สภาพธรรมกำลังปรากฏเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าได้อบรมมาแล้วแค่ไหน

สุ.     แม้สภาพธรรมกำลังปรากฏ แล้วก็ได้ฟังเรื่องของสภาพธรรมนี้แหละ จิตมีกี่ประเภท เป็นชาติอะไรบ้าง เป็นอกุศลเท่าไหร่ก็มีหมด อกุศลทั้ง ๑๒ ไม่ได้ขาดเลย และอวิชชา จิตที่ไม่มีโลภะเกิดร่วมด้วย ไม่มีโทสะเกิดร่วมด้วย แต่ก็ยังเป็นอกุศลเพราะเหตุว่ามีความไม่รู้ลักษณะของสิ่งที่ปรากฏ ก็เป็นการสามารถที่เราจะอบรมเจริญปัญญา รู้ด้วยตัวเอง ประโยชน์ของการฟังธรรมคือความที่เข้าใจสิ่งที่ได้ฟัง ไม่ต้องมีการเปรียบเทียบว่าคนอื่นเข้าใจมากน้อยแค่ไหน แต่ว่าทุกขณะที่ฟัง ประโยชน์ก็คือว่าแต่ละคนรู้ตามความเป็นจริงว่าได้เข้าใจสิ่งที่กำลังได้ยินได้ฟังซึ่งเป็นปรมัตถสัจจะ เป็นเรื่องของสภาพธรรมที่มีจริง ๆ  ซึ่งก่อนการตรัสรู้จะไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าสภาพธรรมที่เป็นปรมัตถ์เท่านั้นที่จริง อย่างอื่นจะมีอะไรจริง ถ้าไม่มีปรมัตถธรรม อะไร ๆ ก็ไม่มี เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีจริงก็คือสภาพที่ปรากฏทางหนึ่งทางใด ทางตา หรือทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ และขณะนี้กำลังมี ด้วยเหตุนี้การอบรมจิตต้องไม่ท้อถอย แล้วก็มีฉันทะที่จะรู้ว่าเมื่อมีสิ่งที่มีจริงและมีผู้ที่แสดงหนทางที่จะทำให้รู้สภาพธรรมนั้นได้ แต่ต้องเป็นปัญญาของผู้ฟังเองที่ต้องค่อย ๆ เข้าใจขึ้น เราก็จะเข้าใจความหมายของคำว่า “อบรม” มีใครจะทำอะไรให้ปัญญาเกิดได้ไหม นอกจากการอบรมเพราะว่ามีสภาพธรรมกำลังปรากฏให้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าได้อบรมมาแล้วแค่ไหน ชาติก่อนจะเคยฟังธรรม จะเคยสนทนาธรรม จะเคยสอบถาม แต่ถ้าไม่มีการพิจารณาลักษณะของสังขารธรรมคือสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในชาติก่อน ๆ  และแม้ในชาตินี้ในขณะที่กำลังฟังเรื่องของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เรื่องของจิตที่เป็นโลภะ โลภมูลจิต โทสมูลจิต โมหมูลจิต ก็เป็นการสะสมเพียงความเข้าใจเรื่องราว แต่ว่าถ้าขณะใดที่ไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมนั้น ก็แสดงว่าสิ่งที่เราสะสมมายังไม่ถึงการอบรมความเห็นถูกในลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏ เป็นแต่เพียงการสะสมความเข้าใจถูกในเรื่องราวของสภาพธรรมนั้น เพราะฉะนั้นขณะนี้ก็เป็นการที่แต่ละท่านก็จะรู้จักตัวเองตามความเป็นจริงว่าอบรมให้เข้าใจถูก เห็นถูก ในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ถ้าไม่เข้าใจเป็นอะไร อวิชชา ถ้าเข้าใจก็เป็นวิชชา ก็ทีละเล็กทีละน้อยที่จะค่อย ๆ สะสมไปจนกว่าจะประจักษ์แจ้งจริง ๆ