Loading...

ทำบุญใส่บาตรทุกวันอุทิศผลบุญให้กับบุตรที่เสียชีวิตในท้อง
ใบบุญ
วันที่ 12 พ.ค. 2556 16:17
อ่าน 962

ดิฉันตั้งท้องได้หกเดือนเด็กเสียชีวิตในท้องคลอดเมื่อ5/12/55 ดิฉันใส่บาตรกรวดน้ำ

อุทิศผลบุญให้บุตรสาวที่เสียชีวิตทุกวัน น้องเขาจะได้รับผลบุญหรือเปล่าค่ะ คนเป็นแม่

คน ถึงน้องเขาจะ ไม่ได้ลืมตาดูโลกแต่ก็ยังเป็นห่วงเขา.รักเขา ทุกวันนี้ก็ยังเสียใจ ไม่

คิดว่าลูกจะจากเราไปตั้งแต่อยู่ในท้อง. เอาใจใส่เขา ทุกอย่าง บำรุงทุกอย่าง น้องเขา

จากเราไปโดยไม่พบสาเหตุ ดิฉันไม่เคยฝันเห็นน้องเขาเลย ผลบุญที่ดิฉันทำน้องเขาจะ

ได้รับหรือเปล่าคะ ขอบคุณค่ะ

 



ความคิดเห็นที่ 1
 
paderm
วันที่ 12 พ.ค. 2556 16:44

     ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   การอุทิศส่วนกุศลเป็นบุญประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้น โดยเมื่อมีการทำบุญประเภทต่างๆ

แล้วก็มีจิตคิดให้ผู้อื่นรับรู้บุญที่ได้ทำมาเพื่อให้สัตว์นั้นได้อนุโมทนา ดังนั้นการอุทิศส่วน

กุศลจึงเป็นเรื่องของจิต ที่มีเจตนาให้ผู้อื่นรู้ในบุญที่ตนได้กระทำครับ

  ซึ่งผู้ที่จะได้รับส่วนกุศล ในการอุทิศให้นั้น ผู้นั้นจะต้องอยู่ในฐานะที่สามารถรับได้

คือ เกิดเป็นเปรต   หรือเกิดเป็นเทวดา   เมื่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว   ทราบการอุทิศให้

ของญาติ และเกิดจิตอนุโมทนา ก็สามารถรับผลของบุญนั้นได้  อันเกิดจากกุศลจิต

ของผู้นั้นที่อนุโมทนาเอง   แต่   หากว่า ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ไปเกิดเป็นมนุษย์

สัตว์เดรัจฉาน เกิดในนรก ก็ไม่สามารถล่วงรู้ และ อนุโมทนาในบุญ ก็ไม่สามารถรับ

ส่วนกุศลในการอุทิศนั้นได้ ครับ

  ในชีวิตของสังสารวัฏฏ์ที่เกิดมา ก็เคยเกิดเป็นญาติ เป็นพี่น้อง เป็นสามี ภรรยา

และเกิดในฐานะต่างๆกันมากันนหมดแล้ว เพราะ สังสารวัฏฏ์ยาวนาน นับชาติไม่

ถ้วน เพราะฉะนั้น การเกิดเป็นทุกข์ ทุกคนก็ต่างมา ตามกรรมของตน และ ต่างก็

ไปตามกรรมของตน การกิดเป็นทุกข์ ทุกข์เพราะจะต้องมีความเสียใจ อันเกิดจาก

การพลัดพราก พระพุทธเจ้าทรงแสดงเหตุแห่งทุกข์ คือ ความติดข้อง โลภะ แล

กิเลสอื่นๆที่มีในจิตใจ มีความไม่รู้ เป็นต้น ที่ทำให้จะต้องเกิดร่ำไป ไม่สิ้นสุด และ

ทุกข์กาย ทุกข์ใจ ไม่มีที่สิ้นสุด   เพราะฉะนั้น สำคัญที่ ควรใช้เวลาของตนที่มีอยู่

ใช้ชีวิตให้มีค่า ให้สมกับการได้เกิดเป็นมนุษย์ คือ การเจริญกุศลทุกๆประการ และ

ที่ขาดไม่ได้เลย คือ การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม เพราะกุศลไม่ใช่มีเพียงแค่

ทาน และ ศีล แต่ กุศลยังมีอีกมาก และ กุศลเพียงขั้นเบื้องต้น ก็เพียงทำให้เกิดที่

ดี ๆ และ ได้รับสิ่งที่ดีๆ แต่ สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เที่ยง และ ไม่สามารถทำอะไร หรือ ละ

