จักขุปสาทรูป
สุ. รูป คือ ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม เป็นมหาภูตรูป เป็นรูปใหญ่ แต่เมื่อธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม
เกิดขึ้นแล้ว ก็มีรูปอีก ๔ รูปเกิดร่วมด้วย คือ สี กลิ่น รส โอชา
นี่คือพื้นฐานทั่วๆไปที่จะเข้าใจว่า รูปที่เราเข้าใจว่า เป็นรูปใหญ่มาก แท้ที่จริงก็
เป็นกลุ่มของรูปที่เล็กที่สุด ภาษาบาลีใช้คำว่า “กลาป” เล็กจนแยกอีกไม่ได้แล้ว ต้อง
มี ๘ รูป แล้วก็มีอากาศธาตุแทรกแต่ละกลาป ทำให้รูปใหญ่ๆที่เราคิด สามารถกระจัด
กระจายแตกย่อยออกได้ เพราะเหตุว่ามีอากาศธาตุแทรกคั่นอยู่ แต่ถึงแม้ว่าเป็นรูป รูปก็
มีสมุฏฐานที่ต่างกัน คือ บางกลุ่มหรือบางกลาปเกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐาน อย่างอื่นไม่
สามารถทำให้เกิดรูปนั้น ได้เลยนอกจากกรรม เช่น จักขุปสาทรูป แต่เมื่อเกิดต้องมี
มหาภูตรูป ๔ รวมอยู่ด้วย แล้วรูปใดก็ตามที่เกิดจากกรรม จะต่างจากรูปอื่น เพราะเหตุว่า
มีชีวิตินทรียรูปอีกรูปหนึ่งเกิดร่วมด้วย ทุกกลาปที่เป็นรูปที่เกิดจากกรรม และยังมีจักขุ
ปสาท เพราะฉะนั้นในกลุ่มนั้นมี ๑๐ รูป เพิ่มอีก ๒ รูป เมื่อเป็นรูปที่เกิดจากกรรม
นี่คือกล่าวถึงสมุฏฐานต่างๆ
