Loading...

การบอกบุญของ ภิกษุ ที่ไม่มีไวยาวัชกรดำเนินการ
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 7 ก.พ. 2556 11:00
อ่าน 646

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

***--------------------***

กราบเท้าอาจารย์ที่เคารพอย่างสูงทุกท่านครับ

มีกรณีศึกษา ประมาณดังนี้ครับ

      ภิกษุมีการบอกบุญโยม เรื่อง สร้างพระพุทธรูป สร้างกุฎี ศาลา เจดีย์ เมรุ เป็นต้น

โดยบางคนนำเงินถวายต่อภิกษุ  แต่บางคนเข้าใจว่าเป็นการไม่ควรที่จะถวายกับภิกษุ

(ไม่ใช่กิจของภิกษุ)  จึงมีความเห็นที่แตกต่าง ขอเรียนสอบถามท่านอาจารย์  ครับ

๑. ถ้ามีการบอกบุญโดยภิกษุ     (ไม่มีไวยาวัชกรดำเนินการ)  เราควรจะบริจาคเงินนี้

หรือไม่

๒. การสร้างพระพุทธรูป เป็นการควรหรือไม่   แคลงใจว่า   การบูชาพระพุทธเจ้าควร

ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ    แต่ถ้าจะสร้างพระพุทธรูปเพื่อให้คนกราบไหว้   เพื่อระลึก

นึกถึงพระรัตนตรัย  ซึ่งส่วนตัวแล้วไม่มีความชัดเจนว่า  ควรหรือไม่ควรกระทำอย่างไร 

ซึ่งจริงแล้วถ้าเจตนาเป็นทางดี ก็น่าจะกระทำ เพราะจำได้ว่ากุศุลทุกประการควรเจริญ

(อย่างเมื่อไทยเรามีการบอกบุญสร้างพระ  สร้างระฆัง  สร้างเมรุ  สร้างพระราหู  สร้าง

ห้องน้ำ ฯลฯ)     แต่สุดท้ายก็มาติดที่ว่า  ภิกษุเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเงินทองเอง    ซึ่ง

คิดว่าขัดต่อพระวินัยที่ท่านต้องปฏิบัติ       แล้วอย่างนี้เราเองที่ต้องการร่วมเจริญกุศล

เพราะเห็นบางมุมว่า  น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ    แล้วไม่ชัดเจน ด้วยการคาใจ

กรณีดังกล่าว  ระลึกได้ว่า   จะทำก็หวั่นไหว  ขณะทำก็หวั่นไหว    หลังทำก็หวั่นไหว 

ไปไปมามา ก็ต้องทำไปด้วยต้องการสะสมการเจริญกุศล     และ คิดเข้าข้างตนเองว่า 

ใครจะเป็นอย่างไรก็เรื่องของเค้า  ใจเรามีการสละ  ละทรัพย์ออก  เพื่อประโยชน์ผู้อื่น 

ซึ่งเป็นสิ่งที่เบาใจที่สุด)

ขอคำแนะนำ จากอาจารย์ด้วยครับ  เพื่อความเบาใจในการเจริญกุศล

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ทุกท่านอย่างสูงครับ

 



ความคิดเห็นที่ 1
 
paderm
วันที่ 8 ก.พ. 2556 12:40

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 ๑. ถ้ามีการบอกบุญโดยภิกษุ (ไม่มีไวยาวัชกรดำเนินการ)เราควรจะบริจาคเงินนี้

หรือไม่

    เพศบรรพชิต เป็นเพศที่สละชีวิตดังเช่นคฤหัสถ์ทั้งปวงแล้ว ความประพฤติเป็นไป

ก็ควรเป็นไปตามพระธรรมวินัย และเหมาะสมกับเพศคฤหัสถ์ ดังนั้น การดำเนินการที่

เกี่ยวกับเรื่องของเงินและทอง ไม่ควรกับเพศบรรพชิตโดยประการทั้งปวง เพราะฉะนั้น

หากพระภิกษุมาบอกบุญ   ไม่ว่าเรื่องอะไร  เพื่อเรี่ยไรในเรื่องเงินบริจาค     อุบาสก

อุบาสิกาที่ดี ก็ไม่ควรกระทำสิ่งเหล่านั้น ให้พระภิกษุอาบัติเพิ่มเติม ในเรื่องการรับเงิน

ทอง และยินดีในเงินทอง ครับ 

     กุศลที่กระทำ ไม่ควรทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนด้วย คือ ทำให้พระต้องอาบัติ กุศลอื่นๆ

มีมากมาย ดังนั้น ก็ควรที่จะปฏิเสธ ไม่ทำ ในกรณีที่พระภิกษุเรี่ยไรเงิน   บอกบุญใน

เรื่องต่างๆ ครับ

 ************************

๒. การสร้างพระพุทธรูป เป็นการควรหรือไม่ แคลงใจว่า  การบูชาพระพุทธเจ้า ควร

ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ   แต่ถ้าจะสร้างพระพุทธรูปเพื่อให้คนกราบไหว้  เพื่อระลึก

