เราก็เพียงแต่พิจารณาในสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเท่านั้นเองใช่ไหม

 

ผู้ถาม     ในทางตรงกันข้าม อย่างเวลาเราทำดี ไม่ว่าเราจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือบุคคลอื่น เราจะมีความยินดีและพอใจในสิ่งที่เราทำ อันนี้ก็เช่นเดียวกันใช่ไหม

สุ.     โอวาทปาฏิโมกข์ จำได้ไหม อะไรบ้าง

ผู้ถาม     มี ๓ ข้อ

สุ.     คือ ๑

ผู้ถาม     ละชั่ว

สุ.     ขณะที่กุศลเกิดนั้นละแล้วใช่ไหม ๒

ผู้ถาม     ทำความดี

สุ.     ขณะนั้นเป็นความดี เป็นกุศล ๓ หายไปไหน ชำระจิตให้บริสุทธิ์ซึ่งจะบริสุทธิ์ได้จากกิเลสคือการยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นตัวตน เพราะฉะนั้นก็จะมีคนที่สามารถเพียง ๒ ประการ แต่ถ้าประการที่ ๓ ถ้าไม่มีปัญญาไม่สามารถจะชำระจิตให้ผ่องใสหรือว่าดับกิเลสได้ถ้าไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง

ผู้ถาม     ถ้าเกิดเป็นเช่นที่ท่านอาจารย์กล่าวมาทั้งหมด ในวันหนึ่ง ๆ เราก็เพียงแต่พิจารณาในสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเท่านั้นเองใช่ไหม

สุ.     เราทำอะไรไม่ได้เลย แต่ว่าขณะไหนมีเหตุปัจจัยที่สภาพธรรมใดเกิดจากการฟังทีละเล็กทีละน้อยจริง ๆ  เป็นสังขารขันธ์ ไม่ใช่เฉพาะคุณสุกัญญาฟังชาตินี้ ชาติก่อน ๆ ก็ไม่รู้ว่าใครจะเกิดอยู่ที่นครสาวัตถีในเพศใด คฤหัสถ์หรือบรรพชิต ผู้ที่เป็นบรรพชิตที่ได้ฟังพระธรรมจากพระโอษฐ์และก็อยู่ที่พระวิหารเชตวัน ทั้งหมดรู้แจ้งอริยสัจจธรรมหรือเปล่า พระภิกษุทั้งหลาย

ผู้ถาม     ไม่

สุ.     นานแสนนานแล้วก็ยังไม่รู้ใช่ไหม เพราะฉะนั้นแต่ละคนไม่สามารถที่จะรู้การสะสมในอดีตได้เลย แต่สามารถที่จะรู้ว่าขณะนี้ว่ามีศรัทธาที่จะฟังเมื่อฟังแล้วมีความเข้าใจระดับไหน ต้องเป็นผู้ที่ตรงด้วย เพราะฉะนั้นก็จะเป็นผู้ที่ไม่มีความต้องการจะถึงนิพพานโดยไม่รู้อะไร หรือว่ายังมีความเป็นเราที่ทำดีขึ้น ๆ เพราะได้ฟังพระธรรมแต่ไม่รู้ว่าเป็นธรรม เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องตรงว่ากิเลสทั้งหลายไม่สามาถที่จะดับเป็นสมุจเฉทไม่เกิดอีกถ้าไม่ได้รู้แจ้งอริยสัจจธรรม และหนทางที่จะรู้แจ้งอริยสัจจธรรมมีหนทางเดียวคือสติปัฏฐาน มรรคมีองค์ ๘ เพราะฉะนั้นก็ต้องเป็นผู้ที่เข้าใจหนทางนี้ ซึ่งทรงแสดงไว้ว่าเป็นหนทางที่ลึกซึ้ง เพราะเหตุว่าอริยสัจจ์ทั้ง ๔ ลึกซึ้งทั้ง ๔


หัวข้อหมายเลข  11047
ปรับปรุง  9 พ.ย. 2560