เห็นโทษของอกุศลทุกระดับ

ผู้ถาม     อบรมให้เกิดปัญญา มันก็เลยมีพื้นฐานของขั้นศีลและสมาธิด้วย ตรงนี้ อยากให้ช่วยเพิ่มเติมระหว่างจะมาถึงปัญญา

สุ.     ชีวิตประจำวันคือความไม่รู้และก็ได้ฟังพระธรรมก็รู้ว่าไม่มีเรา นี่เป็นสิ่งที่ไม่ว่าจะฟังพระธรรมมากสักเท่าไหร่ก็ตามแต่ ต้องมีความมั่นคงที่จะรู้ว่าธรรมไม่ใช่เรา มิฉะนั้นแล้วประเดี๋ยว ๆ ก็เป็นเราทั้ง ๆ ที่ฟังธรรม เพราะฉะนั้นก็ต้องฟังเพื่อที่จะให้มีความมั่นคงขึ้นว่าเป็นธรรม ไม่ใช่เรา แม้แต่ขณะที่กำลังอยากหรือกำลังต้องการ ขณะนั้นก็เป็นธรรมไม่ใช่เรา และถ้ามีความเข้าใจจริงๆ ก็จะรู้ได้ว่าตราบใดที่ยังมีอกุศลอยู่ก็จะต้องมีปัจจัยที่จะทำให้อกุศลเกิดมากกว่ากุศล แต่ว่าที่อกุศลจะลดน้อยลงไปได้ด้วยปัญญา ความเห็นที่ถูกต้องหรือด้วยความเป็นตัวตน อันนี้ต้องพิจารณาโดยละเอียด เพราะว่าตราบใดที่เป็นเราดี แต่ว่าเป็นเราที่ดี ไม่มีทางที่จะไปไหนได้เลยเพราะเหตุว่าละอกุศลไม่ได้ ศีลละอกุศลไม่ได้ ก่อนการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็มีผู้ที่มีศีลมากสามารถที่จะอบรมเจริญความสงบของจิตจนกระทั่งสงบระงับกิเลสจนกระทั่งถึงขั้นอรูปฌาณแต่ดับกิเลสไม่ได้ ด้วยเหตุนี้การฟังพระธรรม ถ้ามีความเข้าใจที่มั่นคงจริง ๆ  ว่าไม่มีเราแต่เป็นธรรม แม้อกุศลก็เป็นธรรม เพราะฉะ นั้นขณะใดก็ตามที่เดือดร้อนเพราะความไม่รู้ แต่ถ้ามีความเข้าใจเพิ่มขึ้น ปัญญาที่รู้ความต่างกันของกุศลและอกุศล ย่อมเห็นโทษของอกุศล เพราะเหตุว่าอกุศลต้องมีความไม่รู้เกิดร่วมด้วยในขณะนั้นแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอกุศลระดับที่เพียงอยู่ในใจหรือว่าล่วงออกมาทางกายทางวาจา ขณะนั้นก็เพราะความไม่รู้ ถ้ามีความเข้าใจอย่างนี้ แล้วอบรมความรู้ขึ้นก็สามารถที่จะรู้ว่าอาศัยความรู้นั้นแหละ ที่จะทำให้ศีลสมบูรณ์หรือว่าความสงบหรือปัญญาสมบูรณ์ตามลำดับขั้นได้ แต่ถ้ามีความตัวตน ไม่มีทางเลยที่จะดับอกุศลได้ เพราะฉะนั้นเราต้องการอะไร เราต้องการปัญญาหรือว่าต้องการเพียงแค่เป็นเราที่เป็นผู้ที่มีศีลแต่ไม่มีปัญญาที่จะรู้ความจริง

ผู้ถาม     ยากที่แม้จะทำให้ตัวตนเล็กลง

สุ.     นี่ไงเพราะเหตุว่ามีความเป็นเรา มีความต้องการ และความต้องการก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังไม่มีความมั่นคงว่าแม้อกุศลก็เป็นธรรมชนิดหนึ่งซึ่งเกิดเพราะมีเหตุปัจจัย ถ้าตราบใดที่ยังไม่ถึงความเป็นพระโสดาบันบุคคล ไม่เป็นผู้ที่สมบูรณ์ในศีล อาจจะเป็นผู้ที่รักษาศีลได้ แต่ก็ไม่ใช่เป็นผู้ที่เว้นขาดที่จะไม่มีการละเมิดศีล ๕ เลย