นึกถึงพระรัตนตรัย  ซึ่งส่วนตัวแล้วไม่มีความชัดเจนว่า ควรหรือไม่ควรกระทำอย่างไร

  ซึ่งจริงแล้วถ้าเจตนาเป็นทางดี ก็น่าจะกระทำ   เพราะจำได้ว่า  กุศุลทุกประการควร

เจริญ

 (อย่างเมื่อไทยเรามีการบอกบุญสร้างพระ สร้างระฆัง สร้างเมรุ สร้างพระราหู  สร้าง

ห้องน้ำ ฯลฯ)     แต่สุดท้ายก็มาติดที่ว่า  ภิกษุเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเงินทองเอง  ซึ่ง

คิดว่าขัดต่อพระวินัยที่ท่านต้องปฏิบัติ     แล้วอย่างนี้เราเองที่ต้องการร่วมเจริญกุศล

เพราะเห็นบางมุมว่า  น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ  แล้วไม่ชัดเจน ด้วยการคาใจ

กรณีดังกล่าว  ระลึกได้ว่า   จะทำก็หวั่นไหว  ขณะทำก็หวั่นไหว  หลังทำก็หวั่นไหว 

ไปไปมามา ก็ต้องทำไปด้วยต้องการสะสมการเจริญกุศล   และ คิดเข้าข้างตนเองว่า 

ใครจะเป็นอย่างไรก็เรื่องของเค้า  ใจเรามีการสละ  ละทรัพย์ออก เพื่อประโยชน์ผู้อื่น 

ซึ่งเป็นสิ่งที่เบาใจที่สุด)

   - การสร้างพระพุทธรูป ประโยชน์ คือ เพื่อใ้ห้เป็นเครื่องสักการะ น้อมบูชาระลึกถึง

พระคุณของพระพุทธเจ้า  แต่ที่สำคัญ โดยมากก็มีพระพุทธรูปกันอยู่แล้วในวัด  หาก

แต่ว่า การสร้างเพื่อมุ่งลาภ สักการะ ชื่อเสียง พระใหญ่ที่สุด ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เพื่อลาภ

สักการะ การสร้างนั้น เริ่มจากจุดประสงค์ที่ไม่ถูกต้อง และเจตนาที่ผิด      การที่พระ

ภิกษุเรี่ยไร หรือ ไวยาวัจรกรก็ตามที่เรี่ยไรก็ไม่ควรสร้าง เพราะในเมื่อก็มีพระพุทธรูป

อยู่แล้ว  การสร้างเกินจำเป็น ด้วยจุดประสงค์ที่ผิด ก็ไม่ควรทำ   การทำกุศล  ก็ต้อง

พิจารณาให้รอบคอบในการทำ ส่วนการร่วมบุญในการสร้างเมรุ ระฆัง ก็ต้องพิจารณา

ตามความเหมาะสม หากสิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้ว การสร้างมากเกินไปหรือผิดวัตถุประสงค์

ก็ไม่ควรร่วมในการบริจาค และ ยิ่งหากพระภิกษุเข้ามาจัดการในเรื่องเิงิน ก็ไม่สมควร

โดยประการทั้งปวง ครับ  แต่การสร้างพระพุทธรูป และ สิ่งอื่นๆ ในวัดที่ยังขาดแคลน

และจำเป็น ควรร่วมบริจาค โดยให้ไวยาวัจรกรจัดการเรื่องเงิน แทนพระภิกษุ แต่หาก

ว่ามีแต่พระภิกษุ ตัวเราเองก็ขอปวาราณ ว่าจะเป็นคนจัดการร่วมสร้างครั้งนี้   โดยไม่

ต้องให้พระร่วมจัดการเรื่องเงิน กุศลก็เจริญขึ้น    ที่เป็นผู้ทำ และ ให้ผู้อื่นได้ทำด้วย

และพระก็ไม่ต้องจัดการ ก็รักษาท่านด้วย การทำในสิ่งที่จำเป็น   และสิ่งใัดที่ยังไม่มี

พระพุทธรูปเหล่านี้ ควรทำ ควรเจริญ เป็นการรักษาพระวินัย รักษาพระศาสนา เพราะ

ทำถูกต้องตรงตามพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง เพราะไม่ได้หมายความว่า การ

ไม่ทำบริจาคในสิ่งที่ผิด จะผิด แต่ การไม่ร่วมในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็เท่ากับว่า ละสิ่งที่

ผิด กลับมาสู่สิ่งที่ถูก และ สำคัญที่สุด คือ  สะสมอุปนิสัยความเป็นผู้ตรงของเราเอง

เกรงใจในสิ่งที่ควรเกรงใจ คือ ความดี แต่ความไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่ต้องเกรงใจ เพราะ

ไม่ได้นำมาซึ่งประโยชน์กับใคร ๆ เลย นำมาแต่โทษ ครับ

ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  

ความคิดเห็นที่ 2
 
prachern.s
วันที่ 8 ก.พ. 2556 13:13

๑. ตามพระวินัยบัญญัติ พระภิกษุไม่ควรเอ่ยปากเพื่อได้มาซึ่งปัจจัยทั้งหลาย เพื่อตน

เอง  แต่ถ้าเป็นเพื่อส่วนรวม เช่น เพื่อเจดีย์   เพื่อสงฆ์  เป็นต้น อาจจะได้ตามสมควร 

