Loading...

3จังหวัดใต้ ถ้าไม่มีคนพุทธ แล้วพระสงฆ์จะอยู่กันยังไงครับ
พะเยา
วันที่ 11 ก.ย. 2555 18:23
อ่าน 590

ข่าวบอกคนพุทธย้ายออกจาก3จังหวัดใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ปีละ 1 แสนคน

มีพระประจำวัด แต่ละวัด เพียง 2-3รูป

ทุกวันนี้แทบจะบิณฑบาตรไม่ได้ นอกจากเรื่องความปลอดภัย ยังรวมถึง ไม่มีคนไส่บาตร

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มแบ่งแยกดินแดน กว้านซื้อที่ดินของชาวพุทธ ที่ย้ายออกไป จำนวน

มาก โดยมีทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ


ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อไป ลือจะสิ้นศาสนาพุทธ ใน3จังหวัดใต้แล้วเสียมั้ง แล้วเราก็ไม่สามารถ

ช่วยอะไรได้เลย เหมือนสมัยมหาวิทยาลัย นารันทา ไม่มีผิด

 



ความคิดเห็นที่ 1
 
paderm
วันที่ 24 ก.ย. 2555 14:10

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    ศาสนาพุทธ คือ ศาสนาของปัญญา เพราะฉะนั้น การจะดำรงพระศาสนาได้นั้น

อยู่ที่ความเข้าใจพระธรรมของแต่ละคน หากแม้มีภิกษุมาก หรือ มีตำรับตำรามาก แต่

ไม่มีความเข้าใจพระธรรม  เข้าใจหนทางที่ผิด ศาสนาก็อันตรธานไป คือ อันตรธาน

จากใจของบุคคลนั้น เพราะฉะนั้นสำคัญที่ความเข้าใจเป็นสำคัญ และแม้เป็นเพศ

คฤหัสถ์ก็สามารถเข้าใจพระธรรม บรรลุธรรม หากได้ศึกษาพระธรรมที่ถูกต้อง และ

แม้สถานที่นั้นจะไม่มีพระภิกษุ สถานที่อื่นๆก็ยังมี ก็ยังไม่อันตรธานแห่งเพศ ครับ

ดังนั้น ควรพิจารณาว่า จะอยู่อย่างไรที่ประเสริฐ คือ อยู่ด้วยการประพฤติปฏิบัติตาม

สิกขาบทเท่าที่ทำได้ สำหรับเพศพระภิกษุ และ สำคัญที่ใจเราเองที่หมั่นศึกษา

พระธรรมให้เข้าใจ เพราะโลกก็ต้องเป็นไปอย่างนี้ ตามกาลเวลา และ ความเสื่อม

ของพระพุทธศาสนา ครับ ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  

ความคิดเห็นที่ 2
 
khampan.a
วันที่ 26 ก.ย. 2555 19:36

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    เกิดที่ไหน ไม่สำคัญ ขอเพียงมีโอกาสได้ฟังพระธรรม   ศึกษาพระธรรมที่พระอรหันต

สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง   พระธรรม ไม่สาธารณะกับทุกคน ผู้ที่เห็นประโยชน์เท่านั้น

ที่จะได้ฟัง ได้ศึกษา สะสมปัญญาต่อไป ซึ่งมีน้อยคนจะได้ศึกษา      จึงไม่ใช่เฉพาะคน

ที่อยู่ ๓ จังหวัดชายใต้เท่านั้น            แม้จะเกิดในถิ่นที่ดี มีความเจริญ แต่ก็ไม่ได้ศึกษา

พระธรรม ก็มีเป็นจำนวนมากทีเดียว  ในทางตรงกันข้าม แม้จะเกิดใน ๓ จังหวัดชายแดน

ภาคใต้   หรือ ณ ที่ไหนก็ตาม  แต่ถ้าได้มีโอกาสฟังพระธรรม  อบรมเจริญปัญญา  ย่อม

เป็นประโยชน์ทั้งนั้น      เพราะฉะนั้น เรื่องของคนอื่นก็เป็นเรื่องของคนอื่นจริง ๆ ต่างคน

ต่างเกิด   ต่างคนต่างตาย ต่างคนต่างคิด เป็นไปตามเหตุปัจจัย แต่สำหรับเราแล้ว ก็ไม่

ควรล่วงเลยขณะอันมีค่าที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ นั่น ก็คือ     โอกาสแห่งการฟังพระธรรม

ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญา     และ เจริญกุศลประการต่าง ๆ ต่อไป  นี้แหละ คือ

สิ่งที่จะเป็นประโยชน์สำหรับตนเองอย่างแท้จริง  ครับ 

...ขอบพระคุณ อ. ผเดิม และ ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านด้วยครับ...

