Loading...

การวัดเวลาเป็น อสงไขย และ มหากัป
เด็กน้อยฟังธรรม
วันที่ 19 มี.ค. 2550
อ่าน 6056
ขอถามว่า 1 อสงไขย และ มหากัป นี่เป็นระยะเวลานานเท่าไรครับ

ช่วยเปรียบเทียบให้ด้วยครับ
 



ความคิดเห็นที่ 1
 
study
วันที่ 20 มี.ค. 2550

     
    
คำว่า "อสงไขย" หมายถึง นับไม่ได้ หรือไม่พึงนับ  คือ เป็นระยะเวลาที่นานมากๆๆ

ซึ่งในพระไตรปิฎกมีใช้ ๒ ความหมาย คือ  อสงไขยปี  จำนวนปีที่ผ่านไปจนนับไม่ได้ ๑

อสงไขยกัป  จำนวนกัปที่ล่วงไปจำนวนมากจนนับไม่ได้ ๑   ในตำราบางแห่งเขียนเป็น

ตัวเลขให้เห็นดังนี้   เลขหนึ่งหนึ่งตัวต่อด้วยเลขศูนย์อีกหนึ่งร้อยสี่สิบตัว    เป็นจำนวน

หน่วยวัดส่วนหนึ่งมหากัป   เป็นระยะเวลาที่นานมากๆ เช่นกัน    ในพระไตรปิฎกมีอุปมา

เปรียบหลายอย่าง    เชิญอ่านข้อความโดยตรงจากพระไตรปิฎก

 
  

ความคิดเห็นที่ 2
 
study
วันที่ 20 มี.ค. 2550

 
เชิญคลิกอ่านได้ที่...

ว่าด้วยเรื่องกัป [ปัพพตสูตร]

 
  

ความคิดเห็นที่ 3
 
study
วันที่ 20 มี.ค. 2550


                                     เชิญคลิกอ่านได้ที่...

                           กัปหนึ่งนานแล [สาสปสูตร]

 
  

ความคิดเห็นที่ 4
 
เด็กน้อยฟังธรรม
วันที่ 20 มี.ค. 2550

         
     ขอบคุณมากครับ  พออ่านจบ  รู้สึกว่าหนี่งกัปก็นานมาก  สาเหตุที่ถามก็เพราะว่าผม

ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการบำเพ็ญพระบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า(พระสมณโคดม)

จึงเกิดความสงสัยในเรื่องของเวลาที่พระองค์ทรงใช้บำเพ็ญ (นานมากจริง ๆ ครับ) เท่า

ที่ผมได้อ่านตัวอย่างการบำเพ็ญพระบารมีของพระองค์       แต่ละชาติก็ล้วนแล้วแต่ทำ

ได้ยาก(เรื่องที่ชอบมากเป็นพิเศษก็คือ การบำเพ็ญขันติในพระชาติที่พระโพธิสัตว์ประ-

สูติเป็นขันติวาทีดาบสครับ)
  

 
  

ความคิดเห็นที่ 5
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 20 มี.ค. 2550

      
     อ่านพระสูตรที่ยกมาแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่า   เพียงพอที่จะเบื่อหน่าย    แต่กลับไม่

รู้สึกเพราะปัญญาน้อยจริงๆ    รวมทั้งเราก็อยู่ในสังสารวัฏมานานแล้ว(อยู่กับอกุศล ส่วน

ใหญ่) ทำให้เมื่ออ่านพระสูตรนี้จึงไม่รู้สึกอะไร ก็คงต้องฟังธรรมต่อไป    อบรมบารมีและ

สติปัฏฐาน  รู้ว่าตัวเองยังไม่ดีอีกมากครับ  อนุโมทนาทุกท่านครับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒- หน้าที่ 166

                                  "ราตรีของคนผู้ตื่นอยู่   นาน,   โยชน์ของคนล้า

                       แล้ว     ไกล,   สงสารของคนพาลทั้งหลาย     ผู้ไม่รู้อยู่

                       ซึ่งสัทธรรม  ย่อมยาว."

         พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒- หน้าที่ 266

                                      ข้อความบางตอนจาก อุทัยสูตร

                                        สัตว์ย่อมเกิดและตายบ่อย ๆ

                       บุคคลทั้งหลายย่อมนำซากศพไปป่าช้า บ่อย ๆ

                       ส่วนผู้มีปัญญาถึงจะเกิดบ่อย ๆ

                       ก็เพื่อได้มรรคแล้วไม่เกิดอีก    ดังนี้.

 
  

ความคิดเห็นที่ 9
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 6 ก.ค. 2550


พ้น...เพราะหมดอยาก

แต่ถ้าอยาก...ไม่มีวันพ้น

 
  

ความคิดเห็นที่ 10
 
ปลายฟ้า
วันที่ 7 ก.ค. 2550

พระพุทธองค์ คือ แสงสว่างแห่งมวลมนุษยชาติ สาธุ ดีใจที่เกิดเป็นชาวพุทธ

 
  

ความคิดเห็นที่ 11
 
papon
วันที่ 20 ก.ค. 2556 00:43

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

กรุณา login
กรุณา login เข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่