Loading...

สังคายนา ครั้งที่ 4
paderm
วันที่ 3 ธ.ค. 2552 15:58
อ่าน 4177

               พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 168

                                       เริ่มเรื่องจตุตถสังคายนา

        โดยสมัยนั้นแล      ภิกษุ   ๖๘,๐๐๐   รูป      ประชุมกันที่ถูปาราม.      อาสนะ

ของพระมหามหินทเถระ       เขาปูหันหน้าไปทางด้านทิศทักษิณ.    ธรรมาสน์ของ

มหาอริฏฐเถระ         เขาจัดตั้งหันหน้าไปทางด้านทิศอุดร.       ครั้นนั้นแล     พระ

มหาอริฏฐเถระ    อันพระมหินทเถระ     เชื้อเชิญแล้วก็นั่งบนธรรมาสน์    โดยลำดับ

อันถึงแก่ตน     ตามสมควร.      พระมหาเถระ   ๖๘   รูป    ซึ่งมีพระมหินทเถระเป็น

ประมุข ก็นั่งล้อมธรรมาสน์.      พระกนิษฐภาดา     แม้ของพระราชา     พระนามว่า

มัตตาภยเถระ    เป็นผู้เอาธุระการงาน    (คือตั้งใจศึกษาเล่าเรียน)     ร่วมกับภิกษุ 

๕๐๐     รูป    นั่งล้อมธรรมาสน์ของพระมหาอริฏฐเถระนั้นแล    ด้วยตั้งใจว่า     จัก

เรียนเอาพระวินัย.     พวกภิกษุแม้ที่เหลือ      และบริษัทพร้อมด้วยพระราชา   ก็ได้

นั่งบนที่นั่งอันถึงแก่ตน    ๆ    แล้ว.

 



ความคิดเห็นที่ 1
 
paderm
วันที่ 3 ธ.ค. 2552 15:58

                 ครั้งนั้น      ท่านพระมหาอริฏฐเถระ     ได้แสดงนิทานแห่งพระวินัยว่า

โดยสมัยนั้น       พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า       ประทับอยู่ที่โคนต้นสะเดาอันนเฬรุ-

ยักษ์สิง   ใกล้เมืองเวรัญชา   ดังนี้เป็นต้น.    ก็แลเมื่อท่านพระอริฏฐเถระ    แสดง

นิทานแห่งพระวินัยแล้ว     อากาศก็ร้องคำรามดังสนั่น.    สายฟ้าอันมิใช่ฤดูกาลก็

แลบแปลบปลาบ.    พวกเทวดาได้ถวายสาธุการแล้ว. มหาปฐพีไหวหวั่น    จนถึง

ที่สุดน้ำรองแผ่นดิน.

            เมื่อปาฏิหาริย์หลายอย่างเป็นไปอยู่อย่างนั้น      ท่านพระอริฏฐเถระซึ่งมี

พระมหาเถระขีณาสพ   เจ้าคณะแต่ละคณะ   ๖๘    รูป  อันมีพระมหามหินท์

เป็นประมุข     และภิกษุหกหมื่นรูปนอกจากนั้นห้อมล้อมแล้ว    ได้ประกาศพระวินัย

ปิฎก    อันแสดงซึ่งคุณมีพระกรุณาของพระศาสดาเป็นต้น      ซึ่งกำจัดความดิ้นรน

ทางกายกรรมวจีกรรม    ของเหล่าชนผู้ทำตามคำพร่ำสอน  ของพระผู้มีพระภาคเจ้า

ในท่ามกลางแห่งมหาวิหารถูปาราม       ในวันปวารณาเดือนกัตติกาแรก.       ก็ท่าน

พระอริฏฐเถระ          ครั้นประกาศแล้ว      บอกสอนแก่ภิกษุเป็นอันมาก      คือให้ตั้ง

อยู่ในหทัยของภิกษุมากหลาย ดำรงอยู่ตราบเท่าอายุ แล้วก็ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเส-

สนิพพานธาตุ.  

 
  

ความคิดเห็นที่ 2
 
paderm
วันที่ 3 ธ.ค. 2552 15:59

                        พระมหาเถระ  ๖๘  รูป   แม้เหล่านั้นแล

                อันมีพระมหามหินท์เป็นประมุข       ผู้เอาธุระ

                การงานมาประชุมพร้อมกันแล้ว     ในสมาคม     

                นั้น,   ทั้งหมดเป็นเจ้าคณะแต่ละคณะ    เป็น

                สาวกของพระธรรมราชา      มีอาสวะสิ้นแล้ว

                ได้บรรลุวสี   มีวิชชา   ๓  ฉลาดในอิทธิฤทธิ์

                รู้แจ้งอุดมอรรถอนุสาสน์พระราชา     พระเถระ

                ผู้แสวงหาคุณใหญ่แสดงแสงสว่าง         (คือ

                ความสว่างแห่งญาณ)  ให้เห็นชัด  ยังแผ่นดิน

                (คือเกาะลังกา)นี้ให้รุ่งเรืองแล้ว ก็ปรินิพพาน 

                เหมือนกองไฟลุกโพลงแล้วดับไป
ฉะนั้น.

                 จำเนียรกาลต่อมาแต่กาลปรินิพพานแห่งพระมหาเถระเหล่านั้นลำดับ

สืบต่อกันมาแห่งอาจารย์        ซึ่งมีประการดังกล่าวแล้วในตอนต้นอย่างนี้       คือ

พระมหาเถระแม้เหล่าอื่น   ผู้เป็นอันเตวาสิกของพระเถระเหล่านั้น   และพระเถระ

ทั้งหลาย    มีพระติสสทัตตะ     พระกาฬสุมนะ   และพระทีฆสุมนะเป็นต้น  ผู้เป็น

อันเตวาสิกแห่งอันเตวาสิกทั้งหลาย       ของพระมหาอริฏฐเถระ   ได้นำพระวินัย-

ปิฎกนี้มา   จนถึงทุกวันนี้.

 
  

ความคิดเห็นที่ 3
 
paderm
วันที่ 3 ธ.ค. 2552 15:59

              เพราะเหตุนั้น       ข้าพเจ้าจึงกล่าวไว้ว่า      ก็ถัดจากตติยสังคายนามา

พระเถระทั้งหลาย          มีพระมหินท์เป็นต้น           ได้นำพระวินัยปิฎกมาสู่เกาะนี้

พระเถระทั้งหลาย       มีพระอริฏฐเถระเป็นต้น    เรียนจาก  (สำนัก)     พระมหินท์

แล้ว   ได้นำมาตลอดเวลาระยะหนึ่ง      ตั้งแต่เวลาพระอริฏฐเถระเป็นต้นนั้นนำมา

พระวินัยปิฎกนั้น    พึงทราบว่า     ได้นำสืบมาโดยลำดับอาจารย์   ซึ่งเป็นการสืบ

ลำดับอันเตวาสิกของพระอริฏฐเถระเป็นต้นเหล่านั้นนั่นเอง   จนถึงทุกวันนี้.

 
  

กรุณา login
กรุณา login เข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่


keywordkeyword :  สังคายนา