เข้าใจถูก นำไปสู่การปฎิบัติถูก
ศึกษาธรรมะแต่ปฏิบัติผิด หมายความว่าเข้าใจธรรมะหรือเปล่า เพียงแต่รู้ว่ามีจิตเท่า
ไหร่ เจตสิกเท่าไหร่ จิตนั้นมีลักษณะนั้น เพราะว่ามีหลายคนก็เป็นทั้งชาวต่างประเทศ
ด้วยที่มีความรู้ในเรื่องของคำและเรื่องราวของปรมัตถธรรม แต่ไม่เข้าใจการอบรมเจริญ
ปัญญา มีการกำหนดลมหายใจ เพราะมีที่กล่าวถึงไว้ในกายนุปัสสนาสติปัฏฐาน แต่ต้อง
ไม่ลืมว่าปริยัติเป็นเหตุที่จะนำมาซึ่งปฏิปัตติ และถ้าเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องนำมาซึ่ง
ปฏิเวทคือการรู้แจ้ง
เพราะฉะนั้นการศึกษาใด ๆ ก็ตามที่ไม่นำให้เกิดการรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่
กำลังปรากฏตามปกติ ตามความเป็นจริงซึ่งจะรู้ได้ว่าปรากฏกับสติเพราะสติเกิด และก็
กำลังมีสภาพธรรมที่กำลังปรากฏกับสตินั่นแหละเป็นอารมณ์ ถ้าไม่ใช่การรู้อย่างนี้จะไม่
เห็นการเป็นอนัตตาเลย เพราะว่ามีความเป็นเรา มีความเป็นตัวตนที่กำลังกำหนดจด
จ้องอยู่ที่หนึ่งที่ใด ขณะนั้นก็มีความต้องการ แล้วจะละความต้องการได้อย่างไร
เพราะฉะนั้นปริยัตินั้นก็ไม่ใช่ความเข้าใจเลย ถ้านำไปสู่การปฏิบัติผิด แต่ว่าถ้ามี
ความเข้าใจถูกจริง ๆ จะไม่นำไปสู้การปฏิบัติผิดเลย เพราะว่ามีความเข้าใจจริง ๆ ว่า
ขณะนี้เป็นธรรมะ แต่ว่าไม่ได้ปรากฏกับสติ แต่ปรากฏกับโลภะบ้าง ปรากฏกับโทสะบ้าง
ที่ติดข้องในสิ่งที่กำลังปรากฏ หรือว่าไม่พอใจในสิ่ที่กำลังปรากฏ แต่ว่าขณะใดที่
ลักษณะของสภาพธรรมเหมือนอย่างนี้ ไม่ได้ต่างกันเลย แต่ปรากฏกับสติ
นี่คือความต่าง ขณะนั้นเพราะการศึกษาด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องในลักษณะของ
สติสัมปชัญญะ ในสติปัฏฐาน และก็ในสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ เพราะฉะนั้นถ้าเป็น
ปริยัติที่เป็นความเข้าใจจริง ๆ ว่าขณะนี้เป็นธรรมะและก็การที่จะรู้แจ้งได้คือการอบรม
ด้วยสติที่เกิดไม่ใช่เราจะทำ หรือเราจะกำหนด ขณะนั้นปริยัตินั้นจึงจะนำให้เกิดปฏิปัตติ
และปฏิบัติที่ถูกต้องก็จะทำให้รู้แจ้งแทงตลอดความเป็นจริงของสภาพธรรมนั้น
เพราะฉะนั้นปริยัติไม่ได้หมายความถึงเพียงเรียนแล้วก็ฟัง แต่ว่ายังคงมีความไม่รู้
หรือความเป็นตัวตนอย่างมากที่ยึดถือว่าจะต้องมีการทำได้ หรือว่าจะต้องมีเราที่ทำ ซึ่ง
ความจริงถ้าฟังต้องมีความเข้าใจได้เลยว่าขณะนี้ก็คือจิต เจตสิก รูป แม้ว่าสติ-
สัมปชัญญะยังไม่ได้เกิดที่จะรู้ลักษณะของสภาพธรรมนั้น แต่ก็มีความเข้าใจถูกในขั้นฟัง
ซึ่งความเข้าใจถูกต้องเป็นปัญญาของเราเอง นี่จึงจะเป็นปริยัติ มิฉะนั้นก็จะนำไปสู่ข้อ
ปฏิบัติผิดซึ่งจะไม่กลับมาสู่ข้อปฏิบัติที่ถูกได้ถ้ายังคงเป็นความเห็นที่ผิดหรือความเข้า
ใจที่ผิด
เพราะฉะนั้นธรรมะก็เป็นเรื่องที่ละเอียดมาก และก็เป็นเรื่องที่ตรงด้วย เหตุต้อง
ตรงกับผล ความเข้าใจเองของเราจริง ๆ นี่คือประโยชน์จากการฟัง ถ้ายังไม่เข้าใจเพียง
แต่ว่าจำ ๆ จากเรื่องราวที่มีในหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ขณะนั้นไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่
ปัญญาที่อบรมเป็นแต่เพียงสัญญาความจำซึ่งในชาติหนึ่งอาจจะจำเรื่องนี้ ภาษานี้ อีก
ชาติหนึ่งก็ลืมหมด เพราะเป็นแต่เพียงความจำเท่านั้น
