Loading...

โอฆะ ๔.....และบุคคล ๗ จำพวก
พุทธรักษา
วันที่ 12 ก.ย. 2551
อ่าน 549


ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น.



แนวทางเจริญวิปัสสนา

ครั้งที่ ๑๓๔

บรรยายโดย อาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์
..................................................................


ประการต่อไปก็เป็น อกุศลธรรมที่เป็น "โอฆะ ๔"


ถ้าตราบใดที่ยังไม่บรรลุอริยสัจธรรมเป็นพระอริยบุคคล

ก็ไม่พ้นไปจากห้วงน้ำของกิเลส

ซึ่งตัวท่านก็พิจารณาได้นะคะว่า

ท่านมีแม่น้ำ หรือว่ามีห้วงน้ำ ที่จะกั้นท่านให้จมอยู่

ให้วนเวียนอยู่ในวัฏฏะมากมายสักเท่าไร

หรือว่าลดลงไป  ละคลายลงไปได้แล้ว.

................................................................

สำหรับองค์ธรรม หรือ สภาพธรรมที่ที่เป็น โอฆะ

ก็เหมือนกับ อาสวะทั้ง ๔

คือได้แก่   กาโมฆะ๑     ภโวฆะ๑     ทิฏโฐฆะ๑    อวิชโชฆะ ๑

เพราะฉะนั้น ให้ทราบว่าทุกครั้งที่ กามาสวะ(หรือกาม-โอฆะ) กาโมฆะเกิดขึ้น

ทำให้ท่านไม่พ้นไปจาก การเกิด การตาย.

.......................................................................

ภวาสวะ หรือ  ภโวฆะ เกิดขึ้น ไม่ทำให้ท่านพ้นไปจากการเกิด การตาย

เช่นเดียวกับ ทิฏโฐฆะ และทิฏฐาสวะ....อวิชโชฆะ และอวิชชาสวะ.

....................................................................


ในปุคคลาปัญญัติปกรณ์ อภิธรรมปิฎก

ได้กล่าวถึงบุคคลจมน้ำ ๗ พวก

๗ พวกนี้ ก็เป็นพระอริยบุคคล  ๔ พวก

แล้วก็เป็นผู้ที่ไม่ใช่พระอริยบุคคลอีก  ๓  พวก.


สำหรับพระอริยบุคคล ๔ พวกนั้น คือ

พระโสดาบันบุคคลนั้น  เปรียบเหมือนกับบุคคล ที่โผล่ขึ้นเหลียวมองดู

พระสกทาคามีบุคคลนั้น   เปรียบเหมือนบุคคลที่โผล่ขึ้น แล้วว่ายต่อไป

พระอนาคามีบุคคลนั้น  เปรียบเหมือนบุคคลที่โผล่ขึ้น

แล้วว่ายไปถึงยังที่ตื้นพอที่จะหยั่งได้

ส่วนพระอรหันต์นั้น ซึ่งเป็นพระอริยบุคคลขั้นที่ ๔

เปรียบเหมือนบุคคลที่โผล่ขึ้น แล้วว่ายข้ามไปถึงฝั่ง ยืนอยู่บนบก

จึงเป็นผู้พ้นจากห้วงโอฆะของความเกิด ความตาย.

.............................................................................

ผู้ที่ยังไม่บรรลุเป็นพระอริยบุคคล มี ๓ จำพวก คือ


๑.  ผู้ที่จมแล้วไม่โผล่
.....ไม่โผล่เลยยังจมอยู่ใต้น้ำ

ได้แก่ คนที่เกิดมาแล้ว แวดล้อม

พัวพัน หมกมุ่น อยู่แต่เฉพาะในอกุศลธรรม

ฉะนั้นจึงเป็นบุคคลที่  จมแล้วไม่โผล่.


  ๒.  ส่วนอีกบุคคลหนึ่ง คือ บุคคลจำพวกที่ ๒ นั้น

โผล่ขึ้นแล้ว จมลงอีก

ได้แก่ผู้ที่โผล่ขึ้นทำกุศลธรรม แต่ไม่เจริญกุศลอยู่เป็นนิจ


๓.  ส่วนอีกบุคคลอีกประเภทหนึ่งนั้น

ก็เป็นผู้ที่โผล่ขึ้นจากน้ำแล้วหยุดอยู่ ไม่จมลงไปอีก

ได้แก่บุคคลที่เจริญกุศล แล้วไม่ประมาท

เพียรเจริญกุศลสม่ำเสมอตลอดไป

จนกว่าจะได้รู้แจ้งอริยสัจธรรมเป็นพระอริยบุคคล.





ขออนุโมทนา

ขออุทิศกุศลแด่คุณพ่อ คุณแม่

และสรรพสัตว์.

........................



 

 



ความคิดเห็นที่ 1
 
orawan.c
วันที่ 12 ก.ย. 2551

ขออนุโมทนาค่ะ

ขอเชิญชวนสหายธรรมจำแนกดูว่าท่านเป็นบุคคลจำพวกไหน

ส่วนข้าพเจ้าคิดว่าเป็นพวกไม่ใช่พระอริยบุคลลประเภทที่ ๒

 
  

ความคิดเห็นที่ 2
 
prakaimuk.k
วันที่ 12 ก.ย. 2551

  ขออนุโมทนาคุณปริศนาค่ะ......ดิฉันชอบฟังเรื่องอกุศลกรรม ๙ กองเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะเรื่องโอฆะและอาสวะ เพราะลึกซึ้ง  ทำให้เห็นตัวเองทั้งจมทั้งสำลักในห้วง

น้ำกิเลสอยู่เสมอๆในชีวิตประจำวัน.....

 
  

ความคิดเห็นที่ 3
 
opanayigo
วันที่ 12 ก.ย. 2551
ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะค่ะ
 
  

ความคิดเห็นที่ 4
 
suwit02
วันที่ 12 ก.ย. 2551

สาธุ

 
  

ความคิดเห็นที่ 5
 
เมตตา
วันที่ 12 ก.ย. 2551

ขออนุโมทนาคุณปริศนาค่ะ  อ่านแล้วอ่านอีกหลายๆรอบทำให้เข้าใจขึ้นในสิ่งที่

คิดว่าเข้าใจแล้ว  ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 6
 
Komsan
วันที่ 13 ก.ย. 2551
ขออนุโมทนาคุณปริศนาครับ ทำให้คอยเตือนตนเองว่า

จะประมาทในอกุศลจิตและความเพียรไม่ได้เลย
 
  

ความคิดเห็นที่ 7
 
pornpaon
วันที่ 14 ก.ย. 2551

เป็นประเภทผลุบๆ โผล่ๆ ค่ะ

และทำท่าว่าจะผลุบบ่อยมากกว่าโผล่

เวลาโผล่มาก็ไม่รู้ว่าทันได้ลืมตามองดูก่อนจะผลุบลงไปใหม่หรือไม่อีกด้วย

๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของคุณปริศนา

 ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลวิริยะของทุกท่านค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 8
 
wirat.k
วันที่ 15 ก.ย. 2551

ขออนุโมทนาครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 9
 
Noparat
วันที่ 16 ก.ย. 2551

 

 ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 11
 
pamali
วันที่ 9 ก.ค. 2553 22:54

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  

กรุณา login
กรุณา login เข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่