ"

"ต้องรู้ว่าทุกอย่างเป็นธรรมะ ไม่ใช่เรา ก่อน รู้อย่างนี้จริงๆหรือเปล่า"

"การศึกษาธรรมะคือขณะนี้เอง ไม่ใช่ไปคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ซึ่งสภาพธรรมดับ

ไปหมดแล้วและอนาคตซึ่งสภาพธรรมยังไม่เกิด ซึ่งไม่ใช่หนทาง"

"การเจริญปัญญาเหมือนการจับด้ามมีด นานแสนนานกว่าจะเห็นการสึก"

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
ajarnkruo
วันที่ 29 ธ.ค. 2551
 

ขอยกธรรมวาทะที่เคยได้ฟังมา ดังนี้ครับ

" ถ้าสติไม่เกิด ใครก็เจริญกุศลไม่ได้ "

...ขออนุโมทนาครับ...

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
khampan.a
วันที่ 29 ธ.ค. 2551
 


            ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

                          ...ขอกราบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์...

     ขอร่วมยกธรรมวาทะของท่านอาจารย์สุจินต์    บริหารวนเขตต์    ทิ่กระผมประทับใจ

อย่างมาก   สำหรับผู้ศึกษาธรรมร่วมกันได้พิจารณา ดังนี้ครับ .-

    ๑.  คนข้างนอกที่เขาไม่ได้ศึกษาธรรม    เขาก็มีลาภ  ยศ   สักการะ  ความสรรเสริญ

กันเยอะแยะ แล้วเราจะมาเอาลาภ ยศ  สักการะและความสรรเสริญอะไร จากการศึกษา-

ธรรม

    ๒.  บางท่านก็อาจจะไม่ได้พิจารณาโดยละเอียดว่า   ในการศึกษาธรรม มีตัณหาแอบ

แฝงอยู่หรือไม่ เพราะเหตุว่าบางคนอาจจะพอใจที่เป็นผู้รู้ธรรมหรือว่าเป็นผู้ที่เก่ง แทนที่

จะรู้เพื่อขัดเกลา  ยิ่งรู้ก็ยิ่งละ  นี้จึงจะเป็นการศึกษาธรรมที่ถูกต้อง

   ๓.   ผู้ที่มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ เป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง   คือ  เป็นที่พึ่งให้เกิดปัญญา

ของตนเอง  เพื่อละคลาย  และดับกิเลสของตนเอง

   ๔.   กิเลสที่มีมาก  ต้องอาศัยบารมีที่สะสมมากขึ้น ๆ  จึงสามารถที่จะละคลายได้

   ๕.  บุคคลผู้ต่ำทราม หมายถึงบุคคลที่มีความเห็นผิด หรือ ไม่ได้สะสมกุศลมา   แม้ว่า

จะมีทรัพย์ตั้งแสนโกฏิ หรือว่าอยู่บนปราสาท ๗ ชั้น แต่ถ้ามีจิตใจสกปรก ถึงเป็นเศรษฐี

มีเงิน ก็เป็นผู้ที่ต่ำทราม

   ๖.   ธรรมเป็นเรื่องละ  ไม่ใช่เรื่องติดข้อง  แต่ต้องละความเห็นผิดและอกุศลทั้งหลาย

ที่ไม่ดี
  เพราะว่าคนอื่นก็ละให้ไม่ได้   พ่อแม่ก็ละให้ไม่ได้    แต่เราเองต้องพิจารณาและ

เป็นตัวของเราเองที่จะแก้หรือเห็นโทษว่าสิ่งที่ไม่ดีนั้นเราไม่ควรสะสมให้มีบ่อย ๆ

   ๗.   ชีวิตประจำวัน  จำเป็นต้องพูดหลายเรื่อง  แต่ควรที่จะมีหิริโอตตัปปะ ระลึกได้ว่า

จิตในขณะที่พูดนั้นเป็นกุศลหรืออกุศล  ถ้าเป็นกุศลแล้ว เป็นการพูดที่เป็นประโยชน์

    ๘.   เรื่องชีวิตของแต่ละบุคคล     โดยเฉพาะชีวิตของมนุษย์เป็นชีวิตที่เล็กน้อยและ

สั้นมาก  เมื่อเป็นชีวิตที่สั้นและเล็กน้อย    ก็ควรที่จะหาประโยชน์จากชีวิตนี้ให้มากที่สุด

เท่าที่จะมากได้ และที่จะเป็นชีวิตที่มีค่าได้ ก็ด้วยการเจริญกุศล ขัดเกลากิเลส เพื่อการ

ดับกิเลสเป็นสมุจเฉท
(ถอนขึ้นได้อย่างเด็ดขาด)

    ๙.    จะเดือดร้อนไหม  ถ้าเข้าใจธรรมตามกำลังปัญญาของตนเอง    ...  ฯลฯ ....