กิเลสในจิตใจได้เลย ก็ยังจะต้องทุกข์อยู่ร่ำไป ควรที่จะศึกษาพระธรรม อบรม

ปัญญา ดังเช่น พระอริยสาวก ที่บุตรท่านเสียชีวิต  ก็พิจารณาความจริงว่า เราเสียใจ

ร้องไห้มาแล้วในสังสารวัฏฏ์นับชาติไม่ถ้วน น้ำในมหาสมุทรยังน้อยกว่า น้ำตาของเรา

ที่เสียใจ เพราะ คนอื่นจากไป ควรที่จะแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ คือ การฟังพระธรรม

ศึกษาพระธรรม เพราะมิฉะนั้นแล้ว ก็จะต้องทุกข์อยู่ร่ำไป ชีวิตที่ประเสริฐ คือ ชีวิตที่

มองอย่างยาวไกล ไม่ใช่เพียงแค่ ชีวิตของคนอื่นเท่านั้น ต่างคนก็ต่างไปตามกรรม

ของตน สำคัญที่ตนเองที่จะละกิเลสด้วยการศึกษาพระธรรมเป็นสำคัญ ครับ

ขออนุโมทนา

 
  

ความคิดเห็นที่ 2
 
khampan.a
วันที่ 12 พ.ค. 2556 19:00

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    -บุคคลผู้ที่ยังมีความเศร้าโศกอยู่นั้น ก็เพราะยังมีกิเลส ยังมีความติดข้อง ยินดี

พอใจ ยังมีอวิชชาอยู่ จึงต้องมีความเศร้าโศกเป็นธรรมดา  สำหรับผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่นั้น  

ค่อนข้างจะหายากเมื่อพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักที่พอใจแล้ว จะไม่เศร้าโศกเสียใจ

ย่อมมีแน่ ๆ จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง  ซึ่งก็เป็นธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย   แต่เมื่อ

ได้อาศัยการฟังพระธรรม  ศึกษาพระธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง ก็จะทำ

ให้ความเข้าใจเจริญขึ้น เข้าใจความจริงยิ่งขึ้น   ความเศร้าโศกเสียใจก็จะค่อย ๆ ละ

คลายไปคล้อยตามความเข้าใจที่ค่อย ๆ เจริญขึ้น

     เป็นความจริงที่ว่า    ชีวิตของแต่ละบุคคลที่เกิดมาแล้ว     ล้วนมีความตายเป็น

เบื้องหน้า    ด้วยกันทั้งนั้น   ไม่มีใครหลีกพ้นได้   ขึ้นอยู่กับว่าจะตายช้าหรือตายเร็ว

เท่านั้น     ผู้ที่เป็นบุตรย่อมทอดทิ้งมารดาบิดา      ผู้ที่เป็นมารดาบิดา ย่อมทอดทิ้ง

บุตร      ด้วยความตายที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นธรรมดา ความตายเป็นสัจจธรรมที่ทุกคน

จะต้องประสบอย่างแน่นอน ดังนั้น ในเมื่อทุกคนต้องตายอย่างแน่นอน

    จึงควรพิจารณาอยู่เสมอว่าก่อนที่วันนั้นจะมาถึงเราควรทำอะไรบ้าง? การเจริญ

กุศลประการต่าง ๆ พร้อมทั้งฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม น้อมประพฤติตามพระธรรม

นั้นเป็นความดีที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าบุคคลผู้ไม่ประมาทในชีวิตอันมีประมาณ

น้อยนี้ ย่อมไม่เดือดร้อนทั้งในโลกนี้และในโลกหน้าอย่างแท้จริง

   -กุศลที่ตนเองได้กระทำ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องใดก็ตาม ก็สามารถอุทิศ ได้ เป็นความ

ปรารถนาดีที่มีต่อผู้อื่นเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นในการกุศลจิตอนุโมทนา เขาจะรับรู้แล้ว

เกิดกุศลจิตอนุโมทนาหรือไม่ ก็ตามควรแก่ฐานะของผู้นั้น อย่างไรก็ตาม กุศลที่ตน

เองได้ทำ ย่อมไม่ไร้ผล ครับ

                            ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  

ความคิดเห็นที่ 3
 
wannee.s
วันที่ 12 พ.ค. 2556 19:02

 ถ้าเขาเกิดเป็นเปรต หรือ เทวดา ก็สามารถอนุโมทนาได้ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ หรือ สัตว์

เดรัจฉาน ก็ไม่สามารถอนุโมทาได้ แต่ บุญก็เป็นของผู้อุทิศเอง ค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 4
 
ใบบุญ
วันที่ 13 พ.ค. 2556 09:05

ทำไมคะในเมื่อได้เกิดมาเป็นคนแล้ว ทำไมต้องเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในท้อง ไม่มีโอกาส

แม้จะลืมคาดูดูโลก ไม่พร้อมแล้วมาเกิดได้ด้วยหรือคะ มีคนเคยพูดว่าน้องเขาทำกรรม

มาแค่นั้นเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม หมดแล้วน้องเขาก็ต้องไป บางคนก็พูดว่าน้องเขาหนี

