Loading...
 10392   พุทธศาสนิกชน
พุทธรักษา
วันที่ 15 พ.ย. 2551
อ่าน 418
 
 


ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น.
.......................................................................................................


ท่านผู้ฟังที่เป็นปัญหา ก็เพราะว่า ที่บอกให้ละโลภะ แล้วก็มีการออกบวช เพื่อเป็นการละโลภะละการเกี่ยวข้องกับรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เหมือนอย่างชีวิตคฤหัสถ์.
ทีนี้ เมื่อมีการชักจูง อุบาสก อุบาสิกา ให้ปฏิบัติธรรมด้วยอาศัยความเข้าใจว่า โลภะ...ต้องละ.
เพราะฉะนั้น เมื่อมีการรณรงค์ ให้มีการนุ่งขาวห่มขาว แล้วสมาทานศีล ๘ ถ้าเป็นพระ ให้ออกป่า...จะได้ชื่อว่าละโลภะ.ท่านอาจารย์

ไม่รู้อะไรเลย...ตั้งแต่เริ่ม.
พระพุทธศาสนาพุทธ แปลว่า รู้ หรือ ปัญญาศาสนา คือ คำสอนของผู้รู้  ผู้ตรัสรู้พุทธทั้งหมด ต้องเป็นปัญญาพระพุทธเจ้า ไม่เคยสอนให้ใครไม่รู้.ถ้าเป็นพุทธศาสนิกชน ฟังธรรม เพื่อเข้าใจจุดประสงค์ของการฟังธรรม เพื่อเข้าใจความเข้าใจ คือ ปัญญา.พระพุทธศาสนา จะช่วยให้ พุทธศาสนิกชน ค่อยๆ มีความเห็นถูกขึ้นอย่างนี้ จึงจะเป็นคำสอน ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า.

ปัญญา ที่มีความเห็นถูก จะละความเห็นผิดแล้วค่อยๆละ อกุศลอื่นๆ ตามกำลังของปัญญา.ต้องนำด้วยปัญญาถ้าคำสอนใด ไม่ทำให้เกิดความเข้าใจคำสอนนั้น ไม่ใช่พระพุทธศาสนา.

บรรยายโดยอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์
ขออนุโมทนา

 

  ความคิดเห็นที่ 1  
wannee.s
wannee.s
วันที่ 15 พ.ย. 2551
 

พุทธศาสนิกชนควรพิจารณาและศึกษาให้รู้ว่าธรรมและความจริงที่ทรงตรัสรู้นั้นคืออะไรความจริงที่ทรงตรัสรู้ต่างกับความจริงที่เราคิดนึกหรือเข้าใจอย่างไร

ความจริงที่ทรงตรัสรู้ และทรงเทศนาสั่งสอนพุทธบริษัท คือ

สิ่งทั้งหลายที่ปรากฏนั้น เป็นธรรมแต่ละชนิดแต่ละประเภท

ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล

ธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นเพราะปัจจัยปรุงแต่งจึงเกิดขึ้นได้ 

สภาพธรรมแต่ละชนิดต่างกัน เพราะเกิดจากเหตุปัจจัยต่าง ๆ กัน

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
suwit02
วันที่ 15 พ.ย. 2551
 

สาธุ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
เมตตา
เมตตา
วันที่ 15 พ.ย. 2551
 

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
พุทธรักษา
วันที่ 15 พ.ย. 2551
 

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
....................................................................................................
   ( ข้อความบางตอนจากหนังสือ ปรมัตถธรรมสังเขป.)