                              ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
ป้าจาย
วันที่ 29 ธ.ค. 2551
 
เคยได้ยินด้วยตัวเอง เพราะท่านมอบให้ไว้ว่า พอเข้าใจธรรมแล้ว ตัวจะเล็กลง
 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
opanayigo
วันที่ 29 ธ.ค. 2551
 

ขอนอบน้อมบูชาครูอาจารย์

ธรรมวาทะท่านอาจารย์ที่เมตตา ;

" มี-ไม่มี-แล้วหามีไม่ บังคับบัญชาไม่ได้ "

" โลกเดือดร้อน-ไม่เดือดร้อน ก็เพราะ.. จิต..."

" วันเวลา คือ สิ่งที่ไม่เป็นสาระ เกิด ปรากฎ หมดไป ทำของที่ไม่มีคุณค่าให้มีคุณค่า"

" ความดีที่ทำให้หมดความไม่ดี "

"ใครเป็นผู้ละชั่ว ถ้าเป็นเราก็ยังชั่วอยู่"

"เราไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไร เวลาไหน ที่ไหน "

"มักน้อย = คุณธรรมไม่มีโลภะ"

"ในวันๆหนึ่งถูกประทุษร้ายด้วยอกุศล"

ขออนุโมทนาในกุศลจิตทุกท่านค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
พุทธรักษา
วันที่ 29 ธ.ค. 2551
 


ไม่ว่าจะมีโอกาสสนทนาธรรมกับท่านอาจารย์สุจินต์ในวาระต่างๆ

ท่านมักจะกล่าวตอนท้าย เป็นการเตือนอยู่เสมอว่า

ไม่ว่าจะศึกษาอย่างไร ฟัง คิด อ่าน เขียน ฯลฯ


"อย่าลืมว่า เป็นธรรมทั้งหมด ไม่ใช่เรา นะคะ."

.
.
.


ขอกราบขอบพระคุณ

และอนุโมทนา ในความเมตตากรุณา

และความพากเพียร เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น

อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ตลอดเวลาอันยาวนาน

 ของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

ที่เป็นกัลยาณมิตร เกื้อกูลข้าพเจ้า ในการศึกษาพระธรรมวินัย

จากพระผู้มีพระภาคพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น.

............................................

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
สุภาพร
วันที่ 30 ธ.ค. 2551
 

ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพ ที่ได้เผยแพร่

พระสัทธรรม และย้ำตลอดเวลา ให้พวกเราได้ยิน ได้ฟัง ได้คิด และพิจารณา สภาพ

ธรรมตามความเป็นจริง ซึ่งทำให้ละคลายไปได้บ้าง กว่าที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน

ขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของท่านอาจารย์ค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
kulwilai
วันที่ 30 ธ.ค. 2551
 

จากการสนทนาธรรมในวันอาทิตย์ที่   ๒๘  ธันวาคม   ๒๕๕๑ ท่านอาจารย์สุจินต์ได้ให้

ความเข้าใจถึงประโยชน์สูงสุดในการฟังพระธรรม   เพื่อการเจริญขึ้นของกุศลธรรม  ซึ่ง

เป็นผลจากความเห็นถูกในสภาพธรรมที่ปรากฏในขณะนี้ตามความเป็นจริง   เพราะรู้ว่า

ทั้งหมดเป็นเพียงธรรม      จนกว่าวันหนึ่งเป็นผู้ถึงพร้อมซึ่งชีวิตที่สุจริต  มั่นคง  ในการ

อบรมปัญญา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
narong.p
วันที่ 30 ธ.ค. 2551
 

 

บางท่านเข้าใจว่า การศึกษาธรรมก็เพื่อให้เป็นคนดี

จึงเคยได้ยินท่านอ.สุจินต์กล่าวว่า

๑."ดีเท่าไรก็ไม่พอ"

เพราะไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสรู้

๒."ทะเลภาพ ทะเลชื่อ"

เพื่อเตือนให้เข้าใจอรรถของพระธรรม ไม่ใช่เข้าใจเพียงเรื่องราว

ของธรรมะ หรือรู้ชื่อเท่านั้น พูดตามได้ ตอบได้

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
pannipa.v
วันที่ 30 ธ.ค. 2551
 

 

"อกุศล  แม้เท่าเม็ดทราย  ก็หนัก"

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
เกมส์
วันที่ 31 ธ.ค. 2551
 

       "พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงหนทางอบรมเจริญปัญญาอย่างละเอียด

        ทรงแสดงเหตุและปัจจัยที่ทำให้การอบรมเจริญปัญญาขึ้น 

 ซึ่งโดยย่อคือ การฟังธรรม และเห็นประโยชน์ของการศึกษาธรรม 

 เมื่อปัจจัยทั้งสองนี้ เกิดขึ้นบ่อยๆ เนืองๆ

       ปัญญาก็ย่อมอบรมเจริญขึ้นได้"

 สัมโมทนียกถาบางส่วนของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ 

ในวาระที่ได้รับรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 13  
orawan.c
วันที่ 31 ธ.ค. 2551
 
  

  ความคิดเห็นที่ 14  
ไตรสรณคมน์
วันที่ 31 ธ.ค. 2551
 

 

การเจริญสติปัฏฐาน

 

ต้องเป็นผู้ตรง............................ตรงต่อสภาพธรรม 

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 15  
wannee.s
วันที่ 31 ธ.ค. 2551
 

ฟังให้เข้าใจจนกว่าจะเป็นสัญญาที่มั่นคงว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมะ  ไม่ใชสัตว์ บุคคลค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 16  
paderm
วันที่ 1 ม.ค. 2552 09:42 น.
 