ผู้ถาม     ปัญญาในขั้นศีลหรือขั้นสมาธิก็ยังช่วยได้บ้างเป็นการทับเอาไว้

สุ.     ช่วยให้ไปสวรรค์ได้

ผู้ถาม     ปัญญาในขั้นโลกุตตระมันสูงมาก เราไต่ไปไม่ถึง

สุ.     อบรมได้ไหม

ผู้ถาม     คือใช้พื้นฐานเป็นปัจจัย ขั้นศีล ขั้นสมาธิเป็นปัจจัย

สุ.     จะเห็นความไม่รู้หลายระดับ ความไม่รู้ในช่วงทุจริตกรรมเพราะไม่รู้นี่แน่นอน แต่ก่อนที่จะถึงทุจริตกรรมต้องมีอกุศลเกิดก่อนอย่างอ่อนก่อนที่จะถึงอย่างที่มีกำลัง เพราะฉะนั้นที่อกุศลมีกำลังจนกระทั่งสามารถที่จะล่วงเป็นทุจริตกรรมได้ ก็เพราะเหตุว่าก่อนที่จะล่วงทุจริตกรรมมีอกุศลเกิดขึ้นแล้ว แต่ไม่รู้จึงล่วงทุจริตกรรมได้ แต่ถ้าสามารถจะรู้ได้ว่าขณะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี ใคร ๆ ก็ห้ามอกุศลจิตไม่ให้เกิดไม่ได้ แต่สามารถที่จะอบรมเจริญปัญญาเข้าใจถูก เห็นถูกได้ตามลำดับขั้นคือเห็นโทษของอกุศล ถ้าขณะนั้นเห็นโทษจริง ๆ ทุจริตกรรมก็เกิดไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ก็จะเห็นคุณของปัญญามีหลายระดับ แม้แต่ระดับที่เกิดแล้วแต่ไม่ล่วงเป็นทุจริตกรรม ถ้าเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควร ก็สามารถที่จะอบรมเจริญปัญญาที่จะรู้ความจริงว่าขณะนั้นเป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่ง ขณะที่กำลังรู้ ขณะนั้นเป็นกุศลที่ประกอบด้วยปัญญา เพราะฉะนั้นในขณะนั้นไม่ใช่อกุศล ด้วยเหตุนี้ต้องเข้าใจว่าอกุศลมีหลายระดับ ๆ ที่นอนหลับสนิท ไม่ได้มีการพูดการกระทำใด ๆ เลยทั้งสิ้น แม้อกุศลจิตก็ไม่ได้เกิดในขณะนั้น แต่มีพืดเชื้อที่สะสมอยู่ในจิตแต่ละขณะในแต่ละวัน วันนี้อกุศลจิตที่เกิดไม่ได้หายไปเลย แต่ละขณะสืบต่อในจิตขณะต่อ ๆ ไป แม้ในขณะที่นอนหลับสนิทก็สะสมไว้ เวลาที่ตื่นขึ้นแล้วแต่ว่าสะสมอกุศลประเภทใดที่จะเป็นปัจจัยให้อกุศลประเภทนั้นเกิดเมื่อตื่น อกุศลนั้นก็มี ด้วยเหตุนี้จึงเป็นผู้ที่เห็นว่าอกุศลมีหลายระดับ และก็ไม่ควรที่จะเห็นโทษเพียงขั้นของระดับหยาบที่ล่วงทุจริต แม้ในขั้นที่ละเอียดกว่านั้นก็ควรจะเห็นโทษด้วย เพราะว่าถ้าจะละอกุศลทุจริตจริง ๆ  ต้องสามารถที่จะมีปัญญาที่จะดับอกุศลเป็นประเภทด้วย เช่นขั้นต้นต้องดับการยึดถือสภาพธรรมที่เข้าใจผิดว่าธรรมเป็นเรา เวลาที่การไม่อยากมีอกุศล ขณะนั้นก็เข้าใจผิดว่าอกุศลเป็นเรา มีความเข้าใจผิดว่าธรรมเป็นเรา ตราบใดที่ยังไม่มีความเห็นถูก ยังไง ๆ ก็ดับอกุศลไม่ได้ แม้ว่าจะพรรณาโทษของทุจริตกรรมต่าง ๆ แต่มีเหตุปัจจัยที่จะทำให้ทุจริตกรรมนั้นเกิดขึ้น ทุจริตกรรมนั้นก็ต้องเกิด ด้วยเหตุนี้พระธรรมที่ทรงแสดงก็ทรงแสดงทุกประการ ในเรื่องของศีล ในเรื่องของสมาธิคือความสงบระดับที่สูงกว่าขั้นของกามาวจรจิต และขั้นของปัญญาระดับที่สามารถจะดับกิเลสได้จริง ๆ  ถ้าเป็นผู้ที่ไม่เคยได้มีโอกาสได้ฟังพระธรรมเลย หมดหนทางที่จะเข้าใจว่าพระธรรมคืออะไร เมื่อได้สะสมบุญที่ได้มีโอกาสได้ฟังพระธรรม ก็ควรจะฟังด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องขึ้นในความเป็นธรรม ในความเป็นอนัตตา มั่นคงขึ้นจนกระทั่งจะถึงกาลที่สามารถสละการยึดถือธรรมที่กำลังปรากฏว่าเป็นเราหรือว่าเป็นตัวตนได้ มิฉะนั้นก็จะเป็นระดับของศีลเท่านั้นเอง และก็ยังคงมีอกุศลเกิดอยู่ และวันหนึ่งวันใดก็ไม่แน่ว่าจะกระทำทุจริตกรรมเมื่อไหร่


หัวข้อหมายเลข  11014
ปรับปรุง  7 ก.ย. 2560