มาเกิด ยังไม่ถึงเวลาเขาก็ต้องเอากลับไป จริงเท็จประการใดคะ ช่วยแนะนำด้วย

ขอขอบพระคุณมากค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 5
 
paderm
วันที่ 13 พ.ค. 2556 09:10

เรียนความเห็นที่ 4 ครับ

      สำหรับ การสิ้นชีวิต เร็ว หรือ ยืนนาน ก็เพราะ กรรมที่ทำแล้วให้ผล ครับ ซึ่ง

พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า ผู้ที่มีอายุสั้น เช่น แม้แต่สิ้นชีวิตในท้อง เพราะ เหตุว่า

กรรม คือ การฆ่าสัตว์ มาให้ผล  ทำให้ ผู้นั้น สิ้นชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย

 เช่น สิ้นชีวิตในครรภ์ ครับ ส่วนผู้ที่อายุยืนยาว เพราะ กรรมที่งดเว้นจากการฆ่าสัตว์

อุปถัมภ์ให้ มีอายุยืน ครับ

จึงไม่เกี่ยวกับการหนีเกิด แต่อยู่ที่กรรมของแต่ละคนที่ทำมา เพราะ สัตว์ทั้งหลายมี

กรรมเป็นของๆ ตน ครับ แม้แต่ บุตรที่เสียชีวิตในท้อง ก็เพราะ อกุศลกรรม คือ การ

ฆ่าสัตว์ให้ผล ทำให้ สิ้นชีวิตในอายุที่ยังน้อยมากได้ ครับ ขออนุโมทนา


  พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้าที่ 495

                         ๑๐.   สัพพลหุสสูตร 

         [๑๓๐]    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   ปาณาติบาตอันบุคคลเสพแล้ว

เจริญแล้ว    กระทำให้มากแล้ว    ย่อมยังสัตว์ให้เป็นไปในนรก  ใน

กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน   ในเปรตวิสัย   วิบากแห่งปาณาติบาตอย่างเบา

ที่สุด   ย่อมยังความเป็นผู้มีอายุน้อยให้เป็นไปแก่ผู้มาเกิดเป็นมนุษย์.

 
  

ความคิดเห็นที่ 6
 
jaturong
วันที่ 14 พ.ค. 2556 14:19

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 7
 
Jans
วันที่ 15 พ.ค. 2556 09:31

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 8
 
กตัญญู
วันที่ 15 พ.ค. 2556 14:16

ขอสอบถาม กรณีสัตว์ที่ไม่สามารถอนุโมทนาบุญได้ ข้าพเจ้า สวดมนต์ทำวัตรเช้า จะมี

บทกรวดน้ำตอนเช้า ตอนหนึ่งว่า สัตว์เหล่าใด รู้ส่วนบุญที่ข้าพเจ้าแผ่ให้แล้ว สัตว์เหล่า

นั้น จงอนุโมทนาเองเถิด ส่วน สัตว์เหล่าใด ยังไม่รู้ส่วนบุญนี้ ขอเทวดาทั้งหลาย จงบอก

สัตว์เหล่านั้น ให้รู้ การบอกของเทวดา ทำให้สัตว์นั้นรู้ และอนุโมทนา ได้หรือไม่ หากได้

หมายถึง สัตว์ใดบ้าง

 
  

ความคิดเห็นที่ 9
 
Thanapolb
วันที่ 15 พ.ค. 2556 20:36

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

"วิบากแห่งปาณาติบาตอย่างเบาที่สุด   ย่อมยังความเป็นผู้มีอายุน้อยให้เป็นไปแก่ผู้มา

เกิดเป็นมนุษย์."

".....ชนผู้มีจิตปฏิพัทธ์ในชน ย่อมเดือดร้อน..."

อ้างจากพระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุต

ตกะ-สุตตนิบาต

 

ชีวิตแสนประเสร็ฐ ที่เกิดมาได้ฟังธรรม

ขอขอบคุณ และขออนุโมทนา

 
  

ความคิดเห็นที่ 10
 
nong
วันที่ 18 พ.ค. 2556 13:52

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 11
 
paderm
วันที่ 20 พ.ค. 2556 08:25

เรียนความเห็นที่ 8 ครับ

  โดยมาก ญาติจะอนุโมทนาในส่วนบุญของผู้ทำ ไม่ใช่ เทวดาบอกให้แล้วอนุโมทนา

เพราะ จะต้องเป็นการอุทิศของผู้ที่ทำบุญ ไม่ใช่ผุ้ที่ไปบอกต่อ อุทิศให้ ครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 12
 
กตัญญู
วันที่ 21 พ.ค. 2556 09:39
ขอบคุณครับ
 
  

กรุณา login
กรุณา login เข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่