 

 

 
  

ความคิดเห็นที่ 3
 
wannee.s
วันที่ 28 ก.ย. 2555 14:57

ศาสนาอยู่ที่ใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่ และที่สำคัญอยู่ที่ไหนก็ได้ ถ้ามีความเข้าใจธรรมก็

มีความสุข 

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าศาสนาจะดำรงอยู่ได้ 5000 ปี ค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 4
 
jaturong
วันที่ 4 ต.ค. 2555 13:30

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 5
 
นาวาเอกทองย้อย
วันที่ 6 ต.ค. 2555 15:55

ขอประทานโทษนะครับ

ผมว่าเรามองคนละมุม คือผู้ถาม มองในมุมของการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งเมื่อยังอยู่ในสังคมก็ต้องมีผู้ทำ มีผู้รับผิดชอบ ผู้ถามคงอยากจะให้ผู้รับผิดชอบในแง่บริหารจัดการองค์กรได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คนที่นับถือพระพุทธศาสนาดำรงชีพอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดได้อย่างปกติสุข และสามารถประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่ที่นั่นได้

ส่วนผู้ตอบ ท่านตอบในแง่สัจธรรม ซึ่งก็จริงอย่างที่ท่านตอบ เถียงท่านไม่ได้

ไม่มีใครทำลายสัจธรรมได้ก็จริง แต่ถ้าบริหารจัดการองค์กรหรือสังคมไม่ดี สัจธรรมก็ปรากฏตัวได้ยาก หรือปรากฏไม่ได้เลย

พระพุทธองค์ทรงประกาศสัจธรรมกับคนในสังคม จึงปรากฏความจริงว่าทรงอาศัยการบริหารจัดการของทางบ้านเมือง เช่น การอุปถัมภ์บำรุงของพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งถ้าไม่ทำเช่นนั้น สัจธรรมคงจะเข้าถึงผู้คนอย่างกว้างขวางแพร่หลายได้ยากมาก แม้การรวบรวมพระธรรมวินัย (ซึ่งมีผลส่งมาให้เราได้รู้จักคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ในทุกวันนี้) ก็ต้องอาศัยการอุปถัมภ์ของทางบ้านเมือง อย่างในสังคายนาครั้งที่ ๑ ก็คือการอุปถัมภ์ของพระเจ้าอชาตศัตรู

ถ้าบอกว่า พระเจ้าพิมพิสารไม่จำเป็น พระเจ้าปเสนทิโกศลไม่จำเป็น พระเจ้าอชาตศัตรูก็ไม่จำเป็น สัจธรรมอยู่ที่ใจ ป่านนี้คำสอนของพระพุทธองค์อาจไม่มีมาถึงเราแล้วก็ได้

ส่วนที่เราจะฟังธรรม ศึกษาธรรม รู้ธรรม เราก็ต้องทำครับ เราไม่ทิ้ง ทิ้งไม่ได้ แต่การบริหารจัดการในทางสังคมก็ต้องมี ต้องทำด้วยเช่นกัน เพราะธรรมปรากฏที่ใจ ใจปรากฏที่คน คนปรากฏตัวอยู่ในสังคม พระพุทธพจน์ที่ตรัสเรื่อง ปฏิรูปเทสวาโส ย่อมช่วยยืนยันได้

เราจะรอให้ปฏิรูปเทสเกิดเองตามธรรมชาติ ที่ไหนไม่เป็นปฏิรูปเทส เราก็อพยพไปฟังธรรม ศึกษาะรรมกันที่อื่น หรือว่าเราควรจะช่วยกันคิดอ่านทำบ้านเมืองที่เรามีอยู่แล้ว และมีพระพุทธศาสนาอยู่แล้วนี่แหละให้ดำรงความเป็นปฏิรูปเทสเอาไว้ให้ยืนยาว

ใครทำอะไรได้ ในกรอบ ขอบเขต วิสัยของตน ต้องช่วยกันทำครับ ไม่ใช่เอาแต่บอกว่า ธรรมะอยู่ที่ใจ อย่างเดียว เมื่อทำอะไรตามหน้าที่อันจะพึงทำได้แล้ว เราก็รู้ว่าเราทำหน้าที่ของเราแล้ว

แม้การช่วยกันบอกกล่าวให้คนที่มีหน้าที่จะต้องทำ หรือคนที่มีความสามารถจะทำได้ ให้เขารู้ตัว และให้เขาทำหน้าที่ของเขา ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ของเราด้วย อะไรที่เราทำไม่ได้ เราก็รู้ทันว่าทำไม่ได้ แต่ไม่ใช่บอกตั้งแต่แรกไปเลยว่า ไม่ต้องทำอะไร เพราะธรรมะอยู่ที่ใจ

 
  

ความคิดเห็นที่ 6
 
supot_j1979
วันที่ 7 ต.ค. 2555 20:04

อนุโมทนาด้วยเช่นกันครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 7
 
JANYAPINPARD
วันที่ 8 ต.ค. 2555 13:14

ลือจะสิ้นศาสนาพุทธ ใน3จังหวัดใต้แล้วเสียมั้ง แล้วเราก็ไม่สามารถ

ช่วยอะไรได้เลย เหมือนสมัยมหาวิทยาลัย นารันทา ไม่มีผิด....

