เป็นเรื่องของกรรมและวิบาก

เรณู      กราบเรียนถามท่านอาจารย์ต่อไปเลย  โลกธรรม ๘ นั้น กล่าวเฉพาะผลของกรรม  หรือว่าเป็นการกระทำกรรมด้วย เช่น สรรเสริญ นินทา เป็นทั้งผลของกรรม(วิบาก) ได้รับการสรรเสริญ นินทา แต่เมื่อการกระทำกรรม เช่น ทำอกุศลกรรมโดยการนินทาผู้อื่น  หรือสรรเสริญความดีของผู้อื่น คำถามคือว่า โลกธรรม ๘ กล่าวเฉพาะเป็นผลของกรรม  หรือว่าเป็นการกระทำด้วย กราบเรียนถามท่านอาจารย์

ส.         ผลของกรรมก็ต้องเนื่องมาจากการกระทำ ถ้าไม่มีการกระทำที่เป็นเหตุ ผลนั้นๆ ก็เกิดไม่ได้ แต่เวลาที่พูดถึงโลกกรรม เราพูดถึงได้ลาภ วันนี้ถ้าได้ลาภ เราทำให้ลาภเกิดวันนี้ หรือว่ามีเหตุปัจจัยที่ทำให้ลาภวันนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าเราจะได้สิ่งหนึ่งสิ่งใด ใกล้ปีใหม่ก็คงจะมีของขวัญ ที่แต่ละคนก็อาจจะได้รับจากญาติพี่น้องเพื่อนฝูงบ้าง สิ่งต่างๆ ที่ได้รับ เราทำให้ได้รับวันนั้น หรือว่าได้กระทำไว้แล้วนาน แล้วก็มีเหตุปัจจัยที่จะให้สิ่งนั้นๆ เกิดขึ้นกับเรา

เรณู      ก็น่าเชื่อได้ว่า ทำกรรมไว้ดีแล้วจึงเป็นเหตุ

ยังมีคำถามอยู่อีกนะคะ คนที่เจ็บป่วยนอนอยู่บนเตียงหลายปี คือ เจ้าหญิงนิทรา เพราะเขาได้ทำกรรมอะไรไว้ ในชาตินี้ถึงมีกรรมขนาดนี้ หรือชาตินี้เขาได้มาชดใช้กรรมแล้ว (แต่ไม่รู้ว่ามีกรรมอะไรที่ได้ทำไว้)

ส.         ถ้าตอบแล้วจะเชื่อไหมคะ จะตอบอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น แต่คนฟังจะเชื่อหรือเปล่า  เพราะว่าจริงๆ แล้วผู้ที่จะรู้กรรมวิบาก ก็คือพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  เรื่องของอจินไตยที่ไม่ควรคิด ก็รวมเรื่องของกรรมและวิบากด้วย

เรณู      เมื่อเช้าก็น่าจะมีพูดเรื่องตรงนี้ แต่ว่ายังไม่ได้อ่านคำถามอันนี้  คนไม่มีบุตร มีบุญ หรือมีบาป

ส.         เราคิดบุตร แต่ว่าจริงๆ ก็คือสิ่งที่ปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพราะฉะนั้น ถ้าคิดเป็นชื่อ ก็มากเลย ทั้งเพื่อน ทั้งบุตร ทั้งญาติ ทั้งมิตร แต่ถ้าคิดเป็นสภาพธรรมก็ตรง คือทางตานี้ก็คือเห็น จะเห็นอะไรก็แล้วแต่  ทางหูก็ได้ยิน จะเป็นบุตรหรือไม่ใช่บุตร ก็คือเสียงที่ได้ยินทางหู

     เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับสิ่งที่ไม่น่าพอใจขณะใด ไม่ว่าจากบุตร หรือจากใครก็ตาม อันนั้นก็เป็นผลของกรรม  ถ้าได้รับสิ่งที่พอใจทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จากใครก็ตาม นั่นก็เป็นผลของกุศลกรรม ถ้าเป็นสิ่งที่พอใจ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจก็เป็นผลของอกุศลกรรม