อกุศลธรรม ๙ กอง -- อาสวะ ๔

     สำหรับอกุศลธรรมทั้งหมดทรงจำแนกออกเป็น ๙ หมวด หรือ ๙ กอง

       หมวดที่ ๑ คือ  อาสวะ  ซึ่งเป็นธรรมชาติอกุศลธรรมที่หมักดองอยู่ในใจ เมื่อหมักดองเป็นเชื้ออยู่ในใจ ก็ย่อมทำให้ไหลไปตามอารมณ์ต่างๆ  ซึ่งเรื่อง ของอาสวะ    ถ้ากล่าวโดยสภาพของเจตสิกแล้ว   ก็มี ๓ ประเภท  คือ โลภ- เจตสิก ๑  ทิฏฐิเจตสิก ๑  โมหเจตสิก ๑  และถ้าสงเคราะห์กับจิตตานุปัสสนา ก็จะได้แก่ จิตประเภทที่เป็นสราคจิต

        สำหรับอาสวะ ๔   ก็ขอทบทวนอีกเล็กน้อย   เพื่อให้ท่านผู้ฟังได้เช้าใจ เรื่องของอกุศลประเภทต่อไปด้วย

       สำหรับอาสวะ ๔    มีกามาสวะ  ความยินดีพอใจในรูป  เสียง  กลิ่น  รส โผฏฐัพพะ   ไหลไปเรื่อย  ตลอดเวลาที่สติไม่เกิดขึ้นระลึกรู้ลักษณะของนาม และรูป

     ทุกท่านคงชินกับพยัญชนะที่ว่า สติเป็นธรรมชาติที่กั้น ปัญญาเป็นธรรมชาติ ที่ปิดกระแส  แล้วแต่จะกั้นหรือจะปิดกระแสของอกุศลธรรมได้มากเท่าไร  แต่ถ้าสติไม่เกิด  กระแสของอาสวะก็ไหลไปเรื่อย  ทั้งทางตา  ทางหู  ทางจมูก ทางลิ้น  ทางกาย  ทางใจในวันหนึ่งๆ ด้วยความยินดีพอใจในรูปที่เห็นทางตา ในเสียงที่ได้ยินทางหู  ในกลิ่นที่รู้ทางจมูก ในรสที่รู้ทางลิ้น ในโผฏฐัพพะ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ที่รู้ทางกาย  วันหนึ่งๆเป็นอย่างนี้  ไหลไปเรื่อยๆ เป็นสราคจิต แต่เท่านั้นไม่พอ  ยังมีทิฏฐาสวะ   ความเห็นผิดที่ยึดถือนามรูปว่าเป็นตัวตน เป็นสัตว์บุคคลร่วมด้วย 

     สำหรับทิฏฐาสวะ ความเห็นผิดที่ยึดถือนามรูปว่าเป็นตัวตน  ผู้ที่ยังไม่รู้ แจ้งอริยสัจธรรมแล้วย่อมมี  เพราะว่าสติไม่ได้ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรม ที่กำลังปรากฏถูกต้องตามความเป็นจริง    แล้วก็ละสิ่งที่เคยสะสม   หมักดอง เห็นผิดมาเนิ่นนานทีเดียวในสิ่งที่ปรากฏ   ถ้ายังไม่รู้แจ้งอริยสัจธรรม    ก็ยังมี ทิฏฐาสวะแน่นอนทีเดียว    ที่ว่าขณะใดที่เห็นว่าเป็นสัตว์  เป็นบุคคล   โดยที่ ปัญญาไม่ได้เกิดขึ้นรู้ชัด     กระจัดกระจายสภาพธรรมที่ปรากฏแต่ละลักษณะ ตามความเป็นจริงว่า สิ่งที่ปรากฏทางตาก็เป็นของจริงที่ปรากฏทางตาเท่านั้น แต่พอกระทบสัมผัส   ก็กลับเป็นของจริงอีกชนิดหนึ่งซึ่งปรากฏทางกาย  เป็น ลักษณะของรูปแต่ละชนิด อย่าปนกัน ถ้าปนกันตราบใด  ก็ยังคงยึดถือว่าเป็น ตัวตนตราบนั้น

     เพราะฉะนั้นก็ให้ทราบว่า ถ้าไม่เจริญสติแล้ว ก็ไม่มีหนทางที่จะละอาสวะ ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นกามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ หรืออวิชชาสวะ   ก็อยู่ที่ตัว ของทุกท่านเอง ทุกขณะที่สราคจิตเกิดขึ้นเป็นในรูป   เสียง   กลิ่น   รส โผฏฐัพพะ เป็นไปในขันธ์ เป็นไปในความเห็นผิด เป็นไปในความไม่รู้ลักษณะ ของนามและรูปที่ปรากฏ ซึ่งสภาพของเจตสิกที่หมักดอง จะเห็นได้ว่า  ถึงแม้ ว่าจะมีอกุศลเจตสิกถึง ๑๔ ประเภท แต่ที่หมักดองอยู่ในใจมีเพียง ๓  คือ โลภเจตสิก  ทิฏฐิเจตสิก  โมหเจตสิก  อย่างอื่นมีจริง  แต่ไม่หมักดองที่จะให้ ไหลไปเรื่อย เท่ากับ หรือเหมือนอย่างกับโลภเจตสิก ทิฏฐิเจตสิก โมหเจตสิก