                                 แม้ว่าจิต เจตสิก รูป จะเกิดดับอยู่ตลอดเวลา  ก็ยากที่จะรู้และเบื่อหน่าย ละความยินดี        คลายความยึดถือในนามและรูปได้............
         การที่จะเบื่อหน่าย ละความยินดี ความยึดถือ          ในนามและรูป ต้องพิจารณาเห็นด้วย ปัญญา

                               
                ผู้ใดไม่เห็นการเกิดขึ้นและดับไป ของนามและรูป                 ผู้นั้นจะบรรลุอริยสัจจ์ ๔ เป็นพระอริยบุคคลไม่ได้
  พระอริยบุคคลเห็น "ความเป็นพุทธ" ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  โดย เห็นธรรม ที่พระองค์ทรง ตรัสรู้

 พระอริยบุคคล หมดความสงสัยในพระธรรม ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้
 เพราะ...ได้บรรลุประจักษ์ ความเป็นพุทธ ว่า ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงนั้น ไม่ใช่ใดยการคาดคะเน แต่ตรัสรู้ธรรมทั้งปวงตามความเป็นจริงของธรรมนั้นๆ
       ผู้ใดเห็นธรรม...ผู้นั้นย่อมเห็นตถาคต       ผู้ใดศึกษาและปฏิบัติ  เพื่อรู้แจ้งธรรม  ผู้นั้นย่อมสามารถรู้แจ้งธรรม    และดับกิเลสเป็นพระอริยบุคคล ตามลำดับ.                                       
ขออนุโมทนา

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
pornpaon
วันที่ 16 พ.ย. 2551
 

ถ้าเป็นพุทธศาสนิกชน ฟังธรรม เพื่อเข้าใจจุดประสงค์ของการฟังธรรม เพื่อเข้าใจความเข้าใจ คือ ปัญญา.

เมื่อได้มาฟังพระธรรมและเริ่มศึกษา

จึงได้รู้ว่า...เมื่อก่อน... ตนเองเป็นเพียงพุทธศาสนิกชนตามทะเบียนบ้านเท่านั้น

๑๑๑๑๑

ขออนุโมทนาคุณพุทธรักษา

 ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลวิริยะของทุกท่านค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
ajarnkruo
วันที่ 16 พ.ย. 2551
 

พุทธศาสนิกชน คือ ชนผู้รู้ในคำสอนและรู้หนทางที่จะทำให้เป็นผู้มีปัญญาแต่ถ้าไม่ได้ศึกษาพระธรรมเลย เราก็คงจะเป็นได้แค่เพียง " ศาสนิกชน "

คือเป็นเพียงชนผู้ไม่รู้ หรือ รู้ก็รู้เพียงผิวเผินในคำสอนแต่ไม่รู้หนทางที่จะทำให้เป็นผู้มีปัญญา...ขออนุโมทนาครับ...

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
khampan.a
วันที่ 17 พ.ย. 2551
 

           ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

         บุคคลแต่ละบุคคล      ถึงแม้จะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน   ประกอบอาชีพต่าง ๆ กันมีอัธยาศัยที่แตกต่างกันตามการสะสม     แต่ทุกคน (เมื่อได้สั่งสมเหตุที่ดีมา) ก็สามารถที่จะฟังพระธรรม     ศึกษาพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้    และสามารถที่จะมีความเข้าใจที่เจริญขึ้นไปตามลำดับได้    (พร้อมทั้งน้อมประพฤติปฏิบัติตามด้วย)   การเป็นพุทธศาสนิชน ไม่ใช่เป็นไปตาม ๆ กันด้วยความไม่รู้    แต่พุทธศาศนิกชนที่แท้จริงต้องเป็นผู้พร้อมที่จะฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม เพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมตามความเป็นจริง     (จนกระทั่งมีปัญญาคมกล้าสามารถรู้แจ้งอริยสัจจ-ธรรมได้ในที่สุด) ครับ                          ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...
 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
paderm
paderm
วันที่ 18 พ.ย. 2551
 

ต้องนำด้วยปัญญาถ้าคำสอนใด ไม่ทำให้เกิดความเข้าใจคำสอนนั้น ไม่ใช่พระพุทธศาสนา.ขออนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
pamali
วันที่ 1 ก.ค. 2553 15:50 น.
 

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 13 เม.ย. 2556 22:21 น.
 

      ขอกราบอนุโมทนาครับ

 
  

เขียนความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword : -