Loading...
 Print
 8963   สภาวลักษณะของจิต ๑

สภาวลักษณะของจิต ๑

กฤษณา        ประเด็นที่กำลังสนทนาตอนนี้ เป็นเรื่องสามัญลักษณะของจิต ซึ่งก็ได้แก่

ไตรลักษณะ ซึ่งท่านวิทยากรก็ได้กรุณาเพิ่มพูนความเข้าใจ ให้พวกเราได้ความเข้าใจ

เพิ่มขึ้น โดยสรุปแล้วคือ

             อนิจจลักษณะก็หมายถึงลักษณะที่ไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วก็ดับไปไม่สามารถที่จะ

ดำรงอยู่ได้ แล้วลักษณะที่ไม่เที่ยงเกิดขึ้นแล้วดับไป นั่นก็เป็นทุกข์ สภาพที่ไม่เที่ยงเป็น

ทุกข์ก็ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา ก็เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน แล้วท่านก็กรุณาชี้แจงให้

ทราบว่า ไตรลักษณะนี้เป็นลักษณะที่ไม่แยกจากกัน คือ จะไม่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง

ที่จะมีเพียงลักษณะเดียว สำหรับสังขารธรรม ถ้าสำหรับวิสังขารธรรมคือ พระนิพพาน

แล้วก็จะมีเฉพาะอนัตตลักษณะเท่านั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องสามัญลักษณะที่เราได้สนทนากัน

เป็นประเด็นแรก ไม่ทราบจะมีอะไรเพิ่มเติมอีกไหมคะ ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติมจะได้เลื่อนไป

สู่ประเด็นต่อไป เรื่องสภาวลักษณะ

           ต่อไปก็เป็นเรื่องสภาวลักษณะของจิต ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของจิต เราก็จะพูด

กันใน ๔ หัวข้อ

         ๑. อารัมมนวิชานนลักขณัง มีการรู้แจ้งอารมณ์เป็นลักษณะ

         ๒. ปุพพังคมรสัง มีการถึงก่อน คือมีความเป็นหัวหน้า เป็นใหญ่ในการรู้อารมณ์

เป็นรส คือเป็นกิจ หน้าที่ของจิต

         ๓. สันตานปัจจุปัฏฐาน มีการสืบเนื่องกัน คือการเกิดดับสืบต่อกันเป็นปัจจุ-

ปัฏฐาน คือ เป็นอาการปรากฏ

         ๔. นามรูปปทัฏฐานัง มีนามธรรมและรูปธรรมเป็นปฎัทฐาน คือเป็นเหตุใกล้ให้เกิด

ที่ว่ามีการรู้แจ้งอารมณ์เป็นลักษณะ

          ข้อที่ ๑ อันนี้ก็ตรงกับที่ได้สนทนากันไปในเรื่องลักษณะของจิตประการที่ ๑ ไป

แล้วที่ว่า จิตเป็นสภาพธรรมที่รู้แจ้งอารมณ์   

          สำหรับข้อที่ ๒ ปุพพาคมรสัง มีการถึงก่อนเป็นรส เป็นกิจ ก็ไม่ทราบผู้ร่วม

สนทนาจะมีข้อคิดเห็นประการใด  เมื่อสักครู่คุณเรียมบอกจะถามหรือว่าแสดงความคิด

เห็น เกี่ยวกับสภาวลักษณะ ตอนนี้ถึงวาระแล้ว เชิญคะ

ถาม    จะถามท่านอาจารย์สมพรเรื่องศัพท์ สภาวลักษณะแล้วก็ปัจจัตตลักษณะ มีความ

หมายกว้างแคบกว่ากันแค่ไหน ครับ

สมพร สภาวลักษณะ  ลักษณะที่มีอยู่ของตน

ผู้ถาม อย่างเช่นผัสสะก็มีลักษณะกระทบอารมณ์ สัญญามีลักษณะจำอารมณ์อย่างนี้

เรียกสภาวลักษณะ

สมพร สภาวลักษณะ

ผู้ถาม แล้วทีนี้ปัจจัตตลักษณะ

สมพร ปัจจัตตลักษณะ หมายถึงลักษณะเฉพาะตน คือว่ากล่าวเฉพาะศัพท์เดียว อย่าง

เดียว ธรรมอย่างเดียว อย่างผัสสะ ก็มีลักษณะเฉพาะของผัสสะ เวทนาก็มีเฉพาะ

ลักษณะของเวทนา แต่ละอย่างๆ ปัจจัตต มาจาก ปฏิ กับอัตต ปฏิ แปลงสระ อิ เป็น

จะจะ บวกกับอัตตะเป็น ปัจจัตตะ ลักษณะเฉพาะตน เฉพาะศัพท์หนึ่ง บทหนึ่ง ก็เป็น

ของเขา แต่สภาวะลักษณะนี้ทั่วไป ที่เป็นปรมัตถ์แล้วต้องมีลักษณะของตน ไม่ได้กล่าว

ว่า เป็นลักษณะของตนของตน ก็หมายความว่ากว้างๆ

ผู้ถาม หมายความว่าสภาวะลักษณะกว้างกว่า มี ๔ ลักษณะใช่ไหมครับ สภาวะลักษณะ

กฤษณา        ขอเรียนถามท่านอาจารย์สมพรต่อ จากเรื่องศัพท์ เพราะเมื่อกี้พูดค้างอยู่

ที่ข้อที่ ๒ ที่เรียกว่าปุพพคมรสัง อาจารย์สมพรกรุณาให้ความกระจ่างบาลีตรงนี้

สมพร จิตมีลักษณะ มีกรรรู้อารมณ์เป็นลักษณะ หน้าที่ของจิต คือการงานของจิต ท่าน

ใช้คำว่า ปุพพคมรสัง มีการถึงก่อน ในการถึงก่อน หมายความว่า เป็นประธาน จิตทำกิจ

ทำหน้าที่รู้อารมณ์ โดยความเป็นประธานในการรู้อารมณ์ ไม่เหมือนเจตสิก ส่วนเจตสิก

บางดวงเกิดก็ได้ ไม่เกิดก็ได้ จิตที่ว่าเป็นประธาน เพราะว่าต้องเกิดขึ้นทุกครั้ง ปุพพัง

ท่านหมายความว่าเกิดขึ้นก่อน หมายความว่าเป็นประธาน เป็นประธานในการรู้อารมณ์

คือการทำกิจรู้อารมณ์

กฤษณา   ถึงก่อนหมายความว่าถึงอารมณ์ก่อน เป็นประธาน

สมพร      เป็นประธาน

กฤษณา  เป็นประธานเป็นการรู้อารมณ์

อดิศักดิ์    พูดถึงสภาวลักษณะ สภาวลักษณะกับวิเสสลักษณะ เป็นอันเดียวกัน ใช่ไหม

ครับ อาจารย์สมพร

สมพร      คำว่า วิเสสลักษณะ ลักษณะที่แตกต่างกัน หมายความว่าผัสสะนี้มีลักษณะ

แตกต่างจากเวทนา เวทนาก็มีลักษณะแตกต่างผัสสะ จิตก็มีลักษณะแตกต่างจาก

เจตสิก เจตสิกก็มีลักษณะแตกต่างจากจิต เรียกว่าวิเสสลักษณะ คือมันแตกต่างกันไป

เลย

อดิศักดิ์   อย่างนั้นมันเป็นที่ใช้แทนกันได้ไหมครับ สภาวลักษณะ วิเสสลักษณะ แล้ว ก็

ลักขณาทิจตุกะ

สมพร     เป็นปรมัตถ์ทั้งหมด เป็นของจริงทั้งหมด แต่ท่านใช้ศัพท์คนละอย่าง  เป็น

ปรมัตถ์ เป็นของจริงทั้งหมด เป็นรูปหรือเป็นนาม อะไรก็แล้วแต่

อดิศักดิ์   บางแห่งก็ใช้คำว่าวิเสสลักษณะ

สมพร      วิเสสลักษณะ หมายถึงลักษณะที่แตกต่างกัน ท่านกล่าวแต่ละดวง เช่น

ผัสสะมีลักษณะอย่างนี้ๆ หมดแล้ว ก็กล่าวถึงเวทนาว่าลักษณะเวทนาเป็นอย่างนี้ๆ

เพราะว่ามันแตกต่างจากเวทนา ผัสสะมีลักษณะแตกต่างจากเวทนา คำว่าแตกต่างนี้

ท่านใช้คำว่าวิเสสะ แปลว่าแตกต่าง

อดิศักดิ์  ทีนี้มันแตกต่าง ทั้ง ๔ ลักษณะเลยหรือเปล่า

สมพร     ก็ทั้งหมดเลย

อดิศักดิ์   ทั้งหมด คือสภาวลักษณะ หมายถึง

สมพร      สภาวลักษณะ ลักษณะที่มีอยู่จริง

อดิศักดิ์   ที่มีอยู่จริง ก็ต้องเอา ๔ ใช่ไหมครับลักษณะที่จริง

สมพร      ลักษณะจริงนี้มันกว้าง ยังไม่ได้กล่าวแต่ละอัน แต่ละอัน

อดิศักดิ์    แต่ละอัน ถือเป็นวิเสสะ

สมพร      วิเสสะ แต่แตกต่างกัน ลักษณะของจิตแตกต่างกัน ลักษณะของเจตสิก คำว่า

แตกต่างนี้ เรียกว่า วิเสสะ ลักษณะที่แตกต่าง

สุ.           เพราะเหตุว่า ลักษณะกับกิจก็คล้ายๆกัน

อดิศักดิ์  อย่างโลภะเราก็จำได้ว่าติด ติดในอารมณ์ เท่าที่เรียนๆมา ลักษณะโลภะก็ติด

ในอารมณ์  ถ้าเอา ๔  ก็คงเรียงไม่ได้ จำไม่ได้

สุ.        ไม่ต้องเรียง แล้วก็ไม่ต้องจำ แต่ว่าเข้าใจให้ถูก เพราะเหตุว่าการฟังเดี๋ยวนี้ เรื่อง

จิต ไม่ใช่ให้ไปจำลักษณะทั้ง ๔  แต่ให้รู้ที่กำลังเห็นเดี๋ยวนี้ ฟังอย่างไรใน ๔ อย่างให้เข้า

ใจขึ้นถึงลักษณะของจิตที่กำลังมีอยู่ทุกขณะ แล้วก็กำลังเกิดดับ

อดิศักดิ์   อย่างยกตัวอย่าง ลักษณะ เห็นอย่างนี้

สุ.          จิตทั้งหมดที่กำลังมี ทุกคนกำลังมี จะต้องรู้ว่าเป็นสภาพรู้อารมณ์ เป็นสภาพรู้

อารมณ์  ไม่ใช่เป็นสภาพสั่ง

ปรับปรุงข้อมูล 29 พ.ค. 2555
keyword keyword : -

Back to Top