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

ศึกษาธรรมเพื่อขัดเกลาเพื่อเป็นคนดี

สำคัญที่น้อมประพฤติปฏิบัติตาม

ต้องเริ่มที่ความเห็นถูก อย่างอื่นก็ถูกต้องด้วย

วางเฉยในความผิดของสัตว์ทั้งหลายแต่ไม่วางเฉยในประโยชน์ของสัตว์ทั้งหลาย

นึกถึงความสุขของผู้อื่นก่อน

เป็นหน้าที่ของธรรมที่ทำให้ปัญญาเจริญ การศึกษาธรรมจึงเป็นเรื่องเบา

ไม่ประมาทในการเจริญกุศลทุกประการ เห็นภัยในโทษมีประมาณน้อย

วันคืนล่วงล่วงไป พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่

อบรมบารมีในชีวิตประจำวัน

ขณะนี้มีธรรม เข้าใจขณะนี้หรือยัง

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

  ความคิดเห็นที่ 17  
คนเจ้าโทสะ
วันที่ 1 ม.ค. 2552 15:36 น.
 

  

           โดนใจกระทู้นี้มาก ๆ  เพราะหลายครั้งที่วาทะของท่านอาจารย์กระตุ้นสำนึก

เช่น

มีโลภะเป็นอาจารย์

พูดแล้วท่านก็ยิ้มสว่าง

กราบเท้าท่านอาจารย์ด้วยความรัก(โลภะ)

อนุโมทนากับคุณอรวรรณด้วยค่ะ

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 18  
choonj
วันที่ 1 ม.ค. 2552 17:48 น.
 


 

                             หัวใจของพุทธศาสนา คือ  การละ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 19  
wannee.s
วันที่ 1 ม.ค. 2552 19:19 น.
 

หัวใจของพระพุทธศาสนาคือ การละชั่ว  ทำดี  อบรมจิตให้ผ่องใสค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 20  
orawan.c
วันที่ 2 ม.ค. 2552 05:28 น.
 

โลภะเป็นทั้งอาจารย์และลูกศิษย์

โลภะเป็นเพื่อนสนิท ไม่ยอมห่างไปไหน

โลภะจะคอยกระซิบอยู่ใกล้ ๆ

โลภะจะแทรกไว้  เหมือนอากาศธาตุแทรกคั่นระหว่างรูปแต่ละกลาป

 
  

  ความคิดเห็นที่ 21  
นายเรืองศิลป์
วันที่ 4 ม.ค. 2552 02:49 น.
 

ควรเข้าใจ สิ่งที่เข้าใจได้  ไม่ใช่เอาชื่อต่างๆ มาดูแล้ว งง ไม่เข้าใจ

ควรเข้าใจพระธรรมที่ปรากฏ เข้าใจอย่างนี้ เนืองๆ บ่อยๆ  เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ต่อไป  อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด มีปัจจัยจึงเกิด

เมื่อทุกอย่างเกิดแล้ว  จริง  คือเมื่อเกิดแล้ว ทุกอย่างแสดงความเป็นอนัตตา เกิดขึ้น

ชั่วขณะ แล้วดับไป ไม่กลับมาอีก

ควรเข้าใจสิ่งที่เกิดแล้วเท่านั้น  จะไม่มีวันรู้สิ่งที่ยังไม่เกิด

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 22  
pornpaon
วันที่ 5 ม.ค. 2552 09:46 น.
 

คำถามหนึ่งที่ท่านอาจารย์มักถามเพื่อเตือนสติ คือ

...อกุศลของใคร...

และคำเตือน

...ต้องเป็นผู้ตรง...

ฯลฯ

กราบขอบพระคุณและขอกราบอนุโมทนา

ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง

  

 
  

  ความคิดเห็นที่ 23  
คุณ
วันที่ 21 มี.ค. 2552 15:09 น.
 
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 24  
pamali
วันที่ 5 ก.ค. 2554 09:44 น.
 
กราบอนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 25  
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 17 เม.ย. 2555 19:36 น.
 

คำสั้นๆ

๑ เป็นผู้หมั่นเจริญสติ

๒ ศึกษาพระธรรมเพื่อให้เข้าใจสภาพธรรมที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงตอนนี้ ขณะนี้

๓ สาวก หรือ สาวะโก หมายถึงผู้ฟัง  ดังนั้น "เราต้องฟัง" (พระธรรม)

ขออนุโมทนากุศลที่เจริญแล้วของทุกท่านครับ

และ กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง

 

แต่จริงแล้ว ขอใช้คำว่า  "ทุกคำที่ท่านเอ่ยสอนเลยครับ" ชัดเจนจริงๆ 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 26  
kullawat
วันที่ 24 ม.ค. 2557 20:59 น.
 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่

Back to Top