Loading...

นางปฎาจารา
opanayigo
วันที่ 6 ม.ค. 2552 20:10
อ่าน 480

       พระศาสดาทรงสดับคำของนางปฎาจาราแล้ว จีงได้ตรัสว่าอย่าคิดเลยปฎาจารา

เธอ
มาสู่สำนักของผู้สามารถจะเป็นที่พึ่งพำนักอาศัยของเธอได้; เหมือนอย่างว่า บัดนี้

บุตร
คนหนึ่งของเธอถูกเหยี่ยวเฉี่ยวไป,     คนหนึ่งถูกน้ำพัดไป,    สามีตายแล้วที่ทาง

เปลี่ยว,
มารดาบิดาและพี่ชายถูกเรือนทับฉันใด;  น้ำตาที่ไหลออกของเธอผู้ร้องไห้อยู่

ในสังสารนี้ในเวลาที่ปิยชนมีบุตรเป็นต้นตาย        ยังมากกว่าน้ำแห่งมหาสมุทรทั้ง  ๔

ก็ฉันนั้นเหมือนกัน  ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า

          "น้ำในมหาสมุทรทั้ง  ๔   มีประมาณน้อย,    น้ำตาของคนผู้อันทุกข์ถูกต้องแล้ว

เศร้าโศกมิใช่น้อย  มีมากกว่าน้ำในมหาสมุทรนั้น;  แม่น้องหญิง  เหตุไรเธอจึงประมาท

อยู่เล่า"

 

            จาก...พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เรื่องนางปฎาจารา

                           .........................................................................

                                            - ธรรมเตือนใจ หน้า ๔๒

                          หนังสือ แด่ผู้มีทุกข์ โดย อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์

 



ความคิดเห็นที่ 1
 
พุทธรักษา
วันที่ 6 ม.ค. 2552 21:13


ข้อมูลเพิ่มเติม

.
.

ปฏาจาราภิกษุณี
.
.
.

.............................ขออนุโมทนาค่ะ............................


(ประวัติของท่าน เป็นข้อคิด ที่น่าพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง.)




 
  

ความคิดเห็นที่ 2
 
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 6 ม.ค. 2552 21:56

"ปฏาจารา ข้อนั้น เป็นอย่างนั้น  ด้วยว่า ความเป็นอยู่วันเดียวก็ดี ขณะเดียวก็ดี  ของผู้

เห็นความเกิดขึ้น และความเสื่อมไป แห่งปัญจขันธ์เหล่านั้น ประเสริฐกว่าความเป็นอยู่

ตั้ง ๑๐๐ ปี ของผู้ไม่เห็นความเกิดขึ้น   และความเสื่อมไป   แห่งปัญจขันธ์.....ขอ

อนุโมทนา

 
  

ความคิดเห็นที่ 3
 
เมตตา
วันที่ 6 ม.ค. 2552 23:40

เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่.......

 ผู้มีปัญญา ไม่ควรประมาท

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 4
 
orawan.c
วันที่ 7 ม.ค. 2552 06:10

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 5
 
suwit02
วันที่ 7 ม.ค. 2552 09:58

สาธุ

 
  

ความคิดเห็นที่ 6
 
wannee.s
วันที่ 9 ม.ค. 2552 20:46
ผู้มีชีวิตอยู่วันเดียวแต่เจริญสติปัฏฐาน ประเสริฐกว่าผู้มีชีวิตอยู่ร้อยปี

แต่ไม่ได้เจริญสติปัฏฐาน
 
  

ความคิดเห็นที่ 7
 
คุณ
วันที่ 10 ม.ค. 2552 13:00
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  

ความคิดเห็นที่ 8
 
paderm
วันที่ 10 ม.ค. 2552 17:36

                  ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒-หน้าที่ 275

                                        เรื่องพระวนวาสีติสสเถระ

              น้ำตาของมนุษย์มากกว่าน้ำในมหาสมุทร

         พระศาสดา      เสด็จถึงที่อยู่ของสามเณรนั้นแล้ว     เสด็จขึ้นสู่ยอด

ภูเขา.   ก็มหาสมุทรย่อมปรากฏแก่ผู้ที่ยืนอยู่บนยอดภูเขานั้น.   พระศาสดา

ตรัสถามสามเณรว่า    "ติสสะ    เธอยืนอยู่บนยอดเขา    แลดูข้างโน้นและ

ข้างนี้    เห็นอะไร  ?"

         สามเณร.  เห็นมหาสมุทร  พระเจ้าข้า

         พระศาสดา.เห็นมหาสมุทรแล้วคิดอย่างไร ?

         สามเณร.    ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า   'เมื่อเราร้องไห้ในคราวที่ถึง

ทุกข์    น้ำตาพึงมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่'  พระเจ้าข้า.

 
  

ความคิดเห็นที่ 9
 
paderm
วันที่ 10 ม.ค. 2552 17:55

    พระศาสดา   ตรัสว่า   "ดีละ   ดีละ  ติสสะ,     ข้อนี้เป็นอย่างนั้น,เพราะ

น้ำตาอันไหลออก ในเวลาที่สัตว์ผู้หนึ่ง ๆ ถึงซึ่งทุกข์   พึงเป็นของมากกว่า

น้ำในมหาสมุทรทั้งสี่  โดยแท้." ก็แลครั้นตรัสคำนี้แล้วจึงตรัสพระคาถานี้ว่า:-

                        " น้ำในมหาสมุทรทั้งสีนิดหน่อย,  น้ำคือน้ำตา

              ของนระผู้อันทุกข์ถูกต้องแล้ว      เศร้าโศกอยู่      มี

              ประมาณไม่น้อย   มากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่นั้น,

              สหาย   เพราะเหตุไร   ท่านจึงยังประมาทอยู่ ? "

                          อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

ความคิดเห็นที่ 10
 
pornpaon
วันที่ 11 ม.ค. 2552 12:03

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 11
 
khampan.a
วันที่ 13 ม.ค. 2552 11:24

ขออนุโมทนาครับ

 
  

กรุณา login
กรุณา login เข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่