ทุกอย่างเป็นธรรมะเป็นอนัตตา...เท่าที่ติดตามข่าวทางสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มี

กิจการส่งเสริมพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว..สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่รับรู้ถึง

ปัญหา  ทรงทำโครงการพระสงฆ์นำชัยคุ้มภัยใต้ ติดต่อมา 2 ปี ในการนำพระสงฆ์เข้าไป

ช่วยส่งเสริม และช่วยชาวบ้านให้ได้ปฏิบัติ กิจสงฆ์ ตามศาสนาพุทธ  ในช่วงเข้าพรรษา

ผ่านทาง พล.อ ณพล บุญทับ  รองสมุหราชองค์รักษ์

พระสงฆ์ จำนวน 425 รูปจากทั่วประเทศ ที่มาร่วมโครงการพระสงฆ์นำชัยคุ้มภัยใต้  เดิน

ทางมาจำวัดตลอด 3 เดือน ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้...ทหารตำรวจที่ประจำอยู่สาม

จังหวัดส่วนมากเป็นชาวพุทธและยังมีกลุ่มประชาชนนอกสามจังหวัดรวบรวมสนับสนุน

ปัจจัยด้วย   หนทางที่จะช่วยเหลือให้ศาสนาพุทธยังคงมีในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

น่าจะมีความพยายามหลายฝ่าย..หลายหนทาง..เช่นสนับสนุนปัจจัย

และการดำรงพระพุทธศาสนาคือที่ดีที่สุดคือการศึกษาธรรมะให้เข้าใจตรงตามพระธรรม

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน..ดังนั้นหากต้องการให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีคนพุทธแต่

ไม่เข้าใจพระธรรมคำสั่งสอนก็ไม่มีประโยชน์อย่างไร..การเผยแพร่ธรรมะทาง เวปไซต์

ด้วยข้อมูลที่ตรงตามพระธรรมหากชาวพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ศึกษาก็

เป็นหนทางดำรงพระพุทธศาสนาทางหนึ่งได้เหมือนกัน....ขออนุโมทนา

 
  

ความคิดเห็นที่ 8
 
mild
วันที่ 9 ต.ค. 2555 05:51

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

แม้นไม่มีผู้ใดแสดงธรรมเลยธรรมะก็ยังมี เคยมี กำลังมีและก็มีต่อไป แม้ไม่มีโลกนี้ก็ยังคงมีภพอื่นอีกมากมาย แม้ไม่มีมนุษย์ก็ยังมีสัตว์อื่นอีกมากมายทุกอย่างต้องดำเนินไปตามสมควรแก่เหตุ อาสวะเป็นปัจจัยให้เกิดกรรมวัตร กรรมวัตรเป็นปัจจัยให้เกิด     วิปากวัตร และกรรมในอดีตก็คือผลในปัจจุบัน ถ้ายังเป็นผู้ที่ไม่รู้ก็จักไม่รู้ต่อไป   และไม่รู้ว่าจัดการผู้อื่นไม่ได้เปลี่ยนผู้อื่นไม่ได้ แต่มีเมตตาเป็นมิตรได้ สงบเย็นได้ด้วยปัญญาของเราเอง ดังข่าวที่มีการจราจลเหตุเพราะอ้างศาสนาในหลายประเทศก็มีแต่ไม่รู้สึกอะไร เพราะไม่ไช่เราไม่ไช่ของเราไม่ไช่ภาคใต้ของเราแต่ลืมไปว่า เป็นเรา เป็นของเรา เป็นภาคใต้ของเราเมื่อใดเมื่อนั้นก็คืออาสวะกิเลสนั่นเอง เหตุเพราะมองปัญหาด้วยอัตตา ไม่ประกอบด้วยปัญญา

 
  

ความคิดเห็นที่ 9
 
peem
วันที่ 6 พ.ย. 2556 19:14

 

 

                ขอ ขอบคุณและอนุโมทนา (ความคิดเห็นที่8คะ) เค้าอยู่ใต้ริมชายแดนมีอิสลาม   

                 ทั้งนั้น  แต่ก็ไม่ค่อยจะขาดการฟังธรรม มีแต่เสียงธรรมเป็นกัลยาณมิตรคะ

                                        ขออนุโมทนาคะ  ได้รับฟังจากวิทยุเป็นครั้งแรกคะ และรับฟังเรื่อยมาคะ

 

 
  

กรุณา login
กรุณา login เข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่