Loading...

วิบากกรรม
yuphin
วันที่ 11 ก.ย. 2550
อ่าน 966

หากจะต้องรับผลวิบากแห่งกรรมโดยไม่ทราบเหตุปัจจัย  พึงกระทำตนอย่างไรดีคะ

 



ความคิดเห็นที่ 1
 
study
วันที่ 12 ก.ย. 2550


วิบากคือผลของกรรม เป็นชื่อของจิต เจตสิก วิบากมีทั้งวิบากดี และวิบากไม่ดี  ในชีวิต

ประจำวันของเราทุกคน ได้รับวิบากกันตลอดเวลาอยู่แล้ว   คือตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมา    มี

การเห็น การได้ยิน การรู้กลิ่น การรู้รส การรู้สิ่งที่กระทบทางกาย ทั้งหมดเป็นวิบาก  ทั้ง

สิ้น แม้ขณะที่นอนหลับสนิทก็เป็นวิบาก  ฉะนั้นทุกขณะที่เราได้รับ  วิบากเราก็ไม่ทราบ

ว่ามาจากเหตุ  คือกรรมใด  แต่รู้ได้แต่เพียงว่าเป็นวิบาก  เป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่งเท่า

นั้น ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ไม่ใช่ตัวตนของเรา   ในโลกวิปัตติสูตร  พระพุทธเจ้าทรงแสดง

ถึงการพิจารณาของพระอริยะ   เมื่อได้รับโลกธรรมทั้งดีและไม่ดี 


                                                      

                                         ขอเชิญคลิกอ่านได้ที่...  

                                   โลกธรรม 8 ในชีวิตประจำวัน

 
  

ความคิดเห็นที่ 2
 
แวะเข้ามา
วันที่ 12 ก.ย. 2550

อยากรู้ในสิ่งที่รู้ไม่ได้  สิ่งที่รู้ได้ไม่อยากรู้?

 
  

ความคิดเห็นที่ 3
 
wannee.s
วันที่ 12 ก.ย. 2550


ในสังสารวัฏฏ์เราก็ทำทั้งกรรมดี  และกรรมไม่ดีมามากมาย  เราก็จำไม่ได้  แต่ทุกขณะที่

เห็น ได้ ยิน  ฯลฯ  เป็นผลของกรรม   ถ้าเราอยากได้รับผลดี  วิบากดี     เราก็ต้องเจริญ

กุศล เจริญความดีทุำกอย่าง โดยเฉพาะการฟังธรรม ทำให้กุศลอื่น ๆ เจริญขึ้น ที่สำคัญ

เมื่อฟังธรรมเข้าใจเป็นเหตุให้เกิดปัญญา   และปัญญาสามารถสะสมไปในภพหน้า จน

กว่าจะสิ้นอาสวะกิเลสค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 4
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 12 ก.ย. 2550


                            ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

การได้รับวิบาก ผลของกรรม ก็ต้องมาจากเหตุ คือ  การกระทำกุศล  หรืออกุศล  เหตุดี

ผลก็ดี  เหตุไม่ดี  ผลก็ไม่ดี  เพียงแต่ว่า  เมื่อวิบากให้ผลแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นดี  หรือไม่ดี

จิตขณะต่อไปเป็นอย่างไร  จะสร้างเหตุใหม่ในทางดีหรือไม่ดีหรือเปล่า   บางคนได้รับ

ผลกรรมที่ไม่ดี  ก็ทำดี  บางคนก็ทำชั่ว  บางคนได้รับผลของกรรมที่ดี ก็ทำชั่ว บางคน

ก็ทำดี   เหล่านี้เกิดจากอะไร  ก็เกิดจากเหตุปัจจัยที่ได้สะสมมาทั้งนั้น  การสะสมมาใน

ทางกุศลหรืออกุศลครับ  คนที่สะสมในทางที่ดี  มีปัญญา  เมื่อได้รับวิบากดีหรือไม่ดี ก็

ไม่ทำชั่ว  ทำดี เป็นต้น ส่วนบุคคลที่สะสมมาในทางไม่ดี  ก็ตรงกันข้าม  ดังนั้น จึงเป็น

เรื่องของธรรมทั้งนั้นว่า  เมื่อได้รับผลวิบากดี หรือไม่ดี  จะเป็นอย่างไร   ไม่มีใครบังคับ

หรือเป็นตัวตน  ที่จะให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้  แต่แล้วแต่การสะสม  ไม่มีใครสั่งให้   อย่า

โกรธนะ   เมื่อได้รับแล้วจะเป็นดั่งใจ   แต่ธรรมต่างหาก  ที่สะสมในฝ่ายดีหรือไม่ดี   จะ

เป็นการปรุงแต่งให้บุคคลนั้น  เป็นอย่างไรครับ ซึ่งการจะสะสมสิ่งที่ดี ก็เริ่มจากการฟัง

พระธรรม นี้แหละ  ก็จะเป็นปัจจัยให้ปรุงแต่งในสิ่งที่ดี  และเข้าใจการอบรมปัญญา  ใน

ทางดับกิเลสว่า  ทุกอย่างเป็นธรรม ให้เข้าใจตามความเป็นจริงว่าไม่ใช่เรา  แม้วิบากที่

ให้ผล  คือ  ขณะเห็น   เป็นต้นว่าเป็นธรรม   มิใช่ว่าจะทำอย่างไร  เมื่อกระทบกับวิบาก

เพราะก็ยังเป็นตัวตน  ที่เป็นเรา  ดี หรือ ไม่ดี อยู่นั่นเองครับ  ค่อย ๆ   อบรมด้วยการฟัง

พระธรรมครับ

                            ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

ความคิดเห็นที่ 5
 
ไรท์แจกแล้วไง
วันที่ 13 ก.ย. 2550

ขณะนี้  ก็รับผลของกรรมอยู่  ไม่เห็นต้องทำอะไร   แต่สิ่งสำคัญคือ   จะรู้หรือไม่ว่า

เป็นเพียงสภาพธรรม  คือ  ว่าถ้าเป็นปัญญาจึงรู้   ไม่ใช่ปัญญาไม่รู้

 
  

กรุณา login
กรุณา login เข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่