อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ผู้ถาม     ในเมื่อเราไม่เห็นธรรมที่เป็นรูปธรรม นามธรรมเกิดดับ เราพิจารณานัยอื่นได้ไหม

สุ.     อนุญาตไม่ได้ อนุญาตธรรมใด ๆ ไม่ได้เลย ไม่มีตัวตนที่จะไปอนุญาตหรือไม่อนุญาต ไม่ได้อนุญาตให้เห็นก็เห็น ไม่ได้อนุญาตให้คิดก็คิด

ผู้ถาม     อย่างเช่นสามัญลักษณะ ไม่ใช่อนุญาต

สุ.     ขอประทานโทษ ผู้ที่ฟังใหม่จะได้ยินคุณสุกิจใช้คำว่า “สามัญลักษณะ”  บ่อย ๆ  สามัญคือทั่วไป ลักษณะทั่วไป ลักษณะของสภาพธรรมทั้งหมดทั่ว ๆไปคือเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป แต่ยังไงก็ตามนี่เป็นความเข้าใจ ขอเชิญคุณคำปั่นให้ความหมายของคำว่า “สามัญลักษณะ” ด้วยค่ะ

คำปั่น     คำว่า “สามัญลักษณะ” คือลักษณะที่ทั่วไปของสภาพธรรม ซึ่งคำว่า “สามัญ” ก็คือทั่วไปและก็ลักษณะ จะมาใช้แทนกันกับคำว่าไตรลักษณะนั่นเอง ซึ่งก็หมายถึงอนิจจัง (สภาพที่ไม่เที่ยง) ทุกขัง (สภาพที่เป็นทุกข์)  แล้วก็อนัตตา (สภาพที่ไม่ใช่ตัวตน)  อันนี้คือความหมายของสามัญลักษณะ

สุ.     โดยศัพท์สามัญ หมายถึงทั่วไป แต่คุณคำปั่นก็ให้ความหมายเพิ่มเติมว่าลักษณะทั่วไปของธรรมที่เกิดทั้งหลายคืออะไร เพราะถ้าเราจะบอกว่าลักษณะทั่วไปของธรรมทั้งหลาย ก็จะไม่ทราบว่าลักษณะทั่วไปคืออย่างไร  เพราะฉะนั้นเวลาที่ใช้คำว่าสามัญลักษณะ ๆ ทั่วไปแก่สภาพธรรมทั้งหลายที่มีปัจจัยเกิดขึ้นก็คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไตรลักษณะ ๆ สามคือไม่เที่ยง และก็เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงสามัญลักษณะจะหมายความถึงลักษณะของสภาพธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งเกิดแล้วดับ เพราะ ฉะนั้นจะมีครบทั้ง ๓ ลักษณะคืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สำหรับสภาพธรรมทั้งหมดทุกประเภทที่เกิด ๆ แล้วก็ดับ ลักษณะที่เกิดดับอย่างเร็วมาก เป็นสภาพของความเป็นทุกข์ที่แท้จริง เพราะเหตุว่าไม่สามารถที่จะมีใครบังคับยับยั้งไม่ให้สภาพธรรมนั้นดับไปได้ เพราะฉะนั้นลักษณะนั้นเองก็เป็นอนัตตาคือไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครและก็ไม่ใช่ตัวตน


หัวข้อหมายเลข  11033
ปรับปรุง  16 ต.ค. 2560