แต่ไม่ควรรับเงินทอง โดยตรง  ควรให้คฤหัสถ์ดำเนินการ   และคฤหัสถ์ก็ไม่ควรถวาย

เงินกับพระภิกษุ เพราะจะทำให้ท่านอาบัติฯ

๒. ในสมัยครั้งพุทธกาล ไม่มีการสร้างพระพุทธรูป  แต่จะมีการสร้างพระเจดีย์   และ

การบูชาพระรัตนตรัย สามารถบูชาได้หลายวิธี  มีการสละอามิสบูชาบ้าง  ปฏิบัติบูชา

บ้างตามสมควร อนึ่ง กุศลทุกประการควรเจริญ  สิ่งใดที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ควรทำ

และถ้าทำแล้วไม่ขัดกับพระวินัยบัญญัติของพระพุทธเจ้าจะเป็นการดีครับ  

   

 
  

ความคิดเห็นที่ 3
 
jaturong
วันที่ 8 ก.พ. 2556 16:19

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 4
 
khampan.a
วันที่ 8 ก.พ. 2556 16:59

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    การสร้างถาวรวัตถุในทางพระพุทธศาสนา ควรที่จะเป็นภาระหน้าที่ของคฤหัสถ์ผู้มี

ศรัทธา ไม่ใช่หน้าที่ของพระภิกษุ จะเห็นได้จากสมัยพุทธกาล ที่มีการสร้างพระวิหาร

ต่าง ๆ   เพื่อเป็นที่อยู่ของพระภิกษุสงฆ์   อันมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นประธาน

นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างถวายของคฤหัสถ์ผู้มีศรัทธา  ทั้งนั้น   ไม่ได้เกิดจากการ

ออกปากขอของพระภิกษุเลย

    สำหรับประเด็นเรื่องการสร้างพระพุทธรูป จุดประสงค์ที่แท้จริงควรที่จะเป็นไปเพื่อ

ให้น้อมระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า   ทั้งพระบริสุทธิคุณ     พระปัญญาคุณและ

พระมหากรุณาคุณ   สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้พบเห็นเท่านั้น    ไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์อื่น

เพราะพระพุทธรูป  เป็นสิ่งที่ควรเคารพสักการบูชา       เป็นเครื่องเตือนให้น้อมระลึก

ถึงพระคุณของพระองค์ ที่เสด็จอุับัิติขึ้นในโลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลกอย่าง

แท้จริง  แล้วจะระลึกถึงพระคุณของพระองค์ได้อย่างไร  ถ้าหากว่าไม่ได้ฟังพระธรรม  

ไม่ได้ศึกษาพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง   

     การที่เข้าใจถึงพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิ-

คุณและพระมหากรุณาคุณ     ที่ไม่มีใครเสมอเหมือนได้นั้น    ก็ด้วยการฟังพระธรรม

ศึกษาพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง  เท่านั้น จริง ๆ   ไม่มีทางอื่นเลย  ครับ ..

                          ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  

ความคิดเห็นที่ 5
 
ผ้าเช็ดธุลี
วันที่ 8 ก.พ. 2556 17:43

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

***----------***

กราบขอบพระคุณอาจารย์อย่างสูงครับ

มีความเข้าใจมากขึ้น ชัดเจนในการปฏิบัติมากขึ้นครับ คลายสงสัยครับ

อนุโมทนากุศลทุกประการที่ทุกท่านได้เจริญแล้วครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 6
 
nong
วันที่ 9 ก.พ. 2556 05:04

ชัดเจนค่ะ ความรู้สึกส่วนตัวเรื่องการบอกบุญและการรับเงินของพระภิกษุสงฆ์ในสมัย

ปัจจุบัน ก็เป็นเช่นนี้

เหมือนกัน..... ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 7
 
wannee.s
วันที่ 9 ก.พ. 2556 15:22

พระมาเรี่ยไรเงินเป็นอาบัติไม่ใช่กิจของสงฆ์  หน้าที่ของพระภิกษุคือศึกษาธรรมะ

และเจริญวิปัสสนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 8
 
nopwong
วันที่ 9 ก.พ. 2556 18:31

ขออนุโมทนา

 
  

ความคิดเห็นที่ 9
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 11 ก.พ. 2556 05:12

ขออนุโมทนาครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 10
 
pheejad
วันที่ 13 ก.พ. 2556 14:24

   ถ้ากรณีฆราวาสถวายตัวเป็นโยมอุปถาก พระภิกษุสามารถขอบริจาคได้มั้ยครับ!

 
  

ความคิดเห็นที่ 11
 
paderm
วันที่ 13 ก.พ. 2556 15:03

เรียนความเห็นที่ 10 ครับ

ขอได้ครับ แต่ไม่ใช่เงิน ต้องเป็นของกัปปิยะ คือ ของที่สมควรกับพระภิกษุ

 
  

ความคิดเห็นที่ 12
 
pheejad
วันที่ 16 ก.พ. 2556 00:24

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

กรุณา login
กรุณา login เข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่