มนสิการ ๓

ผู้ถาม     กุศลที่เป็นญาณวิปยุตต์ก็เป็นโยนิโสเหมือนกันหรือเปล่า

วิ.     กุศลทั้งหมดเลย

ผู้ถาม      ถ้าอย่างนั้นโยนิโสมนสิการก็ต้องมีระดับ

วิ.     คือเรากล่าวโดยความที่เป็นเหตุให้เกิดกุศล ดังนั้นขณะที่เป็นกุศล ขณะนั้นก็ต้องเป็นโยนิโสมนสิการโดยไม่กล่าวว่าเป็นกุศลขั้นใด

ผู้ถาม      โยนิโสมนสิการเป็นมโนทวาราวัชชนจิตใช่ไหม

อ.     มนสิการจะมี ๓ ก็คือวิถีปฏิปาทกมนสิการนั่นคือปัญจทวาราวัชชนจิตซึ่งเป็นจิตขณะแรกทางปัญจทวาร เช่นวิถีจิตทางตามีจักขุทวาราวัชชนจิตเป็นจิตขณะแรกของวิถีจิตทางตา ส่วนมโนทวาราวัชชนจิตซึ่งจะทำโวฏฐัพพนกิจทางปัญจทวารก่อนที่ชวนจิตทางปัญจทวารจะเกิด และกระทำวัชชนกิจทางปัญจทวารก่อนที่ชวนจิตทางมโนทวารจะเกิด เพราะฉะนั้นมโนทวาราวัชชนจิตเป็นชวนปฏิปาทกมนสิการ เป็นมนสิการที่กระทำทางให้ชวนจิตเกิด ไม่ว่าจะเป็นทางปัญจทวารหรือทางมโนทวารก็ตาม ส่วนมนสิการเจตสิกนั้นเป็นเจตสิกที่เกิดกับจิตทุกประเภท ทุกชาติ ทุกระดับ มนสิการเจตสิกนั้นเป็นสภาพเจตสิกกระทำหน้าที่ใส่ใจในอารมณ์ ถ้าไม่มีมนสิการเจตสิก จิตก็ไม่สามารถจะเกิดขึ้นรู้อารมณ์ได้เลย นั่นคือมนสิการ ๓ โดยนัยพระอภิธรรม แต่ที่เรากล่าวถึงโยนิโสมนสิการ ๆ นี้เป็นอีกนัยหนึ่ง ทั้งจิตและเจตสิกที่เกิดร่วมกันในขณะนั้นเป็นกุศลชาติ เป็นกุศลธรรมก็เป็นโยนิโสมนสิการนัยพระสูตร