การทรงเจ้า เป็นมงคลตื่นข่าวหรือไม่

ผู้ถาม    เรื่องมงคลตื่นข่าว พระผู้มีพระภาคก็ทรงห้ามพุทธบริษัทไม่ให้ถือมงคลตื่นข่าว ทีนี้มงคลตื่นข่าว ส่วนใหญ่ก็รู้ว่า ไปบูชาก้อนหินใหญ่ๆ ต้นไม้ใหญ่ๆ หรือผู้วิเศษเกิดขึ้นทางโน้นบ้าง ทางนี้บ้าง เท่านี้ก็ถือว่ามงคลตื่นข่าว

     เรื่องมงคลตื่นข่าว   เวลานี้ผมก็สงสัยอยู่หลายอย่าง เช่น พวกทรงเจ้า  จะถือว่าเป็นมงคลตื่นข่าวหรือเปล่า

สุ.     ทุกอย่างที่จะกระทำ ควรจะพิจารณาถึงเหตุผล เพื่ออะไร

ผู้ถาม   ทรงเจ้าก็เพื่อรักษาโรคบ้าง เพื่อหวังความร่ำรวยบ้าง เผื่อว่าเจ้าจะได้ช่วย  เวลานี้มีเยอะครับ  มีเจ้ามาเข้าทรงบุคคลนั้นบุคคลนี้  ผู้ที่ป่วยไข้ก็ไปให้เจ้ารักษาให้หายโรค หายภัย เป็นต้น อย่างนี้เรียกว่า มงคลตื่นข่าวหรือเปล่า

สุ.     รู้สึกว่าทุกท่านจะเคยไป  ใช่ไหมคะ  เรื่องทรงเจ้า คงไม่มีท่านผู้ใดซึ่งไม่เคย คงจะได้ยินได้ฟังและเกิดความสนใจ   อย่างน้อยที่สุดก็ใคร่ที่จะเห็นด้วยตาของตัวเองว่าจริงหรือเท็จประการใด หรือว่าจะมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด  แต่ไม่ได้พิจารณาถึงโทษ ว่าจะมีบ้างหรือเปล่า

     สำหรับท่านที่ป่วยไข้ได้เจ็บ  เป็นของธรรมดาที่คงอยากหายจากโรค  วิธีการสมัยใหม่อาจจะไม่ทันใจ เพราะเหตุว่าผู้ป่วยย่อมอยากจะหายเร็ว  เพราะฉะนั้นถ้าจะมีหนทางอื่นใดประกอบด้วยเพื่อจะหายเร็วขึ้น  ทุกท่านก็ปรารถนา  โดยที่ขาดการพิจารณาว่า จะเป็นไปได้หรือไม่   เพราะเหตุว่าส่วนใหญ่จะได้ยินถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าที่รักษาโรคที่ทำให้โรคภัยร้ายแรงหายได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะฉะนั้นก็น่าจะพิจารณาว่า ส่วนที่ไม่หาย เพราะอะไร

     ทีนี้ถ้าคิดเสียว่า ในเมื่อตาก็ไม่เห็นชัดว่า  เป็นเจ้าจริงๆหรือเปล่า ถูกไหมคะ ทั้งๆที่เห็น ก็ยังเคลือบแคลงสงสัยอยู่ไม่วายว่า  เจ้าหรือเปล่า หรือว่าไม่ใช่เจ้า  ทั้งๆที่ไปดู ไม่สามารถตัดสินได้   เพราะฉะนั้นถ้ามีใครที่หายโรค  จะเป็นไปได้ไหมที่ว่า บุคคลนั้นก็กำลังจะหาย เพราะฉะนั้นเมื่อมีศรัทธา  มีความเลื่อมใส มีความเชื่อมั่น  ก็อาจจะเป็นเหตุให้โรคที่กำลังจะหาย หายได้   เพราะว่ามีโรคหลายโรค ซึ่งแม้ว่าไม่รักษาก็หาย หรือว่ามีหลายโรค ที่แม้รักษาก็ไม่หาย  และก็มีหลายโรคที่ต้องรักษาจึงหาย ไม่รักษาไม่หาย

     เพราะฉะนั้นก็ควรจะพิจารณาจริงๆ ว่า ที่หายนั้น หายเพราะอะไร และที่ไม่หาย ไม่หายเพราะอะไร   นั่นเป็นเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ  สำหรับเรื่องของลาภ ของยศ  ของตำแหน่งหน้าที่การงาน ของการพ้นจากคดี หรือเรื่องร้ายต่างๆ ก็ควรที่จะได้พิจารณาว่า ผู้อื่นสามารถบันดาล หรือว่าที่สำคัญที่สุดนั้น คือ กรรมของตนเอง

     และสำหรับสิ่งที่อาจเป็นโทษซึ่งมองไม่เห็น   ก็คือการน้อมไปในการยึดถือมงคลตื่นข่าวทีละเล็กทีละน้อย ทีละเล็กทีละน้อย  โดยปราศจากเหตุผล และจะทำให้เสียเวลาในการพิจารณาธรรมที่ปรากฏที่ควรพิจารณา ที่ควรศึกษา อย่างเรื่องของปรมัตถธรรมที่ได้ศึกษาไปแล้ว เรื่องของจิตประเภทต่างๆ  ลักษณะต่างๆ  แทนที่จะนึกถึงเรื่องมงคลตื่นข่าว กลับพิจารณาสิ่งที่ได้ยินได้ฟังให้เพิ่มขึ้น  จนกระทั่งมีความเข้าใจลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏ  แล้วมีปัจจัยให้สัมมาสติระลึกลักษณะของสิ่งที่ปรากฏ   จะมีประโยชน์กว่าการที่จะขวนขวาย  นึกถึง หรือเพียรที่จะยึดถือมงคลตื่นข่าว  ซึ่งไม่ใช่มีแต่เพียงอย่างเดียว มีอีก มีอีก มีอีก หลายๆอย่าง หลายๆสำนัก ซึ่งก็ไม่สามารถจะให้เหตุผลหรือให้เกิดปัญญารู้ลักษณะของสภาพธรรมตามความเป็นจริง   และไม่ทำให้ยึดมั่นในเรื่องกรรมของตนด้วย เพราะเหตุว่าเข้าใจว่า บุคคลอื่นสามารถดลบันดาลได้

     เพราะฉะนั้นก็มีโทษภัยที่มองไม่เห็น ซึ่งจะต้องพิจารณาจนกว่าจะเห็นว่า  ประโยชน์ที่สุดในชีวิต  คือ  การเข้าใจลักษณะของธรรม   การศึกษาพิจารณาสภาพธรรมที่ปรากฏย่อมมีประโยชน์กว่า

     มีเรื่องอื่นอีกไหมคะ นอกจากเรื่องเข้าทรง และประโยชน์จริงๆ  ไม่ทราบว่าคืออะไร  นอกจากต้องการ  และถ้าได้  ก็คิดว่าเป็นเพราะการดลบันดาลของบุคคลอื่น ซึ่งนั่นก็ไม่ช่วยให้เกิดความเห็นที่ถูกต้องในเรื่องกรรมของตน